บุกทลายปาร์ตี้เซ็กซ์
คาโรงแรมดังพัทยา
จับ28ชายหญิงเปลือย
ชง‘นอภ.’สั่งปิดถาวร
นอภ.บางละมุง สนธิกำลังตำรวจ-ทหาร บุกทลายปาร์ตี้เซ็กซ์-สวิงกิ้ง กลางโรงแรมดังพัทยา รวบหนุ่มสาวต่างชาติ 28 คน สัญชาติจาก 10 ประเทศ บรรเลงกิจกามอย่างถึงพริกถึงขิง คุมตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดี ผกก.เมืองพัทยาเผย เปิดรร.ผิดกฎหมายมา 5 ปี เสนอนอภ.ให้สั่งปิดกิจการ
เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 23.30 น. วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่า ที่บ้านทิวลิป โรงแรมชื่อดังย่านพัทยาใต้ พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการลักลอบจัดปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา, พ.ต.ไพจิตร เจริญพงษ์ ผบ.ร้อย รส.มทบ.14 สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและฝ่ายทหาร ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวกระทั่งได้รับการยืนยันว่ามีการจัดปาร์ตี้นี้ขึ้นจริง จึงได้วางแผนปิดล้อมตรวจค้น
หลังบุกเข้าตรวจค้นพบเป็นโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา สูง 4 ชั้น มีห้องพักกว่า 30 ห้อง บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่เศษ ชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็น
3โซน ประกอบด้วย โซนสระว่ายน้ำ โซนเคาท์เตอร์บาร์และโซนสุดท้ายถูกจัดเป็นห้องปาร์ตี้เซ็กส์หมู่ หรือที่เรียกกันว่าห้อง“เพลย์”หมายเลข402 โดยเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงของชายและหญิงร้องระงมลอดออกมาจนฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อเปิดประตูเข้าไปถึงกับตกตะลึงเมื่อพบทั้งชายและหญิงกำลังร่วมกิจกรรมทางเพศหรือ”สวิงกิ้ง” กันอย่างถึงพริกถึงขิง รวม14คู่ จำนวน 28 คน จึงตะโกนบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของทางการไทย ให้ทั้งหมดหยุดทำกิจกรรมทางเพศทันที ทำให้ฝรั่งหลายคนเกิดความหงุดหงิดและแสดงอาการพอใจ เดินตรงเข้ามาต่อว่าเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง พร้อมตะโกนว่า”ทำไม ทำไม” เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมสถานการณ์ให้ทั้งหมดอยู่ในความสงบรวมทั้งให้ใส่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
จากการตรวจสอบพบว่า นักสวิงกิ้งทั้งชายหญิงมีหลายสัญชาติ ประกอบด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน มาเลเซีย สิงค์โปร เยอรมัน กัมพูชา อินเดีย ยูเครนและไทย จำนวนกว่า 14 คู่ นอกจากนี้ยังได้กระจายกำลังตรวจค้นตามจุดต่างๆพบพนักงานโรงแรมรวม 3คน ที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และพบถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น ยาปลุกเซ็กส์ อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นทางเพศและถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งอยู่ถังขยะจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญตัว นายเซิ่งไฉ หยาง อายุ 53ปี สัญชาติจีน แสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมแห่งนี้ไปสอบสวนตามกฎหมาย
ด้าน นายนริศ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าสถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบจัดปาร์ตี้เซ็กส์สำหรับผู้ที่ชอบแนวเซ็กส์หมู่และแลกเปลี่ยนคู่นอน รวมถึงแนวสวิงกิ้ง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ทางผู้เข้าร่วมจะต้องสมัครสมาชิกผ่านเว็ปไซต์ และมีกติกาว่าผู้เข้าร่วมปาร์ตี้จะต้องเป็นคู่รักชายหญิง โดยมีค่าใช้จ่ายคืนละ 1,500บาท ต่อ 1ท่าน ภายหลังรับเรื่องจึงประสานตำรวจหลายหน่วยงานลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวก่อนเข้าจับกุมดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเซิ่งไฉ เจ้าของโรงแรม ในความผิดฐาน1. ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.โรงแรม พ.ศ.2547 2.เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ขณะที่ พนักงานโรงแรม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา 1.เป็นผู้สนับสนุน เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังจับกุมได้คัดแยกบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเป็นบุคคลที่ร่วมปาร์ตี้สวิงกิ้ง 28ราย เป็นชาย 14ราย หญิง 14ราย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ ไทย จีน มาเลเซีย อเมริกา ยูเครน ปากีสถาน สิงค์โปร์ แคนาดา กัมพูชา และฟิลิปปินส์
ส่วนผู้ร่วมปาร์ตี้สวิ้งกิ้ง 28ราย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบปัสสาวะพบว่ามีเกี่ยวข้องกับสารเสพติด 1ราย เป็นชาวฟิลิปปินส์และได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางการเข้ามาในประเทศว่าถูกต้องหรือไม่ ปรากฏว่า มีผู้โอเวอร์สเตย์ 1ราย เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนบุคคลที่ไม่มีความผิดได้ทำประวัติไว้ก่อนปล่อยตัวกลับไป สำหรับโรงแรมบ้านทิวลิปพบว่า ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.โรงแรม พศ.2547 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่ทั้งนี้ยังมีโทษปรับตั้งแต่วันที่ฝ่าฝืน วันละ 10,000 บาท เท่าที่ตรวจสอบพบว่าลักลอบฝ่าฝืนมาประมาณ 5 ปี คิดเป็นค่าปรับประมาณ 18 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ได้ทำเรื่องเสนอไปยังอำเภอบางละมุง เพื่อทำการปิดกิจการต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) เปิดเผย ว่า เมื่อวันที่ 21เมษายนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เข้าทลายการลักลอบจัดปาร์ตี้สวิงกิ้งและเปิดเว็บไซต์ในต่างประเทศ เชิญชวนคู่ชายหญิงมาร่วมกิจกรรมทางเพศ คดีนี้ผู้ต้องหามีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกระทำผิด ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งดูดายหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วได้มีการสืบสวนสอบสวนหาข่าวในทันทีจนสามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมด นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำนโยบายการป้องกันอาชญากรรมอย่างสม่ำเสมอ เน้นหนักด้านอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว กวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะผู้หลบหนีเข้าเมือง, บุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ที่เข้ามากระทำความผิดในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
ที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล กวดขันจับกุม ความผิดในลักษณะดังกล่าวมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญของประเทศ พร้อมกับทำการตรวจสอบสถานบริการไม่ให้มีการลักลอบค้าประเวณี หากมีการกระทำความผิดให้จับกุมได้ทุกคดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ได้กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ โดยให้ทำงานเชิงรุก มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี