546.jpg
จ่อฟันอีก44วัด เอี่ยวคดีเงินทอนลอต4 กระจายทุกภาคทั่วปท.

จ่อฟันอีก44วัด เอี่ยวคดีเงินทอนลอต4 กระจายทุกภาคทั่วปท.

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จ่อฟันอีก44วัด

เอี่ยวคดีเงินทอนลอต4

กระจายทุกภาคทั่วปท.

ปปช.สอบแก๊ง‘พนม’

รวยผิดปกติโยง12ล้าน

ปปป.-กองปราบฯลุยสอบคดีโกงเงินทอนลอต 4 แฉโยงวัดอีก 44 แห่ง กระจายอยู่เกือบทุกภาคยังไม่พบว่ามีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มเติม คาดเตรียมสรุปสำนวนทั้งหมดเสร็จภายในตุลาฯนี้ ด้านป.ป.ช.ตั้งปมสอบ”พนม ศรศิลป์”กับพวกรวม 9 รายร่ำรวยผิดปกติโยงทุจริตวัดภาคใต้ 3 แห่งวงเงิน 12 ล้าน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปรามพล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รองผบช.ก.) เป็นประธานการประชุมร่วมกับพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.)และคณะพนักงานสอบสวนคดีเงินทอนวัดเพื่อตรวจความเรียบร้อยและภาพรวมของสำนวนคดี รวมถึงเร่งรัดคดีก่อนส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาส่งฟ้องต่อศาล


ด้านพ.ต.อ.วรายุทธสุขวัฒน์ รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป) กล่าวว่าการประชุมร่วมของคณะพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางครั้งนี้สืบเนื่องจากกองปราบฯ และบก.ปปป. ร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาสำนวนการสอบสวนคดีฟอกเงินที่เกี่ยวกับทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งสำนักงานงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)รับดำเนินคดี โดยมีวัดที่เข้าข่ายความผิดลอตที่ 1 จำนวน 12 วัด ลอตที่สอง จำนวน 23 วัด และลอตที่ 3 จำนวน 10 วัด

นอกจากนั้นคณะพนักงานสอบสวน ยังพิจารณาสำนวนคดีอาญาคดีทุจริตเงินทอนวัดลอต3 จำนวน 10 วัดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งกลับมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางโดยผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มเดิมที่เคยถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้

“ยังไม่พบว่ามีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรัดสอบสวนเพื่อส่งให้อัยการพิจารณา คาดว่าประมาณต้นเดือนตุลาคมนี้ทุกสำนวนจะแล้วเสร็จ ส่วนคดีอาญาของลอต 1 และ 2 ทาง ป.ป.ช. ยังอยู่ระหว่างไต่สวนชี้มูลความผิด”พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าว

ส่วนคดีเงินทอนวัดลอต4 นั้น พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าวว่า ตอนนี้มีความชัดเจนแล้ว 44 วัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 15 วัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4-5 วัด ภาคตะวันออกและภาคกลาง 20 วัด ภาคใต้ 6-7 วัด ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของ บก.ปปป.หากสรุปสำนวนแล้ว จะแจ้งให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากป.ป.ช.เปิดเผยถึงกรณีป.ป.ช.จังหวัดสงขลา รายงานผลงานในรอบปีงบประมาณ 2561 โดยมีคดีเกี่ยวกับการทุจริตเงินอุดหนุนวัด 3 แห่งในภาคใต้ วงเงิน 12 ล้านบาท ที่มีการชี้มูลความผิด น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ อดีตผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สงขลา และนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. กับพวกรวม 9 ราย ไปแล้วเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมาว่า ภายหลังการชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดแล้วป.ป.ช.ส่งหลักฐาน และข้อมูลทางการเงินของผู้ถูกกล่าวหา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)และสถาบันการเงินอื่นให้คณะทำงานของป.ป.ช.ที่รับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า เมื่อตรวจสอบพบว่ามีสองประเด็นใหม่ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมคือ ส่งเรื่องให้สำนักงานพศ. ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน พศ. ที่ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน และต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขณะเดียวกันให้คณะทำงานของป.ป.ช.รับเรื่องไว้พิจารณากรณี มีเหตุอันควรสงสัยว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบางรายร่ำรวยผิดปกติ โดยให้ตั้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา และดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงพร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามระเบียบ ในลักษณะเดียวกับการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน เป็นการตรวจสอบเชิงลึก และให้น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี

ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวสั้นๆว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว ขอตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top