Logo วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
ส่องเกษตร : ถอดบทเรียนปฏิบัติการ‘ถ้ำหลวง’

ส่องเกษตร : ถอดบทเรียนปฏิบัติการ‘ถ้ำหลวง’

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : ถ้ำหลวง ส่องเกษตร
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่าที่ถ้ำหลวง”จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์เป็นทางการจริงๆในวันพฤหัสบดี 19 ก.ค.นี้ ที่ว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์อย่างเป็น“ทางการ” เพราะปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์ที่โลกจะต้องจดจำไม่มีวันลืมในการช่วยเหลือเด็กๆนักฟุตบอลเยาวชนทีม“หมูป่าอะคาเดมี”พร้อมโค้ชรวม 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย นานรวม 17 วันนั้นประกอบด้วย 3 ภารกิจหลัก เริ่มด้วยภารกิจค้นหาจนเจอหลังจากติดอยู่ในถ้ำ 10 วัน จากนั้นก็เข้าสู่ภารกิจที่สองที่ยากลำบากแสนสาหัส คือการพาออกจากถ้ำอันสุดหฤโหด ซึ่งทำได้สำเร็จในช่วง 7 วันต่อมา

ภารกิจสุดท้ายคือการส่งทั้ง 13 คนกลับบ้าน คืนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของพ่อแม่ญาติมิตร หลังพักฟื้นร่างกายอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ครบ 7 วัน จนแข็งแรงดีไม่พบอาการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อใดๆ จาก“ถ้ำหลวง” รวมทั้งมีสภาพจิตใจที่พร้อมกลับสู่ชีวิตปกติอีกครั้ง..ดีเดย์ส่งกลับบ้านก็คือ19 ก.ค.นี้


แม้ภารกิจที่เป็น“ทางการ”จะปิดจ๊อบลงแต่ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องทำต่อเพื่อให้ปฏิบัติการที่ทุ่มเทกันไปมโหฬาร โดยเฉพาะหนึ่งชีวิตที่ต้องสูญเสียไปของ “วีรบุรุษถ้ำหลวงตัวจริง”อย่างจ่าแซม-น.ต.สมาน กุนัน...ได้เกิดผลที่คุ้มค่ามากที่สุด

แน่นอนว่า การที่ 13 ชีวิต รอดปลอดภัยกลับสู่อ้อมกอดครอบครัว ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากแล้ว แต่ก็ยังสามารถใช้“คุณค่าอันยิ่งใหญ่”จากปฏิบัติการครั้งนี้ ให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคตได้อีกมากมาย จึงเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้อง“ถอดบทเรียน” เก็บเกี่ยวนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ไม่ว่าจะในด้านพัฒนาการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือด้านอื่นๆอีกก็ตาม

อย่างเช่นเรื่องหนึ่งก็คือ “การบริหารจัดการน้ำ” ซึ่งมีข่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) กำลังถอดบทเรียนกรณี“ถ้ำหลวง” เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำโดยดึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเรื่องน้ำที่ถ้ำหลวง มาร่วมดำเนินการเบื้องต้น สทนช.ได้หารือแล้วกับผู้แทนกรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมอุทยานแห่งชาติฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช.ระบุว่า จะใช้วิกฤติการถ้ำหลวงฯ ครั้งนี้เป็นโอกาสให้ทุกหน่วยงานด้านน้ำร่วมกันถอดบทเรียนจากข้อมูลที่ทุกหน่วยงานร่วมกันศึกษา นำมาวิเคราะห์แหล่งที่มาของน้ำ ตาน้ำ น้ำที่ซึมเข้าถ้ำรวมกับข้อมูลเชิงเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ นำมาสู่มาตรการระบายน้ำถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเพื่อร่วมวางมาตรการแผนบริหารจัดการน้ำจากแหล่งน้ำของวนอุทยาน ทั้งระยะกลางและระยะยาว ทั้งในเขตและนอกเขตพื้นที่โดยจะนำเอาน้ำซึม น้ำซับไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรการเก็บกักน้ำจากถ้ำ รวมถึงแหล่งน้ำอื่นๆ ในช่วงฤดูฝนให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ช่วงฤดูแล้งได้เต็มศักยภาพ เพื่อนำไปสู่แผนบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำของประเทศโดยเร็วต่อไป

ก็ถือเป็น“บทเรียนที่ดี”เรื่องหนึ่งที่สามารถนำไปพัฒนาการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ ให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลาย รวมถึงช่วยเรื่อง“การเกษตร”ในพื้นที่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผมเองอยากให้การถอดบทเรียนและการคิดเรื่อง“บริหารน้ำ”นี้ กว้างไกลออกไปยิ่งกว่านี้ ไม่เฉพาะแต่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเพราะจะเห็นได้ว่าปฏิบัติการที่ถ้ำหลวงโดยเฉพาะเรื่องการระบายน้ำและเบี่ยงทางน้ำไม่ให้เข้าถ้ำนั้น มีทั้งภาควิชาการ,ภาคเอกชน จนถึงระดับชาวบ้านเข้ามามีบทบาทลงมือ“ร่วมด้วยช่วยกัน”มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคณะเครื่องสูบน้ำซิ่ง ท่อพญานาค จากหลายจังหวัดภาคกลาง ทั้งนครปฐม,ราชบุรี,เพชรบุรี หรือทีมขุดเจาะน้ำบาดาล นำโดยสมาคมน้ำบาดาลแห่งประเทศไทยที่มีนายสุรทิน ชัยชมพูนายกสมาคมนำทีมลุยอย่างแข็งขัน เป็นต้น

ทีมงานเอกชนมากฝีมือเหล่านี้ แม้อาจจะไม่สูงส่งในเชิงวิชาการถึงขั้นที่จะร่วมวางแผน“บริหารน้ำ”ได้มากมาย แต่พวกเขาก็มีประสบการณ์และมีฝีมือเฉพาะด้านของตัวเอง ที่น่าจะนำมาแชร์บทเรียน เติมเต็มแผนงานบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ ทั้งยังจะเป็น“เครือข่าย”ที่สามารถจะขอให้ยกกำลังมาช่วยในภาวะที่จำเป็นต่างๆในอนาคตได้อีกด้วย…ผมว่า เชิญพวกเขามาร่วม“ถอดบทเรียน”เพื่อสร้างโมเดลการบริหารจัดการน้ำที่ดียิ่งขึ้นได้

และนี่ยังถือเป็นแนวทาง“ประชารัฐ”ความร่วมมือของภาครัฐ,เอกชนและภาคประชาชนอย่างที่ท่านนายกฯบิ๊กตู่ใฝ่ฝันอีกด้วย!

สาโรช บุญแสง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ

ไม่กังวลฝ่ายค้านยื่นศาลรธน. สกัดพ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลย้ำเดินหน้าแก้วิกฤตประชาชนมองเป็นเป็นสิทธิ

ส่อแววจบศึก?! ทรัมป์ สั่งระงับ Project Freedom ชั่วคราว อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงกับอิหร่าน

เสริมแกร่งธุรกิจไทย รัฐบาลหนุน SMEs เข้าถึงทุน เดินหน้ามาตรการค้ำประกันสินเชื่อ แก้หนี้

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved