533.jpg
เกษตรกรบ้านโนนสวรรค์ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง รวมกลุ่มปลูกพืชแบบผสมผสานสร้างรายได้

เกษตรกรบ้านโนนสวรรค์ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง รวมกลุ่มปลูกพืชแบบผสมผสานสร้างรายได้

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 09.39 น.

 

เกษตรกรบ้านโนนสวรรค์ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวง ร.9 รวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชผักผสมผสานปลอดสารพิษ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และขายสร้างรายได้เสริม ปัจจุบันมีสมาชิก 33 คน มีรายได้เสริมครัวเรือนละกว่าหมื่นบาทต่อเดือน ขณะเกษตรจังหวัดให้ความรู้วิธีการทำชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชใช้เอง และจัดหาตลาดเพิ่ม


1 ส.ค.61 เกษตรกรบ้านโนนสวรรค์ ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ปลูกพืชผักแบบผสมผสานปลอดสารพิษ ในที่สาธารณะประโยชน์ที่รกร้างว่างเปล่ากว่า 40 ไร่ โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ที่หาได้จากท้องถิ่น ทั้งได้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการบริหารจัดการกลุ่มให้เกิดความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้

ปัจจุบันมีการตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารบ้านโนนสวรรค์ มีชาวบ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 33 คน จัดแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกผักคนละ 1-2 งาน ส่วนพืชผักที่ปลูกจะเน้นปลูกตามฤดูกาลสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน อาทิ แตงกวา ถั่วฟักยาว พริก มะเขือ ข้าวโพด กล้วย และพืชผักต่างๆ อีกหลายชนิด 

โดยพืชผักที่ปลูกนอกจากชาวบ้านจะเก็บผลผลิตไปบริโภคเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว ยังได้เก็บไปขายตามตลาดนัด ถนนคนเดินเซราะกราว และยังมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงหมู่บ้าน สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่เป็นสมาชิกเฉลี่ยครัวเรือนละกว่า 10,000 บาทต่อเดือน อีกด้วย ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังทำนาได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานภาครัฐทั้งอำเภอ เกษตรอำเภอ เทศบาลตำบลบ้านด่าน และอีกหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนส่งเสริมทั้งเรื่องระบบน้ำใต้ดินสำหรับใช้หล่อเลี้ยงพืชผัก สร้างโรงเรือน และให้ความรู้เกี่ยวกับการทำชีวภัณฑ์ไส้เดือนฝอย ไตรโคเดอร์มา และฮอร์โมนไข่ แก่เกษตรกรเพื่อใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชได้ด้วยตัวเอง

นางทองปาน กระจางจิตร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสาร บ้านโนนสวรรค์ กล่าวว่า เดิมชาวบ้านมีอาชีพทำนาเป็นหลัก หลังจากทำนาไม่มีอาชีพอื่นต้องไปทำงานต่างจังหวัด แต่หลังจากมีการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสาร เมื่อปี 2555 เริ่มแรกมีชาวบ้านเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกเพียง 8 ราย แต่พอประสบผลสำเร็จมีรายได้จากปลูกพืชผักขาย ก็มีชาวบ้านเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นปัจจุบัน จำนวน  33 ราย  ซึ่งนอกจากสมาชิกจะมีรายได้จากการปลูกผักปลอดสารขายเดือนละกว่าหมื่นบาทแล้ว ยังเป็นการสร้างความสามัคคีให้กับชาวบ้านในชุมชน และสร้างความอบอุ่นให้กับคนในครอบครัวเพราะไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานต่างถิ่นด้วย   

ด้านนายนวนิตย์ พลเคน เกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวว่า  ในส่วนของเกษตรจังหวัดก็ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการกลุ่ม การเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ  รวมถึงการทำชีวภัณฑ์ไส้เดือนฝอย ไตรโคเดอร์มา และฮอร์โมนไข่ แก่เกษตรกรเพื่อใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชได้ด้วยตัวเอง  แทนการใช้สารเคมีเพื่อให้ได้พืชผักปลอดภัย  อีกทั้งยังได้ร่วมกับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมเรื่องการจัดหาตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกรด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top