พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน กล่าวถึงการพิสูจน์สัญชาติ จัดทำทะเบียนประวัติและขออนุญาตทำงาน ของแรงงานต่างด้าว ที่จะครบกำหนดเส้นตายในวันที่ 30 มิ.ย. ว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คาดว่าแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กว่า 1.3 ล้านคน จะเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องกว่า 1.29 ล้านคน ซึ่งจะทำให้มีแรงงงานที่เคยเป็นกลุ่มผิดกฎหมาย ได้เข้าสู่ระบบมากกว่า 97 % สำหรับบางส่วนที่ไม่มา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อย เป็นเพราะได้เดินทางกลับไปก่อนแล้ว และบางคนกลับเข้ามาตามเอ็มโอยู โดยการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวของไทย ได้รับการชื่นชมจากต่างประเทศมากว่าสามารถทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้แรงงานเหล่านี้ได้ทำงานอย่างถูกต้อง และได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองตามกฎหมายไทย

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า หลังจากครบกำหนด ในวันที่ 30 มิ.ย. จะยังมีแรงงานผิดกฎหมายในประเทศไม่มาก และแรงงานกลุ่มนี้จะทำงานต่อไปไม่ได้ ต้องออกนอกประเทศ นายจ้างอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ที่ว่าจะมีการเปิดจดทะเบียนรอบใหม่อีก เพราะจะไม่มีอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากไม่ได้เข้ามาดำเนินการ ก็ต้องให้แรงงานกลับประเทศต้นทาง หลังจากนี้แรงงานที่เข้ามาทำงานจะต้องมาตามเอ็มโอยู ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. กระทรวงแรงงาน จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการตรวจจับคนผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด หากนายจ้างฝ่าฝืนใช้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ส่วนอาชีพสงวนคนไทย ที่เปิดให้ต่างด้าวทำได้ 1 อาชีพ และทำได้แบบมีเงื่อนไข 11 อาชีพ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ใน 1 เดือนแรก อาจยังไม่เน้นที่การจับกุม แต่จะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างปฎิบัติให้ถูกต้อง
นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า นายจ้างต้องรีบพาแรงงานต่างด้าวมาดำเนินการจัดทำปรับปรุงทะเบียนประวัติ ที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ One Stop Service โดยจะเปิดให้บริการวันที่ 30 มิ.ย. เป็นวันสุดท้าย ศูนย์ OSS จะเปิดให้บริการถึงเวลา 24.00 น. และขอเน้นย้ำว่ารัฐบาล ไม่มีการขยายเวลาและไม่ผ่อนผันใดอีกอย่างแน่นอน หากพบคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท และเมื่อชำระค่าปรับแล้ว คนต่างด้าวจะถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ ขณะเดียวกันนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ด้านนางนาน เม ทิน อายุ 21 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเข้ามาทำทะเบียนประวัติที่ศูนย์ OSS กล่าวว่า ตนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เข้ามาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านในกทม. นานหลายปีแล้ว ได้ค่าจ้างเดือนละกว่า 1 หมื่นบาท เมื่อก่อนต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่ตอนนี้ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องคอยวิ่งหลบตำรวจ ขอขอบคุณประเทศไทย กระทรวงแรงงาน ที่ให้โอกาสได้ทำงานเก็บเงิน ซึ่งขณะนี้ตนกับแฟนเก็บเงินจากการทำงานได้กว่า 4 แสนบาทแล้ว ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นทุนเมื่อกลับประเทศบ้านเกิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี