วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรลูกหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ธ.ก.ส. จะปรับโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกรสมาชิกกองทุนพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน (กฟก.) 36,605 ราย มูลหนี้ 6,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 และเป็นหนี้รายละไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ด้วยการพักเงินต้นครึ่งหนึ่ง และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน สำหรับเงินต้นอีกครึ่งหนึ่ง ให้เกษตรกรทำสัญญาผ่อนชำระตามกรอบเวลาที่ตกลงกัน แต่ไม่เกิน 15 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-3 หรือดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด เมื่อเกษตรกรผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาใหม่เรียบร้อยแล้ว ดอกเบี้ยที่พักไว้ ธ.ก.ส. จะพิจารณายกให้เกษตรกร ส่วนเงินต้นที่เหลืออีกร้อยละ 50 ให้นำมาปรับโครงสร้างใหม่
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง อาทิกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ฯลฯ จัดทำแผนพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรภายใต้งบประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งจะใช้แนวทางการส่งเสริมอาชีพที่ครอบคลุมไปจนถึงแผนการรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สามารถนำมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้ภายในกำหนดเวลาและมีรายได้ในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน คาดว่าแผนพัฒนาอาชีพดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
“สำหรับเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ธนาคารอื่น ๆ นอกเหนือจากหลักเกณฑ์การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก กฟก. ที่เป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส. ตามที่เสนอ ครม.ไปแล้วนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ รับมาพิจารณา โดยจะหารือร่วมกับเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ และธนาคารเจ้าหนี้ เพื่อหาทางช่วยเหลือในแนวทางเดียวกับลูกหนี้ ธ.ก.ส. ต่อไปโดยให้รวบรวมหลักการเหตุผลเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา และกำชับว่าต้องไม่ให้เสียวินัยทางการเงินการคลังของประเทศด้วย” นายกฤษฎากล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี