546.jpg
เปิดฉากล่า'ไอ้โม่ง'ปล้นศธ.! พิรุธสูบเงินจากบัญชีหลัก-ไม่เชื่อ'ซี8'ฉายเดี่ยวโกง

เปิดฉากล่า'ไอ้โม่ง'ปล้นศธ.! พิรุธสูบเงินจากบัญชีหลัก-ไม่เชื่อ'ซี8'ฉายเดี่ยวโกง

วันอังคาร ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561, 20.44 น.

บอร์ด “ปปท.” ลงมติตั้งชุดไต่สวนข้อหาหนัก “ซี 8” ศธ. ปล้นเงินเด็ก “กองทุนเสมา” ลั่นเป็นไปไม่ได้ลงมือคนเดียว เร่งประสาน ปปง. สอบเส้นทางการเงินไล่ล่า “ไอ้โม่ง” จอมบงการเบื้องหลัง ด้าน “อรรถพล” พบพิรุธเงินถูกสูบออกจากบัญชีหลักที่ถูกห้ามเบิกถอน ชงขอตั้งกรรมการสอบเพิ่ม ห่วงไม่ทันเวลาแก๊งโกงเกษียณอายุราชการทำพ้นผิด

วันที่ 20 มีนาคม มีการประชุมคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานบอร์ด ป.ป.ท. เป็นประธานการประชุม โดย พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ได้เสนอสำนวนกรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขออนุมัติตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องกรณีดังกล่าว


ปปท.ไต่สวนข้อหาหนัก“รจนา”โกงศธ.

โดย พล.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ระดับ 8 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยตั้งข้อกล่าวหากระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสาร, เป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารเพื่อพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามมาตรา 147 ,151, 161,162 และ 157

ลั่นไม่เชื่อแอบลงมือคนเดียว

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวอีกว่า ในชั้นสอบสวน แม้ นางรจนา จะรับสารภาพว่าดำเนินการทุจริตเพียงคนเดียว โดยอ้างกับญาติที่รับโอนเงินเข้าบัญชีว่า เป็นเงินที่ได้จากการทำธุรกิจขายตรงนำไปฝากไว้ แต่ป.ป.ท.ไม่เชื่อว่าการกระทำการทุจริตในวงเงินมหาศาลขนาดนี้จะทำเพียงคนเดียว เพราะจากการตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551-2561 มีงบประมาณกองทุนเสมาฯรวม 176,034,510 บาท โดย นางรจนา ได้ลักลอบยักย้ายถ่ายโอนนำเข้าบัญชีญาติและตัวเองไปได้ถึง 22 บัญชี รวม 87,993,372 บาท จึงไม่น่าเป็นการกระทำเพียงแค่คนเดียว

ประสานปปง.แกะรอยการเงินไล่ล่าไอ้โม่ง

“หลังจากนี้จะต้องไปตรวจสอบย้อนหลังรายชื่อที่มีเงินเข้าบัญชีว่า เป็นบัญชีของบุคคลนั้นจริงหรือไม่ และเงินถูกโอนไปอยู่ที่ใครบ้าง โดยจะเริ่มสอบสวนในปีงบประมาณ 2560 ก่อน ซึ่งมีบัญชีเปิดอยู่ 22 บัญชี และปิดไปแล้ว 22 บัญชี การตรวจสอบจะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่ามีความเชื่อมโยงทางการเงินไปยังบุคคลที่สูงกว่าข้าราชการระดับ 8 หรือไม่” พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว

พบพิรุธเงินทุจริตไหลออกจากบัญชีหลัก

ด้าน นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า กองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเปิดบัญชีไว้ 2 บัญชี โดยบัญชีที่ 1 ชื่อ “กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต” เป็นบัญชีฝากประจำที่มีเงินประเดิมกองทุน 600 ล้านบาท โดยใช้ประโยชน์ได้เฉพาะดอกเบี้ยที่ได้จากการฝาก

ส่วนบัญชีที่ 2 ชื่อ “กองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเพื่อใช้จ่าย” เป็นบัญชีเงินฝากประจำ เพื่อรับเงินดอกเบี้ยจากบัญชีแรก รวมทั้งทั้งเงินสมทบหรือเงินบริจาคที่นำมาใช้จ่ายในโครงการเสมาพัฒนาชีวิต โดยการจ่ายเงินทุกครั้งต้องออกจากบัญชีนี้เท่านั้น แต่การตรวจสอบกลับพบว่ามีเงินไหลออกจากทั้ง 2 บัญชี ซึ่งไม่ควรเป็นไปได้

กระจายโอนเงินมากกว่า22บัญชี

ส่วนที่ยังไม่สามารถตรวจสอบชื่อเจ้าของบัญชีผู้รับโอนเงินได้ทั้งหมดนั้น เนื่องจากธนาคารเปลี่ยนใช้ระบบ GIRO ซึ่งเป็นโปรแกรมเบิกจ่ายเงินที่ธนาคารคิดขึ้น โดยไม่มีการระบุชื่อผู้รับโอน มีแค่เลขบัญชีและจำนวนเงินที่ธนาคารส่งไปให้เท่านั้น แต่จากการตรวจสอบโดยไล่ดูย้อนหลังคาดว่าน่าจะมีบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องมากกว่า 22 บัญชีที่ได้แจ้งความไปก่อนหน้า และยังมีบางบัญชีที่ไม่สามารถหาเจ้าของได้ หรือปิดบัญชีไปแล้วอีกนับสิบบัญชี

เร่งตั้งทีมสอบวินัยสกัดขรก.เกษียณพ้นคดี

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า จากนี้จะเสนอ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอตั้งกรรมการเพิ่มเติมเนื่องจากมีข้อมูลที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก ต้องดูรายละเอียดเป็นรายปี จำนวนคนที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ อีกทั้งต้องการเร่งสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้เกี่ยวข้องให้ทันวันที่ 30 มีนาคม เพราะ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 กำหนดว่าการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้เกษียณอายุราชการไปแล้ว จะต้องตั้งไม่เกิน 180 วันนับจากวันที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งกรณีนี้อาจจะมีข้าราชการที่เพิ่งเกษียณรวมอยู่ด้วย

ส่อตัดตอนผู้บริหารระดับสูงแค่ประมาท

อย่างไรก็ตาม จากผลสอบสวนในเบื้องต้น คาดว่าผู้กระทำผิดจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่ประมาทเลินเล่อ และกลุ่มผู้ทุจริต ซึ่งกรณีผู้บริหารระดับสูงอาจเข้าข่ายประมาทเลินเล่อ ขณะที่กลุ่มผู้ทุจริต ตนคิดว่าไม่ได้ทำคนเดียว แต่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ เพราะเรื่องแบบนี้คนยิ่งมาก ความยิ่งแตกไว คงไม่ปล่อยยาวมาถึง 10 ปีได้

นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการขยายประเด็นการสืบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะการโอนเงินเข้าบัญชีสถานศึกษา เพราะตามระเบียบของกองทุนนี้ต้องโอนเงินเข้าบัญชีนักเรียนเป็นรายบุคคล แต่จากข้อมูลพบว่ามีการโอนเข้าสถานศึกษา ซึ่งตรงนี้ต้องรายงานมาว่าโอนให้เด็กอย่างไร

ปปท.ยังไม่ฟันเพิ่มทุจริตศูนย์คนไร้ที่พึ่ง

ด้านความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นั้น พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ป.ป.ท. ยังไม่มีการพิจารณาตั้งอนุกรรมการไต่สวนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในจังหวัดใดเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีกี่จังหวัดที่จะถูกไต่สวน

อีก2สัปดาห์กระชากหน้ากากบิ๊กพม.โกง

ขณะที่ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวพบเส้นทางการเงินที่โยงไปถึงตัวข้าราชการระดับสูงของ พม. ว่า มีการสอบสวนไปบ้างแล้ว โดยขอเวลาดำเนินการ 2 สัปดาห์ คาดว่าจะได้ผลที่ชัดเจน ขณะที่การตรวจสอบการทุจริตต่างๆ ทั่วประเทศ ก็คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในเดือน พฤษภาคม

พม.ฉาวไม่หยุด!เจออีกทุจริตเงินชาวเขา

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ปปช. ได้ตรวจสอบพบการทุจริตงบประมาณของ พม. ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ชาวเขา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริง รวมรวมข้อมูล เพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง  โดยเบื้องต้นพบว่า มีเส้นทางทุจริตที่ชัดเจน น่าจะเอาผิดกับผู้ทุจริตได้

โกงคนจนรูปแบบเดียวกับทุจริตเงินทอนวัด

ส่วนการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งที่เชื่อมโยงกับศูนย์นิคมช่วยตนเองนั้น ได้สั่งการให้สำนักไต่สวนภาค 3 ไปแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่า การทุจริตมีรูปแบบคล้ายกรณีทุจริตเงินทอนวัดของ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งต้องดูต้นทางการทุจริตว่า มีผู้บริหารระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขณะนี้ยังเร็วเกินไปหากจะเร่งสรุปว่า มีข้าราชการระดับไหนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เพราะขั้นตอนการตรวจสอบต้องรอบคอบ และประสานข้อมูลอย่างละเอียดกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top