วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
“ขุนเกษตรา”กลับมาเล่าข่าวกันอีกเช่นเคย... ปัจจุบันนี้นโยบายรัฐบาลหลายโครงการจำเป็นต้องใช้กลไกของสหกรณ์เข้ามาดำเนินการ ทั้งเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก การปฏิรูปภาคการเกษตรเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ซึ่งสหกรณ์ต้องทำหน้าที่ในการรองรับนโยบายจากภาครัฐ เพื่อส่งต่อไปถึงตัวเกษตรกร โดยเมื่อปลายสัปดาห์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดเวิร์กช็อปการปรับโครงสร้างภาคเกษตรโดยกลไกสหกรณ์ พร้อมเชิญสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จ มีมาตรฐานการบริหารจัดการระดับดีเด่น 777 แห่ง มารับฟังนโยบายจาก “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เพื่อระดมสมองผลักดันให้สหกรณ์เหล่านี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของชุมชน เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมเกษตรกรผลิตสินค้าคุณภาพตรงความต้องการของตลาด การรวบรวมผลผลิตของเกษตรกรเพื่อนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการประสานเอกชนมาส่งเสริมช่องทางตลาด ให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาที่เป็นธรรมมีรายได้และความมั่นคงในอาชีพ ซึ่งนายสมคิดกล่าวตอนหนึ่งว่า สหกรณ์คือความหวังใหม่ของประเทศ ขอให้รวมตัวกันให้เข้มแข็งซึ่งจะช่วยกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันสหกรณ์ภาคการเกษตรมีส่วนในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯไม่ว่าการจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบกลางปี 2561 ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตการเกษตรของสหกรณ์ โดยสร้างฉาง โกดัง ลานตาก และอุปกรณ์แปรรูปผลผลิต เพื่อเก็บชะลอสินค้าการเกษตรหลัก ก่อนทยอยระบายสู่ตลาด ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และยางพารา ไม่น้อยกว่า 900,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปีการผลิต 2561/62 ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ผู้ปลูกข้าวนาปี วงเงิน 22,560 ล้านบาท โดยให้เก็บผลผลิตไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร และให้ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อชะลอการจำหน่ายผลผลิตในพื้นที่ปลูกข้าวทุกจังหวัดทั่วประเทศ 2 ล้านตันข้าวเปลือก และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 12,500 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์ในการรวบรวมข้าวเปลือกจากเกษตรกร เพื่อชะลอปริมาณผลผลิตไม่ให้ออกสู่ตลาดในช่วงเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยรักษาระดับราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ และทำให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกได้ราคาที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมปลูกพืชหลังนา เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เบื้องต้นจะทดลองให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ จ.อุตรดิตถ์ ปลูกข้าวโพด 3 พันไร่ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากประสบผลสำเร็จจะขยายผลอีก 2 ล้านไร่ทั่วประเทศ รวมถึงสร้างความร่วมมือเอกชนในการขยายช่องทางตลาดสินค้าการเกษตร โดยมีการลงนามข้อตกลงซื้อขายผลผลิตการเกษตรระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้า กับห้างโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก นอกจากนี้ยังทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง บริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ซึ่งเป็นบริษัทจัดซื้อสินค้าให้กับอาลีบาบา กรุ๊ป ของจีน กับสหกรณ์ผู้ผลิตทุเรียน 3 แห่งในภาคตะวันออก เพื่อสั่งซื้อทุเรียนไปจำหน่ายที่ประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2562 ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน หรือ 800,000 ลูก พร้อมเจรจากับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการช่วยกระจายผลผลิตทางการเกษตร ภายใต้โครงการอร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์...จะเห็นว่า สหกรณ์เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจของประเทศและมีความสำคัญ ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ขายสินค้าของเกษตรกรเท่านั้น แต่เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ที่จะช่วยพัฒนาภาคการเกษตรอย่างแท้จริง
ขุนเกษตรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี