546.jpg
‘เสี่ยอ้วน’สำนึกผิดฆ่า2ศพ  กราบขอขมา  ลั่นไปรับกรรมในนรกอเวจี

‘เสี่ยอ้วน’สำนึกผิดฆ่า2ศพ กราบขอขมา ลั่นไปรับกรรมในนรกอเวจี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘เสี่ยอ้วน’สำนึกผิดฆ่า2ศพ

กราบขอขมา

ลั่นไปรับกรรมในนรกอเวจี

สารภาพหมดทุกข้อกล่าวหา

ตร.พาทำแผนฯ-คุ้มกันแน่น

ชาวบ้านรุมตะโกนสาปแช่ง

กัมพูชาส่งตัว“เสี่ยอ้วน”ให้ไทยแล้ว “จักรทิพย์”เผยสารภาพทุกข้อกล่าวหา ยอมรับกลัวตาย ตำรวจคุมตัวไปทำแผนฯ หน้าองค์พระเขาชีจรรย์ เสี่ยปืนโหดสำนึกผิด ก้มกราบพื้นดิน จุดลั่นไกใส่ “สปาย-ฟอส”จนขาดใจตาย พร้อมขอลาไปรับกรรมในคุกและขุมนรกอเวจี

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกัมพูชานำตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาบงการฆ่า น.ส.ปวีณา หรือสปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ อายุ 20 ปี เสียชีวิต บริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ส่งกลับมาให้ทางการไทยดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว หลังจับกุมตัวได้ที่ จ.ไปรเวง ติดพรมแดนประเทศเวียดนาม และตั้งข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของกัมพูชาและหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย


โดยเมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้มีรถยนต์ 2 คันไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในฝั่งไทยอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้หยุดให้ตรวจ จากนั้นได้มีโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ ตม.ให้อำนวยความสะดวกรถทั้ง 2 คัน เมื่อไปสอบถามจึงทราบว่าเป็นรถยนต์ที่ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.)ได้เข้าไปรับตัวเสี่ยอ้วน จากที่ทำการ ตม.ปอยเปต แล้วนำกลับเข้ามาในฝั่งไทย และได้พาตัวเสี่ยอ้วนไปที่ กก.ตชด.ที่ 12 แล้วนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์เข้ามาที่กองบินตำรวจ ในเวลา 21.40 น. ก่อนพาตัวไปคุมขังไว้ที่สโมสรตำรวจ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นผู้นำคณะนายตำรวจทำการสอบปากคำด้วยตนเอง

ต่อมา เวลา 10.45 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตช. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน แถลงผลการจับกุมเสี่ยอ้วน โดยระบุว่า ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายศาลจังหวัดพัทยา เพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุ 6 คน ในฐานความผิด “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นได้จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน ส่วนเสี่ยอ้วนหลบหนีการจับกุมข้ามไปยังประเทศกัมพูชา

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า มีผู้ให้การช่วยเหลือเสี่ยอ้วนในการหลบหนี 4 ราย และตำรวจตามจับกุมได้ทั้งหมด โดยมีความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่” และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ของประเทศกัมพูชา จนสามารถติดตามและจับกุมตัวเสี่ยอ้วนได้ดังกล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เบื้องต้น เสี่ยอ้วนให้รับการสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่า ช่วงที่อยู่ฝั่งกัมพูชาไม่ได้สะดวกสบาย ใช้ชีวิตปกติได้บ้าง และได้ดูข่าวในโซเชียลมีเดียที่ตนพูดว่ามี 2 ทางเลือก คือ ทางตันและทางตาย เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกกลัว ส่วนจะเป็นเรื่องสาเหตุจากชู้สาวหรือไม่นั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากคดีอยู่ในสำนวน ขณะนี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้หมดทุกรายเรียบร้อยแล้ว ทั้งผู้ร่วมก่อเหตุและผู้พาหนีรวมทั้งหมด 10 คน ขอฝากเป็นอุทาหรณ์ด้วย ต่อไปนี้ใครจะยิงใครก็แล้วแต่หรือใครที่ช่วยพาผู้ต้องหาหนีก็จะโดนจับกุมทั้งหมด

“ผมถามนายปัญญาว่าทำไมถึงต้องก่อเหตุที่เขาชีจรรย์ เขาบอกว่าคิดว่าเป็นแค่หินแกะสลักเท่านั้น และยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่ทำลงไป ผมถามว่าไม่กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหรอเขาบอกว่าเขาก็กลัวเหมือนกัน ตอนแรกลั่นไกลปืนไม่ลั่นตั้ง 2-3 นัด ส่วนเรื่องอื่นผมไม่ขอเปิดเผยเพราะว่าอยู่ในสำนวนเกรงว่าจะเสียรูปคดี ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรามีนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาประกอบสำนวนอยู่แล้ว ไม่ต้องวิตกกังวล ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม” ผบ.ตร. กล่าว

ด้านเสี่ยอ้วน กล่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะถูกคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า ได้เห็นที่ ผบ.ตร.พูดว่ามีทางเลือก 2 ทางคือทางตันกับทางตาย ตอนนั้นก็เลือกตันคือหนีไปให้ถึงที่สุด

หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น พ.ต.อ เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล รอง.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้นำตัว เสี่ยอ้วน เดินทางจาก ตร. มาถึง สภ.นาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในเวลา 13.10 น. โดยมีสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมากมารอดูการทำแผน หนึ่งในนั้นคือ นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ อายุ 41ปี แม่ของน้องสปาย ที่ระบุว่า ดีใจที่ตำรวจจับเสี่ยอ้วนได้ และอยากให้รับโทษหนัก เหมือนที่ทำกับน้องสปาย ตนไม่ยอมรับการขอขมา เสี่ยอ้วนไม่ใช่ลูกผู้ชาย อยากจะถามว่าฆ่าน้องสปายทำไม

ต่อมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว เสี่ยอ้วนมาทำแผนที่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวมทั้งสิ้น 5 จุด ได้แก่ บริเวณเขาชีจรรย์, ปั๊มน้ำมันบางเสร่ ,จุดทิ้งปืน, บ้านเช่า และสถานที่เช่ารถ โดยเสี่ยอ้วนได้สวมเสื้อเกราะกันกระสุนไว้ด้วย ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างหนาแน่นจากเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เพื่อป้องกันไม่ให้โดนรุมประชาทัณฑ์ แต่ก็มีชาวบ้านตะโกนสาปแช่งตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเสี่ยอ้วนมาชี้จุดที่ก่อเหตุและเป็นจุดที่เหยื่อ 2 ศพ นอนเสียชีวต ก็ได้ขอให้ตำรวจหยุดก่อน แล้วได้ก้มลงกราบขอขมายังพื้นดินต่อหน้าองค์พระปฏิมากร พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ พร้อมระบุว่าจะลาไปชดใช้เวรกรรมในคุกและขุมนรกอเวจี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top