546.jpg
ตั้งเป้า1แสนคน! ล่าชื่อผ่านChangeเรียกร้องห้างร้านคิดค่าถุงพลาสติกลดขยะ

ตั้งเป้า1แสนคน! ล่าชื่อผ่านChangeเรียกร้องห้างร้านคิดค่าถุงพลาสติกลดขยะ

วันศุกร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 22.24 น.

15 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้ชื่อว่า Korawit Booranakit หรือ นายกรวิชญ์ บูรณะกิจ ได้เปิดแคมเปญบนเว็บไซต์ change.org หัวข้อ "เรียกร้องให้ห้างร้าน (เช่น 7-11, Lotus, Big C) คิดเงินค่าบริการถุงพลาสติกเพื่อลดปริมาณขยะ" โดยตั้งเป้าลงชื่อให้ถึง 100,000 รายชื่อ ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น.มีผู้สนับสนุนแล้ว 6,989 คน และยอดตัวเลขยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายกรวิชญ์ บูรณะกิจ ผู้เริ่มรณรงค์ ให้เหตุผลว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเลเป็นอันดับที่ 6 ของโลก หนึ่งในแหล่งที่มาของพลาสติกเหล่านั้นคือถุงพลาสติกใส่สินค้าต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่และถูกใช้เป็นจำนวนมาก เมื่อถุงพลาสติกเหล่านี้ถูกทิ้งลงไปในแม่น้ำจนกระทั่งลงสู่ทะเล จะเกิดเป็นมลพิษแก่สัตว์และสิ่งแวดล้อมระยะยาว เพราะถุงพลาสติก 1 ใบใช้เวลานานถึง 450 ปีในการย่อยสลาย หรือแม้ว่าบางคนจะไม่สนใจเรื่องสัตว์และสิ่งแวดล้อม ขยะพลาสติกเหล่านี้ก็ยังก่อปัญหาอื่นๆ ที่กระทบต่อทุกคนโดยตรง เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาเศษพลาสติก (Micro Plastic) ที่สัตว์น้ำกินเข้าไปก็กลับเข้ามาเป็นอาหารที่เรากินกันอยู่เป็นประจำ


นายกรวิชญ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ธุรกิจห้างร้านรายใหญ่ เช่น 7-11, Tesco Lotus, Big C, กลุ่ม Central และกลุ่ม The Mall ริเริ่มหรือจับมือกันในการเปลียนนโยบาย เลิกการแจกถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียว หากลูกค้าต้องการถุง ก็ให้คิดเงินค่าถุงในราคาที่เหมาะสม ส่วนที่ว่าทำไมถึงต้องใช้วิธีนี้ เพราะมีตัวอย่างทั้งในและต่างประเทศว่าการคิดเงินค่าถุงพลาสติกเพียงเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมและลดปริมาณการใช้ถุงได้มหาศาล

"ร้านค้าในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ไม่แจกถุงพลาสติก หากลูกค้าต้องการก็จะคิดเงินค่าถุงพลาสติก 2 บาทต่อถุง สามารถลดจำนวนถุงจาก เดือนละ 102,465 ใบ เหลือเพียง 4,795 ใบต่อเดือนภายใน 3 เดือนแรกที่เริ่มโครงการ อีกหลายมหาลัย เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ก็มีนโยบายคล้ายๆ กันในการลดปริมาณขยะพลาสติก และก็มีผลลัพธ์ใกล้เคียงกับของมหาวิทยาลัยมหิดล" นายกรวิชญ์ กล่าว

และว่า หลายประเทศในยุโรปใช้วิธีการนี้มานานแล้ว ผลที่ได้คือผู้บริโภคเตรียมถุงผ้าหรือถุงพลาสติกเก่าๆ กลับมาใช้ หากผู้บริโภคไม่ได้เตรียมถุงไป หลายคนก็จะเลือกซื้อถุงผ้าเพราะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง ซึ่งในอังกฤษสามารถลดประมาณถุงพลาสติกได้ถึง 83% ใน 1 ปี จากการคิดค่าถุงพลาสติกในราคาเพียง 5p (ประมาณ 2 บาท)

ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีต้นทุนทางอ้อมในรูปของภาษีที่จะต้องเสียไปในการจัดการขยะพลาสติก จัดการกับปัญหาน้ำท่วม ฯลฯ เพราะฉะนั้นในระยะยาว ผู้บริโภคน่าจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยซ้ำ โดยอยากเสนอเพิ่มเติมว่าให้ธุรกิจนำรายรับจากการขายถุงพลาสติกนี้เข้าสมทบกองทุนที่ช่วยจัดการขยะอีกด้วย

นายกรวิชญ์ กล่าวอีกว่า หากห้างร้านขนาดใหญ่ เช่น 7-11, Tesco Lotus, Big C, กลุ่ม Central และกลุ่ม The Mall จับมือกัน ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงดีๆ สามารถช่วยโลกได้อย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องรอกฎหมายหรือการบังคับจากรัฐบาล ผมเชื่อว่าผู้บริโภคมากมายน่าจะสนับสนุนแบรนด์เหล่านั้นในฐานะเป็นผู้นำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ดังเช่น แบรนด์ที่ทำอยู่แล้วอย่าง Makro และ IKEA

"ด้วยเหตุนี้ จึงอยากชวนทุกๆ ท่านร่วมกันลงชื่อให้ถึง 100,000 รายชื่อเพื่อที่จะไปเสนอกับห้างร้านขนาดใหญ่เหล่านี้ทราบว่า มีความต้องการจากผู้บริโภคอีกมากมายที่ยินดีอยากให้ธุรกิจเปลี่ยนนโยบายโดยการไม่แจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า หากลูกค้าต้องการจะต้องซื้อถุงพลาสติกเหล่านี้ในราคาที่เหมาะสม" นายกรวิชญ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top