ภาคบริการ ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดที่มีสัดส่วนใน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) 6.03 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 58.5 มีแรงงานที่อยู่ในภาคบริการมากกว่าภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยข้อมูลต้นปี 2561 มีแรงงานจำนวนประมาณ 17 ล้านคนหรือมากกว่าร้อยละ 45.5 อาจจะกล่าวได้ว่าสาขาบริการสามารถดูดซับกำลังแรงงานที่เพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีและแรงงานที่เคลื่อนย้ายมาจากสาขาเกษตรไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน
“แรงงานในสาขาบริการมีระดับการศึกษาตรงข้ามกับสาขาเกษตร คือมีผู้จบระดับสูงกว่าระดับประถมศึกษาประมาณ 12 ล้านคนหรือร้อยละ 70 และเป็นแหล่งรองรับผู้จบปริญญาตรีและปริญญาโทสูงที่สุดเทียบกับทุกสาขาบริการ จำนวน 4.7 ล้านคน หรือร้อยละ 28 โดยสาขาย่อยที่เป็นองค์ประกอบใหญ่ๆ คือ สาขาขายส่งขายปลีกและซ่อมบำรุงมีแรงงานมากกว่า 6 ล้านคน และสาขาโรงแรม ท่องเที่ยวและภัตตาคารมีแรงงานเกือบ 3 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิหลังการศึกษาค่อนข้างดี”
การมีภูมิหลังการศึกษาค่อนข้างดีนี้จึงน่าจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และบริการ 4.0 ได้ดีในภาพรวม โดยสาขาที่ต้องพึ่งพาสมรรถนะความเป็นไทย (Thainess) บางสาขาบริการที่มีการแข่งขันสูงและมีข้อจำกัดในการสร้างรายได้ต้องหันมาลดต้นทุนเป็นสำคัญ เช่น สาขาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวกลางทางการเงินมีคนทำงานมากกว่า 4 แสนคน
“การรุกเข้ามาของโลกดิจิทัล เช่น Fintech ทำให้เกิดบริการออนไลน์ขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้ความจำเป็นที่จะต้องมีสาขาบริการจำนวนมากใกล้ผู้รับบริการไม่จำเป็นและไม่คุ้มทุนอีกต่อไป” ทำให้ต้องปิดสาขา ถ้าพนักงานไม่สามารถปรับตัวได้กับการเปลี่ยนแปลงก็จะต้องลาออกไป “ภาคการศึกษา” เป็นอีกสาขาที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง และมีคนทำงานเพิ่มขึ้นปีละหมื่นคนต่อเนื่องมานับ 10 ปี “มีคนทำงานในปัจจุบันมากกว่า 1.1 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรครูและอาจารย์” จำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอน 2 เรื่อง คือ
1.ไม่มีความรู้ที่ทันสมัยเพียงพอที่จะสอนเด็กนักเรียนและนักศึกษาให้ทันยุคทันสมัย (ในศตวรรษที่ 21)อาจจะมีบางส่วนต้องลาออกไป กับอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องเผชิญก็คือ 2.แม้ครูอาจารย์จะปรับตัวได้ดีแต่ไม่มีเด็กนักเรียนนักศึกษาให้สอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กเข้าเรียนลดลงจากที่เคยเข้าเรียน ชั้น ป.1 ไม่ต่ำกว่า1.4 ล้านคน ปัจจุบันเหลือเพียง 0.7 ล้านคนเศษเท่านั้น
ผลต่อเนื่องก็คือ “จำนวนเด็กต่อชั้นเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือนักศึกษาที่เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยบางสาขาวิชามีเด็กลดลง” และ/หรือไม่จำเป็นต้องเข้ามาเรียนแบบเดิมๆ แต่ปรับเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์ (ในอนาคต) ผลคือปริมาณค่าเล่าเรียนและเงินอุดหนุนมีไม่พอจ่ายเงินเดือนครูอาจารย์และค่าดูแลอาคารสถานที่ในภาวะการแข่งขันสูง ในที่สุดก็ต้องปิดสาขาวิชาและ/หรือต้องปิดสถานศึกษา ต้องยกเลิกการจ้างครูอาจารย์
ซึ่งส่วนนี้น่าจะเกิดก่อนกับการศึกษาเอกชนที่ปรับตัวเองไม่ได้ในทุกระดับการศึกษา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี