เตือนหนอนเจาะเมล็ดบุกสวนทุเรียน ชอนไชทำลายผลผลิตไม่รู้ตัว แนะกำจัดด้วย‘วิธีผสมผสาน’

เตือนหนอนเจาะเมล็ดบุกสวนทุเรียน ชอนไชทำลายผลผลิตไม่รู้ตัว แนะกำจัดด้วย‘วิธีผสมผสาน’

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นางจิระนุช ชาญณรงค์กุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาผลผลิตทุเรียนของไทยลดลง ซึ่งพบว่าในปี 2558 มีผลผลิตรวม 601,017 ตัน เมื่อเปรียบเทียบปี 2559 ผลผลิตรวม 512,451 ตัน ผลผลิตลดลง 88,566 ตัน สาเหตุเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและปัญหาการเข้าทำลายของศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ซึ่งเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญทำให้ผลผลิตทุเรียนเสียหาย โดยสันนิษฐานว่า มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซียและระบาดเข้ามาทางภาคใต้ เมื่อเกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์ทุเรียนมาเพาะใช้เป็นต้นตอ ลักษณะการทำลาย ตัวหนอนจะเจาะเข้าไปในเมล็ด กัดกินอยู่ภายในและถ่ายมูลออกมาทำให้เนื้อทุเรียนเปรอะเปื้อนเสียหาย หนอนชนิดนี้เมื่อเข้าทำลายภายในผลทุเรียนจะไม่สามารถสังเกตเห็นการทำลายจากลักษณะภายนอกได้ จนกระทั่งเมื่อหนอนโตเต็มที่พร้อมเข้าดักแด้จึงเจาะเปลือกเป็นรูออกมาเพื่อเข้าดักแด้ในดิน เกษตรกรจะเห็นแต่รูที่หนอนเจาะออกมา แต่ไม่พบตัวหนอนอยู่ภายใน หรือบางกรณีจะพบความเสียหายเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว

กรมส่งเสริมการเกษตร ขอแนะนำเกษตรกรป้องกันกำจัดหนอนเจาะผลทุเรียนโดยใช้วิธีผสมผสาน ดังนี้ 1.ไม่ควรขนย้ายเมล็ดทุเรียนจากที่อื่นเข้ามาในแหล่งปลูก ถ้ามีความจำเป็นควรคัดเลือกเมล็ดอย่างระมัดระวัง หรือแช่เมล็ดด้วยสารฆ่าแมลง เช่น มาลาไธออน 83% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์บาริล 85% ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ก่อนทำการขนย้ายจะช่วยกำจัดหนอนได้ 2.ห่อผลด้วยถุงพลาสติกสีขาวขุ่น ขนาด 40x75 เซนติเมตร เจาะก้นถุงเพื่อระบายน้ำ สามารถป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยมาวางไข่ได้ โดยเริ่มห่อผลตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุ 6 สัปดาห์เป็นต้นไปจนถึงเก็บเกี่ยว ก่อนห่อผลควรตรวจเพลี้ยแป้งที่ผลก่อนห่อ หากพบให้พ่นด้วยสารคลอไพริฟอส 20% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร


3.ใช้กับดักแสงไฟ black light เพื่อตรวจสอบการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน หากพบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนตัวเต็มวัย 1 ตัวในกับดักแสงไฟ ให้สำรวจไข่ของหนอนที่ร่องหนามผลทุเรียนแล้วเก็บทำลายและพ่นด้วยสารเคมีคาร์บาริล 85% ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเดลตาเมทริน 3% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรหรือสารเคมีแลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5% ซีเอส อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเบต้าไซฟลูทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และงดพ่นสารเคมีก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top