ความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตเงินอุดหนุนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา หรือคดีทุจริตเงินทอนวัด
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้(12 มิ.ย.61) เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) ได้เดินทางไปยังวัดธาตุ พระอารามหลวง ริมบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น เพื่อขอข้อมูลจากพระผู้ใหญ่ ในฐานะที่ทางวัดตกเป็นผู้เสียหาย เพราะจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่างบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) โอนมาให้กับวัด มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองพระพุทธศาสนาโอนเงินคืนมาเป็นของตนเอง โดยเหลือไว้ให้ทางวัดประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น
สำหรับวัดธาตุ พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น เป็นวัดที่มีโรงเรียนปริยัติธรรม หรือโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ตั้งอยู่ และเป็นโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เป็นงบอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม
แหล่งข่าว ระบุว่า การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ครั้งนี้ ได้สอบปากคำบุคคลในฐานะพยานภายในวัดไปแล้ว 3 ราย ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเสนอผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(ผอ.พศ.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันทุจริต โดยจะเสนอไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานพอสมควร
นอกจากการสอบปากคำพยานบุคคลแล้ว ยังมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินงบประมาณที่ถูกโอนมายังบัญชีของโรงเรียนปริยัติธรรมว่ามีการโอนกี่ครั้ง ครั้งละเท่าไหร่ และเงินงบประมาณที่โอนมาได้ถูกถ่ายโอนเข้าบัญชีใครบ้าง โดยเป็นการสอบข้อเท็จจริงในฐานะพยาน เน้นไปที่การตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่กองพระพุทธศาสนาเป็นหลัก ไม่ได้มาตรวจสอบเพื่อเอาผิดพระแต่อย่างใด
ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบเงินงบประมาณก้อนดังกล่าวไม่ได้โอนเข้าบัญชีของเจ้าอาวาสวัดโดยตรง แต่เป็นการโอนเข้าบัญชีของทางวัด
แหล่งข่าว ยังระบุว่า กรณีทุจริตครั้งนี้เจ้าอาวาสวัดและพระสงฆ์ภายในวัดธาตุ น่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ผู้ที่ดำเนินการในเรื่องงบประมาณ คือ อดีตผู้อำนวยการกองพระพุทธศาสนา เมื่อปี 2556 โดยเจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์ คือ หลังจากที่สำนักงาน พศ. โอนเงินงบประมาณเข้าบัญชีของทางวัด อดีตผู้อำนวยการกองพระพุทธศาสนาในขณะนั้นจะเป็นผู้จัดการ โดยโอนเงินให้กับโรงเรียนปริยัติธรรม หรือโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา 3 ครั้ง ครั้งแรก 3 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 5 ล้านบาท และครั้งที่ 3 จำนวน 10 ล้าน รวมแล้วเป็นเงิน 18 ล้านบาท
จากนั้นอดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาคนดังกล่าว จะขอเงินงบประมาณคืนไปเกือบทั้งหมด เหลือไว้ให้โรงเรียนแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น โดยที่ทางโรงเรียนเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนของทางราชการที่สามารถทำได้ จึงคืนให้ไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี