546.jpg
ศรีสุวรรณจี้ปลด-พักงาน‘อธิบดีกรมอุทยานฯ’ ปมถูกร้อง‘เงินทอน’ปลูกกล้าไม้

ศรีสุวรรณจี้ปลด-พักงาน‘อธิบดีกรมอุทยานฯ’ ปมถูกร้อง‘เงินทอน’ปลูกกล้าไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 15.31 น.

21 มิ.ย.61 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์เรื่องขอให้ปลด หรือพักงาน อธิบดีกรมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีอื้อฉาวการปลูกกล้าไม้ โดยอ้างว่าตามที่นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้ทำหนังสือถึง น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวีวรรณ รักษาการอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต กรณีโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรกว่า 108 ล้านบาท ไปเพาะชำ 55 ล้านกล้าไม้ เมื่อครั้งนายธัญญา ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ เมื่อปี 2553 และอาจมีการเรียกเงินทอนด้วยนั้น

กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงและรับไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เก็บซ่อนไว้ใต้พรมมานาน กับการใช้โครงการปลูกป่าบังหน้าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์กันมาอย่างเนิ่นนาน เพราะโครงการปลูกป่าของกรมป่าไม้-กรมอุทยานฯ มีการตั้งงบประมาณดำเนินการกันแทบทุกปี หากมีการดำเนินการกันอย่างจริงจังไม่มีการคอรัปชั่น ป่านนี้ประเทศไทยคงมีป่าไม้ล้นประเทศมากกว่า 80% ไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงกลับพบว่าพื้นที่ปลูกป่ายังคงเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอยู่มาก และไม่เคยมีการรายงานต่อสาธารณชนว่า การปลูกป่าทุกปีงบประมาณนั้น มีการสัมฤทธิ์ผลตรงตามเป้าประสงค์หรือไม่ เพราะหลายพื้นที่มีการปลูกป่าซ้ำซ้อนในพื้นที่เดียวกันอยู่เสมอ ๆ และปล่อยให้ไฟไหม้ในพื้นที่ปลูกป่าอยู่ทุกปี เช่น อุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ แต่กลับไม่มีการสอบสวนหรือตรวจสอบกันอย่างจริงจังแต่อย่างใด


สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่เรียกร้องไปยัง รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รีบเก็บกวาดบ้านของตนเองเป็นการด่วน โดยขั้นนี้ต้องรีบออกคำสั่งปลด หรือพักงานอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯเสียก่อนเป็นเบื้องแรก เพื่อเปิดทางสะดวกให้มีการตรวจสอบเรื่องเอื้อฉาวดังกล่าว อันเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561 ที่ระบุว่า กรณีมีเรื่องร้องเรียนทุจริต ให้กระทรวงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากนั้นพิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีเหตุน่าเชื่อถือ และเป็นกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการหรือทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน แม้ผลการตรวจสอบยังไม่อาจสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด ให้พิจารณาปรับย้ายข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ หรือเสนอให้มีการย้ายหรือโอนไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในอัตราชั่วคราวเป็นกรณีในสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนั้นจะต้องตั้งกรรมการจากคนนอกเข้าไปสอบสำนักแผนงานฯ สำนักจัดการป่าชุมชน สำนักสนองงานพระราชดำริ สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ซึ่งนายธัญญาอ้างว่าทุกหน่วยงานดำเนินการเหมือนกันหมดนั้น ว่ามีกรณีอื้อฉาวลักษณะเดียวกันหรือไม่ด้วย

ทั้งนี้ หาก รมว.กระทรวงทรัพยากรฯยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องนี้ สมาคมฯจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้สอบ รมว. ว่าเข้าข่ายการเอื้อประโยชน์ให้อธิบดีกรมอุทยานฯหรือไม่ด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top