ร.10ทรงมีพระราชานุญาต
จัดเลยง1ส.ค.
ทุกฝ่ายที่ร่วมใจช่วยหมูป่า
ใช้พระลานพระราชวังดุสิต
ผบ.ทบ.สั่งพัฒนากำลังพล
ให้พร้อมรับมือเหตุวิกฤติ
ผู้ว่าฯงัดพรบ.คุ้มครองเด็ก
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชานุญาตให้รัฐบาลใช้พระลานพระราชวังดุสิต จัดงานเลี้ยงทุกฝ่ายที่ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ทีมหมูป่าฯออกจากถ้ำหลวง ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ภายใต้ชื่องาน“รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน” ในขณะที่ ผบ.ทบ.สั่งพัฒนาทักษะกำลังพลให้พร้อมรับมือเหตุการณ์วิกฤติ พร้อมเชิญหน่วยกู้ภัยหมู่ป่าเข้าร่วมสัมมนา ผู้ว่าฯเชียงรายสั่งให้ใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ห้ามสื่อรบกวน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 กรกฎาคม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์”แนวหน้า”ถึงการจัดงานเลี้ยงขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือนำ 13 เยาวชนทีมหมูป่า อะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงรายว่า งานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ระหว่างเวลา 18.00-21.00 น.ที่พระลานพระราชวังดุสิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชานุญาตให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิตและทรงพระราชทานอาหารจัดเลี้ยงด้วย ซึ่งรัฐบาลรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมาว่าให้รัฐบาล และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการจัดงานนี้ให้ดีที่สุด โดยรัฐบาลจะจัดงานนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งคาดว่าจะมีคนมาร่วมงานหลายพันคน หรืออาจจะถึงหมื่นคนด้วยซ้ำ
ใช้ชื่องาน“รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“นายกรัฐมนตรี และ ครม.จะไปร่วมงานด้วยทั้งหมด และยังมีหัวหน้าส่วนราชการที่มีเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ และผู้บริหารภาคเอกชน ที่ลงไปทำงานช่วยเหลือ หรือบางส่วนอาจจะบริจาคเครื่องมือต่างๆ งานนี้จะใช้ชื่อว่า “รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน”หรือ united as one เพื่อสื่อถึงความผูกพัน ความเป็นหนึ่งเดียวกัน จะเป็นการจัดงานที่เรียบง่าย ประหยัดและเหมาะสม แต่จะสื่อในเรื่องของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา โดยเฉพาะคนไทยจะสื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งแต่สถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาจนถึงปวงชนชาวไทยที่อยู่ใต้ร่มพระบารมี” นายสุวพันธุ์ กล่าว
ทำหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า จะทำหนังสือเชิญทั้งหมดทุกภาคส่วน คือ 1.ผู้ปฏิบัติงานคนไทยทั้งหมด ทั้งภาคราชการ เอกชนและประชาชน ซึ่งจะมีรายชื่อจากที่คนเหล่านี้ได้มาลงทะเบียนไว้ในตอนที่มาทำงานที่ถ้ำหลวง และจะให้ทางจังหวัดเป็นผู้ประสานงานติดต่อเพื่อไม่ให้ตกหล่น ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร พลเรือน อาสาสมัคร จิตอาสา มูลนิธิ องค์กร และภรรยา น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 2.ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นชาวต่างประเทศ เอกอัครราชทูตทั้งที่ลงไปช่วยงานและแสดงความจำนงที่พร้อมให้การช่วยเหลือ สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารฝ่ายต่างๆ ซึ่งทางการะทรวงการต่างประเทศ จะมีรายชื่อไว้หมดแล้ว 3.สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ จะมีหนังสือเชิญไปยังสำนักข่าวต่างๆ ส่วนสื่อมวลชนที่จะมาทำข่าวในงานนี้ ทางกรมประชาสัมพันธ์ จะมีการประสานไป
4.เป็นกลุ่มประชาชนที่มีส่วนสนับสนุน หรือที่เรียกว่าปิดทองหลังพระ เช่นกลุ่มเกษตรกรที่เสียสละเอาที่นาเป็นที่รองรับน้ำจากถ้ำหลวงฯ กลุ่มขับรถรับส่ง กลุ่มคนที่รับซักผ้า และกลุ่มที่มาบริการนวด ซึ่งจะมีการประสานกับทางจังหวัดและองค์กรต่างๆ ทั้งนี้จะมีการจัดรถรับส่ง โดยกระทรวงคมนาคมร่วมกับทางจังหวัดจัดรถรับส่งให้ และจัดที่พักให้ด้วย โดยเตรียมสถานที่ที่อาคารใหม่ พุทธมณฑลไว้ โดยสามารถรองรับคนได้ถึง 1 พันคน และยังมีอาคารจากส่วนราชการต่างๆ ที่สามารถรองรับคนได้อีก
นัดประชุมความพร้อมอีกครั้ง
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับอาหารจะมี 2 ส่วน คืออาหารพระราชทาน และอาหารที่รัฐบาลจัดเพิ่มเติม โดยจะมีการจัดในลักษณะคอกเทล มีซุ้มอาหาร และอาจมีโต๊ะนั่งบ้าง เพื่อต้องการให้รองรับคนที่มาร่วมงานให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 13.00 น.จะมีการประชุมเพื่อดูรายละเอียดและความพร้อมทั้งหมดอีกครั้ง ที่ห้อง 108 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)
ผบ.ทบ.สั่งถอดบทเรียนถ้ำหลวง
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) มอบให้หน่วยงานของกองทัพบกที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตจากถ้ำหลวง ได้สรุปข้อมูลการปฏิบัติงานในภาพรวม ทั้งด้านการใช้ยุทโธปกรณ์ การบริหารจัดการกำลังพล วิธีการค้นหากู้ภัย เพื่อใช้ประโยชน์เป็นฐานข้อมูล เป็นแนวทางและวิธีการในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในโอกาสต่อไป รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานการบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบกให้เท่าทันต่อเหตุวิกฤตต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้หน่วยทหารเร่งพัฒนาทักษะกำลังพล ให้มีความสามารถในการปฏิบัติงานในภาวะเสี่ยงและยากลำบากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ในลักษณะเป็นผู้ชำนาญการพิเศษ เพื่อให้สามารถนำความเชี่ยวชาญดังกล่าวไปใช้ในการบรรเทาสาธารณภัยหรือเหตุการณ์วิกฤตในอนาคต อาทิ การดำน้ำกู้ภัย การเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุด้วยวิธีเฉพาะ เป็นต้น
เชิญทีมกู้ภัยร่วมสัมมนา24ก.ค.
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ เปิดเผยว่า ผบ.ทบ.มอบให้ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(นสศ.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ระบบการจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต” ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ที่แหล่งสมาคมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.)ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี โดยเชิญผู้สัมมนาที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหากู้ภัยที่ถ้ำหลวง อาทิ สำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 13(ทีมรังนกจากเกาะลิบง), ทีมสำรวจและขุดเจาะถ้ำ จาก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ /บริษัทChevron (Thailand)/ บริษัท Water Resource Engineering ,บริษัทจีโอเมคคานิคอล เซอร์วิสเซศ จก.,สมาคมกู้ภัยภูซางการกุศล จ.พะเยา (ฝ่ายสื่อสารภายในถ้ำ),จิตอาสาและอาสากู้ภัย(ฝ่ายลำเลียงสนับสนุนภายในถ้ำ), คณะที่ปรึกษาทางทหารสหรัฐประจำประเทศไทย,สถานทูสหรัฐ, ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล, หน่วยงานภายในและกรมฝ่ายเสนาธิการของกองทัพบก เป็นต้น
พัฒนาประสิทธิภาพช่วยประชาชน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ บอกอีกว่า การสัมมนาประกอบด้วยการบรรยายและสาธิต “การจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต” โดยผู้แทนศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล, การบรรยายผลการปฏิบัติงานและบทเรียนที่ได้รับสู่การเตรียมความพร้อมในอนาคตโดยหน่วยที่ร่วมภารกิจ รวมทั้งการจัดกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ เช่น “ประชารัฐร่วมใจ ค้นหา/กู้ภัยทีมหมูป่า”, “จัดการอย่างไรเมื่อต้องเอาชนะธรรมชาติและแข่งกับเวลา” และ“บทเรียน สู่องค์ความรู้:Best Practice” ทั้งนี้ กองทัพบกเชื่อว่าการสัมมนาดังกล่าวจะช่วยสานต่อความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนต่อไป
ทบ.ใช้กำลังพล1,323นายช่วยหมูป่า
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ในเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กองทัพบกได้ส่งกำลังพล 1,323 นาย จาก กองทัพภาคที่ 3, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, ศูนย์การบินทหารบก, มณฑลทหารบกที่ 37, กองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์, กองกำลังนเรศวร, กองกำลังผาเมือง และกรมแพทย์ทหารบก ภายใต้การอำนวยการจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก พร้อมยุทโธปกรณ์และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย อาทิ เอลิคอปเตอร์ แบบ MI 17, เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 ,เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ค , รถครัวสนาม และโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ เข้าร่วมปฏิบัติการในระหว่าง 23 มิถุนายน–10 กรกฎาคม 2561
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย เปิดรายชื่อหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ที่ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่า ว่ามีจำนวน 271 หน่วยงาน จาก 7 ประเทศ รวมทั้งหมด 4,599 คน พร้อมระบุว่า ทุกท่านคือฮีโร่ถ้ำหลวง
งัดพรบ.คุ้มครองเด็กฯกันสื่อรบกวน
ทางด้าน นายสมบูรณ์ ศิริเวช รอง ผวจ.เชียงราย เปิดเผยว่า หลังมีสื่อมวลชนต่างประเทศ ได้เข้าไปสัมภาษณ์เด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีถึงที่บ้านใน อ.แม่สาย ดังที่ปรากฎเป็นข่าวไปนั้น ล่าสุด นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย ได้สั่งการให้นายอำเภอแม่สาย, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)เชียงราย ได้จัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น และชุดรักษาความปลอดภัย และผู้ปกครองของน้องๆ ทีมหมูป่าฯ รวมไปถึงตำรวจ สภ.แม่สาย เพื่อให้กำหนดวิธีการดูแลและช่วยเหลือคุ้มครองเด็กตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 แล้ว ขณะเดียวกันผู้ปกครองและเด็กๆ ก็รับว่าต่อไปจะไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแล้วด้วย
ฝ่าฝืนเจอคุก6เดือนปรับ6หมื่น
นายสมบูรณ์ กล่าวว่าทางจังหวัดฯ มีความเป็นห่วงเรื่องนี้มาก เนื่องจากน้องๆ ทีมหมูป่า ยังอยู่ในการคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ทีมสหวิชาชีพ-พนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก จึงจะดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความรับผิดชอบ ตามกระบวนการคุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก โดยเฉพาะการคุ้มครองตามมาตรา 27 ที่ระบุห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณา หรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครองโดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ
ขณะที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.เชียงราย ได้เผยแพร่คำกล่าวของรองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ไปยังสื่อมวลชนแขนงต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งโทษของมาตราดังกล่าวว่าผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยได้มอบให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองเด็ก อ.แม่สาย และทีมสหวิชาชีพ เป็นผู้ให้คำแนะนำกำกับดูแลการเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ของสื่อต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เด็กหรือการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กดังกล่าวต่อไป
แบบโฟมต้นแบบจ่า“แซม”มาถึงแล้ว
ส่วนที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย พร้อมด้วย อาจารย์สราวุฒิ คำมูลชัย ศิลปินชาวเชียงราย ได้นำศิลปินรับโฟมต้นแบบรูปปั้น น.ต.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ที่ได้เสียชีวิตจากการเข้าไปช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยโฟมต้นแบบได้ส่งมาจากร้าน เอฟซ่ากัดโฟม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อให้ศิลปินเชียงรายได้ใช้ปั้นเป็นต้นแบบเพื่อจะทำการหล่อด้วยโลหะบรอนด์สำหรับนำไปตั้งหน้าหน้าศาลาพิพิธภัณฑ์ภายในวนอุทยานถ้ำหลวงต่อไป โดยรูปปั้นจ่าแซม จะสูงประมาณ 2.60 เมตรไม่รวมฐาน
“โค้ชเอก”โพสต์ขอบคุณคนทั้งโลก
ขณะที่ โค้ชเอก-เอกพล จันทะวงษ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี หนึ่งในผู้ประสบเหตุติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พร้อมกับเด็กๆ อีก 12 คน ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว “เอกพล จันทะวงษ์” ว่า “ขอขอบพระคุณคนทั้งโลกครับ ขอบพระคุณครับ ........ จากใจ เอกพล จันทะวงษ์”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี