ญาติเหยื่อเฮ! ศาลสั่งบขส.-ทายาทคนขับรถตู้ ชนย่างสดดับ25ศพ จ่ายเยียวยา
จากกรณี เมื่อวันที่ 2 ม.ค.60 เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสาร สายจันทบุรี-กรุงเทพ หมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร พุ่งข้ามเลนไปชนรถกระบะที่แล่นสวนทางมาอย่างรุนแรง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้ง 2 คัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากรถตู้โดยสารทั้งหมด 14 ราย ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียชีวิต 11 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 25 ราย เหตุเกิดบนถนนสาย 344 บ้านเนินหนองขนุน หมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าเมืองระยอง นำไปสู่การยื่นฟ้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด 2017 วีเจ ทรานสปอร์ต เป็นจำเลยที่ 1 , น.ส.วาสนา จันทร์เอี่ยม เป็นจำเลยที่ 2 และบริษัท ขนส่ง จำกัด เป็นจำเลยที่ 3 กรณีละเมิดต่อศาลจังหวัดจันทบุรี เรียกค่าเสียหาย รวมกว่า 30 ล้านบาท
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 ต.ค.61 ศาลจังหวัดจันทบุรี นัดอ่านคำพิพากษา คดีดังกล่าว ที่ นายโสภณ หนูรัตน์ ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ผู้ดูแลคดี และโจทก์อีก 11 ราย ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เดินทางไปยังศาลจังหวัดจันทบุรีเพื่อฟังคำพิพากษา โดยศาลใช้เวลาพิจารณาคดีเป็นเวลา 3 ชั่วโมง
นายโสภณ กล่าวหลังจากการฟังคำพิพากษาว่า วันนี้ศาลจังหวัดจันทบุรีได้ตัดสินให้จำเลยที่ 3 และจำเลยร่วมที่ 1 และ 2 คือ ทายาทของคนขับ ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติของผู้เสียชีวิต รวมเป็นเงิน 20,780,000 บาท รวมทั้งต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด คือ 2 ม.ค.60 ส่วนสำคัญ คือ ศาลชั้นต้นได้กรุณากำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษกับโจทก์แต่ละราย รายละ 500,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าคนขับรถประมาท เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก รวมทั้งค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าขาดแรงงานในครัวเรือน และค่าทรัพย์สินเสียหายสูญหาย
ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 ศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยทั้งสองไม่ใช่นายจ้าง หรือตัวการตัวแทนที่ต้องรับผิดร่วมกับคนขับรถตู้คันเกิดเหตุ ซึ่งส่วนนี้ มพบ. จะมีการประชุมคดีเพื่อพิจารณาในการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป เนื่องจากทาง บขส.คงยอมจ่ายเพียงเจ้าเดียว คงต้องให้บริษัทรถตู้ มีส่วนร่วมในการจ่ายเงิน ค่าทดแทน และหากชั้นศาลอุทธรณ์คดียังไม่จบ คงจะยื่นฟ้องถึงศาลฎีกา และคาดว่าศาลฎีกา จะรับพิจารณารับคดี เนื่องจากเป็นคดีตัวอย่างที่ก่อประโยชน์กับผู้บริโภคและประชาชนส่วนมาก
“คำตัดสินในวันนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีในเรื่องคำพิพากษา เรื่องเกี่ยวกับรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันออก ในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ที่เสียหายจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถโดยสาร” นายโสภณ กล่าว
ด้านนางศศินันท์ สิทธิบุศย์ มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กล่าวว่า สาเหตุที่มาฟ้องคดี เนื่องจากหลังการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว บริษัทไม่ได้เข้ามาสนใจดูแล หรือแสดงความรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นเลย จึงตัดสินใจฟ้องคดีเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงขั้นตอนการพิพากษานั้น รู้สึกว่าใช้ระยะเวลานานมาก แต่เข้าใจว่าขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาตัดสินนั้นต้องใช้ระยะเวลา และพึงพอใจกับคำตัดสินในระดับหนึ่ง
ส่วนนางเสงี่ยม หินอ่อน มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ลูกสาวเสียชีวิต การใช้ชีวิตก็ลำบากมากขึ้น เพราะจะต้องเลี้ยงลูกของลูกสาว และในบางวันก็จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยง วันละ 200 บาท เพราะต้องไปทำงานที่สวนยาง ด้วยเหตุนี้ทำให้ตัวเองเข้ามาร่วมฟ้องคดีดังกล่าวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
“หากลูกสาวอยู่น่าจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่พอลูกสาวเสีย เราก็เหมือนจะหมดทุกอย่างไปเลย อีกอย่างแม้ว่าจะผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงเขาอยู่เสมอ เมื่อลูกเขาเข้าไปเห็นรูปของแม่ เขาก็ถามว่าแม่ไปไหน เราก็ได้แค่บอกไปว่า แม่ไปสวรรค์นะ หลังจากฟังคำพิพากษาของศาลก็เกิดความรู้สึกว่าเงินชดเชยที่ได้รับมาไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็ยอมรับได้ตามคำสั่งศาล ส่วนเงินที่ได้นี้ก็จะนำไปใช้เป็นเงินเก็บไว้เลี้ยงดูลูกของลูกสาวในอนาคตต่อไป” นางเสงี่ยม กล่าว
ขอบคุณภาพและข้อมูล มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี