โกงคนไร้ที่พึ่งแผลงฤทธิ์
ไล่ออก2ขรก.
ผอ.ขอนแก่น-หัวหน้าฝ่าย
ผิดชัดปลอมแปลงเอกสาร
ขึ้นบัญชีดำเชือดอีกเพียบ
อดีตปลัดพม.ส่อซวยหนัก
ยื่นหลักฐานชงฟันอาญา
กรรมการสอบวินัย พม. มีมติไล่ออก “ผอ.ศูนย์ขอนแก่น-หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคม” เซ่นโคตรโกงคนไร้ที่พึ่ง ยันชัดปลอมเอกสาร-จ่ายเงินกลุ่มเป้าหมายไม่ครบ คิวต่อไปสอบศูนย์เชียงใหม่ เตรียมสรุปสิ้นเดือน แฉมีข้าราชการระดับหัวหน้ารอคิวถูกเชือดอีกเพียบ หลังรับข้อมูลตรวจสอบเบื้องลึกจาก ป.ป.ท. อดีตปลัด พม. ซวยหนัก “ผอ.ศูนย์ปากน้ำ” หอบหลักฐานยื่น “บิ๊กตู่” เชือดซ้ำอาญามีความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย คนไร้ที่พึ่งของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า มีการดำเนินการทางวินัยกรณีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด 2 แห่งคือ 1.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.ขอนแก่น ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา และเสนออ.ก.พ.กระทรวงพิจารณาโทษนางพวงพยอม จิตรคง ผู้อำนวยการศูนย์และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคมรวม 2 คน โดยให้ไล่ออกจากราชการ
ทั้งนี้ อ.ก.พ.ประจำกระทรวง พม. จะประชุมวันที่ 4 พฤษภาคม มีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมฯเป็นประธาน จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบทางละเมิด เพื่อคำนวณความเสียหายที่ผู้ถูกกล่าวโทษจะต้องชดใช้ อาจต้องใช้เวลาพิจารณา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ผิดชัดปลอมเอกสาร-จ่ายเงินไม่ครบ
“สำหรับพฤติการณ์การทุจริตของ ผอ.ศูนย์และหัวหน้าฝ่ายจัดสวัสดิการสังคมคือ การปลอมแปลงเอกสาร และการจ่ายเงินให้กลุ่มเป้าหมายไม่ครบ ซึ่งชัดเจนเรื่องการทุจริต ไม่ใช่เรื่องการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ส่วนเงินที่ทุจริตไปไหนหรือส่งให้ใครเป็นเงินทอนนั้น ผลสอบคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่ได้ชี้ชัดว่ามีเงินทอนไปถึงบุคคลใด เพียงระบุถึงชาวบ้านได้เงินไม่ครบ คงต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงชุดใหญ่ที่สอบระดับผู้บริหาร พม.”นางนภากล่าว และว่า ส่วนที่ 2.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.เชียงใหม่ คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเริ่มกระบวนการสอบสวนแล้ว คาดว่าจะสรุปรายงานสอบเสนอพิจารณาโทษได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
ปปท.บี้สอบเจอโกง67จว.
ทั้งนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี 2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง 76 ศูนย์ พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณ 67 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ตราด อุดรธานี น่าน กระบี่ ตรัง สระแก้ว ร้อยเอ็ด พัทลุง ชุมพร ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน นครราชสีมา อำนาจเจริญ อ่างทอง ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ ยะลา สมุทรสงคราม พิจิตร ราชบุรี เลย เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง บุรีรัมย์ มุกดาหาร สกลนคร หนองบัวลำภู กำแพงเพชร ชัยนาท นครนายก นครปฐม ปทุมธานี เพชรบูรณ์ ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุพรรณบุรี อุทัยธานี จันทบุรี ชลบุรี ระยอง กาญจนบุรี เพชรบุรี ตาก ประจวบคีรีขันธ์ นราธิวาส ปัตตานี พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล และ สงขลา รวมวงเงิน 129,507,000 บาท มีพฤติการณ์ทุจริตคือ ปลอมเอกสารเบิกจ่าย ลงลายมือชื่อปลอม มีการแก้ไขจำนวนเงิน ให้ลงลายมือรับเงินล่วงหน้า มีการเวียนนำรายชื่อมาเบิกเงิน การยักยอกเงินสงเคราะห์ โดยผู้มีรายชื่อรับเงินไม่ได้รับเงินหรือได้รับไม่ครบถ้วน ผู้มีรายชื่อรับเงินอุดหนุนสงเคราะห์หลายรายขาดคุณสมบัติ
จ่อย้ายบิ๊กขรก.เอี่ยวอีกเพียบ
นางนภากล่าวต่อว่า ป.ป.ท.ส่งข้อมูลบุคคลซึ่งถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ พส.แล้ว 2 ครั้งจำนวน 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 156 คน ในจำนวนนี้มีบุคคลที่อยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย 20 คน ส่วนบุคคลที่เหลือ 136 คน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ได้ย้ายข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในปีงบประมาณ 2560 ออกจากพื้นที่ตามข้อมูลที่ ป.ป.ท. จัดส่งให้ครั้งที่ 1 จำนวน 19 คน และสั่งตรวจสอบข้อมูลที่ ป.ป.ท. จัดส่งให้เพิ่มเติมครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาสั่งย้ายข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในปีงบประมาณ 2560 ออกจากพื้นที่เพิ่มเติม
ร้องนายกฯฟันอาญาอดีตปลัดพม.
วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นางฐณิฎฐา จันทนฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สมุทรปราการ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ที่กำลังถูกตรวจสอบเรื่องทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง โดยระบุว่า ที่ตนมายื่นหน้งสือ เพราะลักษณะการทำผิดของอดีต ปลัด พม.ไม่ใช่ทุจริตทั่วไป แต่เป็นกระบวนการแก๊งมิจฉาชีพ
เช่น กรณีหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จ.เชียงใหม่มีประชาชนแค่ 2,500 คน แต่โอนเงินไปหลาย 10 ล้านบาท และเมื่อโอนเงินไปมีการเบิกจ่ายแล้ว จากนั้นข้าราชการลาออกทันที ตนเห็นว่าเป็นคดีอาญาเช่นเดียวกับศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ ที่มีการโอนเงินไปให้กลุ่มเครือญาติซึ่งเป็นผู้อำนวยการใช่หรือไม่ โดยในศูนย์ดังกล่าวมีประชากรประมาณ 3 แสนคน แต่เบิกจ่ายเงิน 60 กว่าล้านบาท
นางฐณิฎฐากล่าวต่อว่า หลักฐานที่นำมายื่นจะมีการสรุปข้อมูลงบประมาณที่โอนลงไปในแต่ละพื้นที่ และเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่ต้องได้รับบริการ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการ ป.ป.ท.นั้น เริ่มจากปลายทาง จึงอยากให้เริ่มจากต้นทาง เพราะการกระทำลักษณะนี้เป็นอาชญากรมีการยักยอกเงินแผ่นดิน
ร้องDSIต่อให้รับเป็นคดีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น. นางฐณิฎฐา เดินทางไปยื่นหนังสือพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ขอให้รับคดีอดีตปลัดพม. และอดีตอธิบดีกรมหนึ่งในสังกัด พม.เป็นคดีพิเศษ เพราะการทำผิดของอดีตปลัด พม.ไม่ใช่ข้าราชการทุจริตแบบทั่วไป แต่เป็นรูปแบบกระบวนการแก๊งมิจฉาชีพ จึงต้องการให้ดีเอสไอรับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษ
ปปช.เร่งสอบเงินทอนวัด
ส่วนประเด็นการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด พล.อ.บุญวัฒน์ เครือหงส์ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำสำนวนคดีการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 ส่งมอบให้ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า อยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะเข้าที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.เร็วๆนี้ ป.ป.ช.ไม่ความกดดันในการทำงาน แม้จะมีพระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องด้วย กรรมการแต่ละคนมีดุลพินิจของตัวเองในการลงมติ ทั้งนี้ พยายามเร่งตรวจสอบ เพราะไม่เป็นการยุติธรรมถ้าปล่อยให้มีข้อกล่าวหาเป็นเวลานาน ขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนึงด้วยว่า การเร่งทำสำนวนอาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น จึงต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ นำทุกประเด็นมาพิจารณา
ร้องสอบเมียผอ.พศ.ทัวร์อินเดีย
วันเดียวกัน นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ผู้ประสานงานองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ขอให้ตรวจสอบกรณีนางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยาพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีชื่อเป็น 1 ในคณะเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบลอินเดียเนปาลระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-5 เมษายนว่า การเดินทางของภรรยาผอ.พศ.ใช้งบประมาณของพศ.หรือไม่ อีกทั้ง เข้าข่ายประพฤติผิดจรรยาบรรณของวินัยข้าราชการพลเรือน เอื้อประโยชน์ให้ครอบครัวด้วยหรือไม่ เบื้องต้นขอให้ผอ.พศ.ออกมาชี้แจงภายใน 15 วัน ถ้าไม่แถลงต้องทำหนังสือชี้แจงต่อสังคม และหลังจากนี้ตนจะยื่นให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วยตรวจสอบอีกทาง
ด้าน นายประทีป พูนลาภ ผอ.กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา เป็นตัวแทนรับหนังสือเผยว่า จะส่งเรื่องให้กองเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผู้รับผิดชอบโครงการนมัสการสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาล ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดว่าจริงเท็จอย่างไร ก่อนทำหนังสือชี้แจงต่อผอ.พศ.และผู้ที่มาร้อง คาดว่าดำเนินการได้เร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี