546.jpg
เดินหน้าพัฒนาคลองเปรมประชากร  กรมชลเร่งขุดลอกผันน้ำดีไล่น้ำเสีย-เตรียมรับมือฤดูฝน

เดินหน้าพัฒนาคลองเปรมประชากร กรมชลเร่งขุดลอกผันน้ำดีไล่น้ำเสีย-เตรียมรับมือฤดูฝน

วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจคลองเปรมประชากรพบขยะจำนวนมากถูกทิ้งตกตะกอนอยู่ใต้คลอง และมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้ามากว่า 6,000 ครัวเรือน เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น

ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในคลองเปรมประชากรพบว่ามีค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งกรมชลประทานได้นำน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาทางคลองรังสิตวันละ 200,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อไล่น้ำเสียในคลองเปรมประชากร ส่วนปัญหาขยะที่ตกทับถมในคลองเป็นจำนวนมากเฉลี่ย 1 กิโลเมตรมีขยะประมาณ 20 ตันนั้น ขณะนี้กรมชลประทานดำเนินการจัดเก็บขึ้นมาได้แล้วประมาณ 30 ตัน และยังคงเก็บขยะ พร้อมขุดลอกตะกอนอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าเข้าฤดูฝน


ส่วนแนวทางการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนนั้น จะระบายน้ำจากคลองเปรมประชากรช่วงตอนล่างผ่านประตูระบายน้ำ (ปตร.)เปรมใต้รังสิต ในช่วงที่ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ต่ำกว่าคลองเปรมประชากร และปิดบานเมื่อระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์เริ่มสูงขึ้น โดยจะควบคุมน้ำในคลองเปรมประชากรตอนล่างให้อยู่ที่ +0.70 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.) พร้อมกับประสานงานกับเทศบาล ตำบลหลักหก และสำนักการระบายน้ำ กทม. จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลบ.ม./วินาที จำนวน 4 เครื่อง ไว้ที่ ปตร.เปรมใต้รังสิต เพื่อสูบระบายน้ำลงคลองรังสิตฯต่อไป

“เนื่องจากคลองเปรมประชากรมีความสำคัญ จึงได้มีแผนการพัฒนาพื้นที่ส่วนนี้อีกหลายแผนงาน อาทิ งานทำนบปิดกั้นคลองช่วงบนที่ไม่มีอาคารควบคุม จำนวน 8 แห่ง งานติดตั้งระบบโทรมาตรติดตามคุณภาพน้ำ งานเสริมคันดินพร้อมอาคารประกอบช่วงที่มีระดับต่ำ งานขุดลอกคลอง งานปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำเปรมใต้รังสิต เป็นต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนกำหนดแนวเขตความกว้างของคลอง สำรวจผู้รุกล้ำกรมชลประทานจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป” อธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรฯได้รับอนุมัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2561 จำนวน 24,993 ล้าน เพื่อดำเนินการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1) คนไทยไม่ทิ้งกัน แผนงานเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 2) ชุมชนอยู่ดีมีสุข แผนงานการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบ และ 3) งานตามภารกิจของทุกหน่วยงาน (Function) พัฒนาชุมชน/กลุ่ม ให้ความรู้แก่เกษตรกร

ทั้งนี้ ล่าสุดได้เน้นย้ำให้ข้าราชการในพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด ไปรวบรวมว่ามีงบประมาณและทำโครงการเรื่องใดบ้าง และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด (อพก.) เพื่อติดตามการดำเนินงาน หากมีปัญหาให้แจ้งกับผู้ว่าฯ และขอความร่วมมือหน่วยงานราชการต่างๆ ช่วยกันแก้ไข อีกทั้งงบดังกล่าวเป็นงบจ้างแรงงานถึง 2 ล้านราย ซึ่งต้องนำมาจากบัญชีรายชื่อผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จึงต้องดูกลุ่มนี้เป็นอันดับแรก แต่หากในพื้นที่ไม่มีกลุ่มนี้ ให้กระจายไปยังเกษตรกรรายอื่นได้ รวมถึงการจ่ายค่าแรงงานหรือค่าอบรบนั้น จะต้องจ่ายผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top