รายงานพิเศษ : ‘หม่อนไหม’เร่งพัฒนาคุณภาพเส้นไหม  จากภาคเกษตรมุ่งสู่‘อุตสาหกรรมสิ่งทอ’

รายงานพิเศษ : ‘หม่อนไหม’เร่งพัฒนาคุณภาพเส้นไหม จากภาคเกษตรมุ่งสู่‘อุตสาหกรรมสิ่งทอ’

วันศุกร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมหม่อนไหม เดินเครื่องส่งเสริมเกษตรกรใช้เครื่องสาวไหม UB2 และเครื่องปั่นตีเกลียวเส้นไหมเพื่อผลิตเส้นไหมที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดสิ่งทอในระดับอุตสาหกรรม ลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ

นายไพโรจน์ เฮงแสงชัย รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ปัจจุบันการผลิตสิ่งทอจากเส้นไหมในระบบอุตสาหกรรมนั้นจำเป็นจะต้องใช้เส้นไหมที่มีคุณภาพ มีความสม่ำเสมอขอเส้นใย และมีความแข็งแรงที่จะใช้กับเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่ด้วยการผลิตเส้นไหมของเกษตรกรส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกรรายย่อย ประกอบกับการใช้วิธีการสาวไหมที่ขาดการพัฒนา ส่งผลให้เส้นไหมที่ได้ยังขาดคุณภาพที่จะนำไปผลิตสิ่งทอในระดับอุตสาหกรรมได้ ด้วยเหตุนี้กรมหม่อนไหมจึงมีนโยบายในการพัฒนาเครื่องสาวไหมเพื่อที่จะสามารถนำมาผลิตเส้นไหมให้ได้คุณภาพและสามารถนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้


โดยหนึ่งในเครื่องสาวไหมที่มีคุณภาพที่กรม มองว่ามีศักยภาพในการส่งเสริมให้นำมาสาวไหมเพื่อให้ได้เส้นไหมที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ เครื่องสาวไหม UB2 ซึ่งเป็นผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ศูนย์หม่อนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (อุบลราชธานี) และตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่าเครื่องสาวไหมอุบลราชธานี 50 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเป็นเกียรติแก่หน่วยงานสถานีทดลองหม่อนไหมอุบลราชธานี ซึ่งเป็นแหล่งริเริ่มคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ตั้งแต่เมื่อปี 2538 มาปรับปรุงใหม่เพื่อให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการใช้เส้นไหม

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอมีความต้องการเส้นไหมมาก โดยจะเห็นได้จากผู้ประกอบการต่างประเทศเริ่มหาซื้อรังไหมจากประเทศไทยเพื่อนำไปผลิตเส้นใยในอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นจำนวนมาก กรมหม่อนไหมได้เล็งเห็นโอกาสในการสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้จากการประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่มีตลาดรองรับที่แน่นอน จึงขยายผลด้านการผลิตเส้นไหมให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตเส้นไหมยืนและเส้นไหมพุ่งด้วยเครื่องสาวไหม UB2 และเครื่องปั่นตีเกลียวเส้นไหมโดยเครื่องมือทั้ง 2 เครื่องนี้เป็นผลงานวิจัยของนักวิจัยกรมหม่อนไหมที่มีศักยภาพการสาวที่ให้เส้นที่มีความสม่ำเสมอ มีเกลียวที่เพียงพอต่อการนำไปผลิตผ้าและผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมสิ่งทอ

โดยในปี พ.ศ.2561 กรมหม่อนไหมได้เริ่มนำร่องการพัฒนาคุณภาพเส้นไหมด้วยเครื่องสาวไหม UB2 และเครื่องปั่นตีเกลียว จำนวน 20 กลุ่ม ในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ และจะขยายผลต่อเนื่องในปี พ.ศ.2562 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสระบุรี และจังหวัดมุกดาหาร โดยมีเป้าหมายการผลิตเส้นไหมเข้าสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 100 ตัน

ทั้งนี้เครื่องสาวไหมดังกล่าวเป็นเครื่องสาวไหมขนาดย่อมขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ขนาด 1/4 แรงม้า มีประสิทธิภาพสูงกว่าการสาวไหมด้วยมือแบบพื้นเมืองถึง 6 เท่า โดยน้ำหนักจากการใช้เวลาในการสาวเท่ากัน แต่คุณภาพของเส้นไหมที่ได้มีลักษณะกลม มีการรวมตัวของเส้นไหมดีมาก ขณะทำการสาวไหมยังสามารถกรอเส้นไหมได้พร้อมกันอีกด้วย ต้นทุนการผลิตต่ำ วัสดุที่ใช้ประกอบเครื่องหาได้ง่ายในท้องถิ่น เคลื่อนย้ายได้สะดวก โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา กรม ได้ทดลองส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีได้นำเครื่องดังกล่าวไปใช้จำนวน 20 เครื่อง ผลที่ได้เกษตรกร 18 ราย สามารถใช้เครื่องดังกล่าวได้ดีและได้เส้นไหมคุณภาพ สามารถทดแทนเส้นไหมยืนที่ต้องนำเข้าหรือสั่งซื้อจากโรงงานได้ ซึ่งจากผลการทดลองดังกล่าวในปีนี้จึงได้ขยายผลการใช้ให้มากขึ้นและพร้อมผลักดันให้ปี 2562 เป็นปีแห่งการพัฒนาการสาวไหมให้มีคุณภาพต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top