วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
22 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา พร้อมด้วย นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ผู้ต้องหาในคดีหวย 30 ล้านบาท และนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีการสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว และขอคัดลอกเอกสารทางสำนวนคดีบางอย่างกับทางพนักงานสอบสวน
โดย นายปรีชา กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมายังกองปราบปรามฯในวันนี้ก็เพื่อต้องการยื่นเรื่องขอให้ทางพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว มีการสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ยังขาดไป เนื่องจากเห็นว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นอกจากนี้ ยังได้ถือโอกาสมาขอหลักฐานรายละเอียดทางสำนวนคดีบางส่วน ประกอบด้วย บันทึกการจับกุม การแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ของทางผู้ต้องหา เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการยื่นเรื่องขอคัดสำนวนคดีจากทางพนักงานสอบสวน บก.ป.ก่อนนำไปมอบให้กับกระทรวงยุติธรรมใช้ประกอบการพิจารณาจากกรณีที่ตนได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดีหวยอลเวงเป็นคดีพิเศษ
"ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเดินสายเข้าร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ ก็ถือเป็นการทำตามเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เนื่องจากหน่วยงานที่ได้เข้าร้องเรียนนั้นก็มีสิทธิ์ในการพิจารณาคดีดังกล่าวด้วยเช่นกัน ส่วนหลังจากนี้จะมีการไปร้องเรียนตามหน่วยงานอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ คงต้องรอดูผลจากการร้องเรียนตามหน่วยงานที่ผ่านมาก่อน" นายปรีชา กล่าว
นายปรีชา กล่าวว่า หลังจากที่เข้าร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ ตนยอมรับว่ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เนื่องจากได้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งตนก็คาดหวังว่าทางผู้ใหญ่จะมีเมตตา คิดทบทวนถึงเรื่องดังกล่าวทั้งหมดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากขอบคุณไปยังประชาชนที่ยังคงติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และคำติชมต่างๆ นานา อย่างไรก็ตาม อยากบอกว่าขณะนี้คดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของหวยที่แท้จริง และในเดือน พ.ค.ศาลแพ่งจะมีการนัดสืบพยานเกี่ยวกับที่ไปที่มาของลอตเตอรี่ดังกล่าว ซึ่งการจะตัดสินว่าใครเป็นเจ้าสิทธิ์ลอตเตอรี่นั้นเป็นหน้าที่ของศาล และในเมื่อยังไม่มีการตัดสิน ตนก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนไม่เคยบอกว่าถูกทางตำรวจกองปราบฯบังคับข่มขู่ให้ยอมรับสารภาพนั้น ตนบอกเพียงว่า ว่าถูกทางตำรวจกองปราบฯพูดจาโน้มน้าว ชักจูงให้ยอมรับสารภาพเท่านั้น
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากการที่ น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะเหมือนกับขัดแย้งกันนั้น นายปรีชา ตอบว่า ก็ตามที่ น.ส.กนกพรรณ บอกไปแล้วว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีก แต่ก็ยังเป็นพี่น้องกัน และ น.ส.กนกพรรณ เองนั้นก็ยังเป็นเพื่อนกับพี่สาวของตนเอง ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะเดินทางไปเยี่ยม น.ส.กนกพรรณ ที่ศาลอาญาอีกด้วย เพราะยังคงเป็นห่วง และไม่ได้กังวลว่า น.ส.กนกพรรณ จะให้การกับตำรวจเกี่ยวกับคดีของตนจนทำให้ตนเสียเปรียบทางรูปคดี เพราะตัว น.ส.กนกพรรณ เองก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในเชิงลึกมากนัก
ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป.กล่าวว่า วันนี้ทางด้านนายปรีชา และ น.ส.รัตนาพร ได้เดินทางมาขอเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางคดี อาทิ บันทึกจับกุม เนื่องจากนายปรีชาจำไม่ได้ว่าเอาบันทึกจับกุมไปไว้ที่ใด อีกทั้งยังขอให้ทางพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก ประกอบด้วยพยานบุคคลที่เคยเข้าให้ปากคำกับไปแล้ว 1 ราย และพยานบุคคลรายใหม่ที่ยังไม่เคยให้ปากคำอีก 1 ราย สำหรับประเด็นที่จะสอบนั้นก็เป็นประเด็นเดิม แต่เมื่อมีการร้องขอ ก็จะดำเนินการให้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า กรณีที่นายปรีชา และน.ส.รัตนาพร เดินทางไปร้องเรียนตามที่ต่างๆ นั้นก็สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นสิทธิผู้ต้องหา ทั้งนี้ หากกระทรวงยุติธรรม หรือดีเอสไอ จะรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ หรือจะมีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวน ก็คงอยู่ที่ดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คงไม่กระทบกับตัวสำนวนคดีที่ทำอยู่ และหากว่าทางดีเอสไอรับคดีดังกล่าวจริง ทางกองปราบก็พร้อมที่จะส่งสำนวนทั้งหมดให้กับดีเอสไอไปดำเนินการต่อ
พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายปรีชามีการให้สัมภาษณ์ว่าถูกพนักงานสอสวนของกองปราบปรามชักจูง โน้มน้าว ให้นายปรีชา และ น.ส.รัตนาพร รับสารภาพนั้น ในส่วนนี้ขอยืนยันว่าไม่มีการพูดจาโน้มน้าวให้ผู้ต้องหายอมรับสารภาพแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ต้องหาทั้งสองคนเองก็ได้ยืนกรานที่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอยู่แล้ว นอกจากนี้ ทางกองปราบยังได้ทำการตรวจสอบถ้อยคำต่างๆ ของนายปรีชา และ น.ส.รัตนาพร ว่ามีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะพาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจกองปราบว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือใช้ถอยคำหมิ่นประมาทจนทำให้ภาพลักษณ์ตำรวจเสียหายหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบที่ผ่านมายังไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี