542.jpg
ดัน‘เหมืองโพแทช’ ปักธงอุดรฯ-โกย7.7หมื่นล้าน

ดัน‘เหมืองโพแทช’ ปักธงอุดรฯ-โกย7.7หมื่นล้าน

วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.45 น.

ดัน‘เหมืองโพแทช’ ปักธงอุดรฯ-โกย7.7หมื่นล้าน

นายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยมเหมืองแร่โพแทชของบริษัท เอเชีย แปซิฟิก โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) ซึ่งผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่ปุ๋ยเคมี ครอบคลุมพื้นที่คำขอประทานบัตร 26,400 ไร่


นายวราวุธ กล่าวว่า เหมืองแร่ของ APPC เป็นการยกระดับสู่ Green Mining หรือเหมืองแร่สีเขียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ หัวใจสำคัญคือการนำเทคโนโลยีจากเยอรมนีที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกมาใช้ออกแบบ เพื่อลดผลกระทบทางกายภาพให้เหลือน้อยที่สุด คือ 1.เทคนิคห้องสลับเสาค้ำยัน เลือกใช้วิธีทำเหมืองที่เหมาะสมกับธรณีวิทยาของชั้นแร่โพแทชที่มีความหนาเฉลี่ย 3.8 เมตร และอยู่ลึก 240-380 เมตรจากผิวดิน โดยจะขุดแร่สลับกับการคงเหลือเสาแร่ไว้เพื่อค้ำยันโครงสร้างใต้ดินให้แข็งแรง 2.ระบบถมกลับ เมื่อขุดแร่ออกไปแล้ว จะนำกากแร่และหางแร่ถมกลับลงไปในช่องว่างใต้ดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัย และ 3.การันตีด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ จากผลการศึกษาพบว่าภายใน 25 ปีของการทำเหมือง การทรุดตัวของดินจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระดับระนาบเดียว ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างบนผิวดิน หรือทิศทางการไหลของน้ำธรรมชาติ

ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โครงการถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิดอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเค็มสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ บ่อกักเก็บน้ำอัจฉริยะ ก่อสร้างบ่อน้ำใช้ขนาด 2.1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคำนวณสมดุลน้ำจากสถิติอุตุนิยมวิทยาของ จ.อุดรธานี ย้อนหลังถึง 60 ปี เพื่อให้โครงการพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องดึงน้ำใต้ดินหรือน้ำผิวดินจากภายนอกมาใช้ สำหรับบ่อเก็บน้ำเหลือจากการผลิตจะปูพื้นด้วยวัสดุกันซึมถึง 2 ชั้น พร้อมติดตั้งระบบท่อตรวจเช็คการรั่วซึมตลอดเวลา ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการดักจับฝุ่นในโรงแต่งแร่และระบบลำเลียง พร้อมปลูกต้นไม้เป็นแนวชน (Buffer Zone) รอบพื้นที่ ซึ่งผลจำลองพบว่าจะมีค่าฝุ่นต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

“โครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางทรัพยากร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับท้องถิ่นและประเทศ คาดว่าจะสร้างรายได้ในรูปค่าภาคหลวงและภาษีให้รัฐและ จ.อุดรธานี กว่า 77,000 ล้านบาทตลอดอายุโครงการ และจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชนโดยรอบด้วยงบประมาณ 3,100 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เป้าหมายสำคัญคือทำให้ราคาปุ๋ยในประเทศถูกลง เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรในประเทศ” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า โครงการอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้ร่วมทุนจากจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้น 100% มีประสบการณ์ทำเหมืองทั่วโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรหลัก แบ่งกรอบเวลาเป็น ปี 2569 เริ่มขั้นตอนออกแบบโครงสร้างและเพิ่มทุนบริษัทจาก 100 ล้านบาท เป็น 2,600 ล้านบาท , ปี 2570-2573 ก่อสร้างโรงงานและระบบเหมือง และปี 2573 คาดว่าจะเริ่มการผลิตแร่โพแทชงวดแรกได้จริง

“นอกจากใช้เทคโนโลยีระดับสูงแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย มีระบบตรวจสอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใต้ดินลึก 300 เมตรได้ตลอดเวลา เพื่อให้เหมืองแห่งนี้เป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสงบสุขและยั่งยืน” นายวราวุธ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top