546.jpg
บทความพิเศษ : ถอดบทเรียน‘สึนามิ’อินโดนีเซีย-ไทย

บทความพิเศษ : ถอดบทเรียน‘สึนามิ’อินโดนีเซีย-ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียมีระดับ 7.5 ความลึกอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตร ยังถือว่าเป็นแผ่นดินไหวในระดับตื้น” ถ้าระดับลึกต้องเกิน 30 กิโลเมตรขึ้นไป “แผ่นดินไหวระดับนี้ถือว่าแรงแต่ก็ไม่น่าทำให้เกิดสึนามิที่สูง 6 เมตรได้” เพราะที่ผ่านมา สึนามิจะเกิดขึ้นต้องเป็นแผ่นดินไหวระดับ 8-9 ขึ้นไป แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นที่อินโดนีเซียนี้เรียกได้ว่า อาจจะอยู่นอกการคาดหมายของนักวิทยาศาสตร์หลายๆ คน

“ทำไมแผ่นดินไหวระดับ 7.5 ทำให้เกิดสึนามิที่มีความสูงในระดับถึง 6 เมตรได้?”ปัจจัยแรกคือ “แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบนบก” ซึ่งแตกต่างจากสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่ผ่านๆ มา ซึ่งมักเกิดขึ้นในทะเลลึก แล้วทำให้เกิดคลื่นกระแสน้ำ เป็นสึนามิพัดเข้ามายังชายฝั่ง ต่อมาคือนอกจากแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนบกแล้ว ยังเกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังอีกด้วย


สำหรับปัจจัยที่ทำให้สึนามิครั้งนี้รุนแรงกว่าปกติ ปัจจัยแรกอาจเกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเลเนื่องจากบริเวณชายฝั่งของเมืองปาลู มีภูมิประเทศเป็นที่ลาดชันสูง จึงเป็นไปได้ว่าแผ่นดินไหวทำให้เกิดแผ่นดินถล่มในทะเล ทำให้เกิดมวลน้ำมหาศาลซัดเข้ามายังตัวเมืองปาลู อีกปัจจัยหนึ่งน่าจะมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของตัวเมืองปาลูเอง ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวลึกเข้าไปเป็นรูปกรวย จึงทำให้เกิดการรวมศูนย์พลังงานให้เป็นจุดโฟกัสของคลื่นสึนามิที่วิ่งเข้ามา เกิดพลังทำลายล้างที่รุนแรงมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่คงต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ “การแจ้งเตือนภัยได้ผลหรือไม่?” ต้องบอกว่า “กรณีสึนามิที่อินโดนิเซียนี้ค่อนข้างโชคร้าย” เพราะเกิดแผ่นดินไหวในแผ่นดินแล้วทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ ได้ถูกทำลายไป เมื่อเกิดสึนามิตามมาระบบแจ้งเตือนภัยทั้งการส่งข้อความสั้น(SMS) ระบบไซเรนที่ติดตั้งตามแนวชายหาดอาจไม่ทำงานตามปกติ เพราะถูกทำลายไปตั้งแต่ตอนเกิดแผ่นดินไหวแล้ว จึงเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายซ้ำสองครั้ง คือทั้งแผ่นดินไหวที่รุนแรง และเกิดสึนามิตามมาที่รุนแรงด้วย

“ปัจจุบันอินโดนิเซีย มีทุ่นตรวจจับสึนามิ 22 ทุน แต่หลายทุ่นอาจใช้การไม่ได้” เนื่องจากทุ่นเหล่านี้จะต้องมีการดูแลรักษาซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตาม “แม้ทุ่นตรวจจับเหล่านี้ยังทำงานได้ตามปกติ แต่ถ้าเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบนบกทุ่นเหล่านี้ซึ่งตรวจจับสึนามิที่เกิดขึ้นในทะเลลึกห่างจากชายฝั่งไปหลายร้อยกิโลเมตร ก็อาจจะจับสัญญาณไม่ได้เต็มที่เช่นกัน” ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งปัญหาในการตรวจจับสึนามิคราวนี้ ทุ่นที่อยู่ไกลๆ อาจจะตรวจจับแผ่นดินไหวที่อยู่ในระยะไกลๆ ได้แต่ถ้าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่งก็อาจตรวจจับได้ไม่มีประสิทธิภาพ

สำหรับปัญหาในการดูแลรักษาทุ่นเตือนภัยสึนามิ เมื่อติดตั้งห่างไกลในทะเลลึก ทุ่นเหล่านี้ต้องใช้เทคโนโลยีสูงในการทำงาน เพราะไม่เพียงแค่ตรวจจับระดับน้ำและแรงดันน้ำเท่านั้น แต่ยังต้องมีเครื่องมือสื่อสารที่ต้องส่งสัญญาณไปยังดาวเทียมเพื่อนำไปประมวลผลที่ส่วนกลางอีกด้วย ดังนั้นย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายสูงตามอย่างแน่นอนในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2547 ที่เกิดสึนามิครั้งใหญ่ จึงได้ติดตั้งทุ่นตรวจจับสึนามิจำนวน 3 ทุ่นอยู่ในฝั่งทะเลอันดามันในปี 2549 ส่วนฝั่งอ่าวไทยยังไม่น่าห่วงเพราะอยู่ไกลจากแนวรอยเลื่อน 4-5 พันกิโลเมตร

บริเวณชายฝั่งอันดามันของไทยที่น่าห่วงคือพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ สตูล พังงา ระนอง ภูเก็ตและตรัง รวมถึงหมู่เกาะต่างๆในทะเลอันดามัน ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนที่มีพลัง ซึ่งเคยเกิดแผ่นดินไหวและเกิดสึนามิมาแล้วเมื่อปี 2547 ส่วนโครงสร้างของบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งที่มีโอกาสเจอกับคลื่นสึนามิ โดยหลักการแล้วคือ “เมื่อคลื่นสึนามิมาแล้วต้องหนีให้เร็วและหนีให้ทันอย่างเดียว” เพราะว่าไม่ว่าจะออกแบบบ้านให้แข็งแรงอย่างไรก็ไม่สามารถต้านทานแรงและปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลจากธรรมชาติได้

“ประสบการณ์จากเหตุการณ์สึนามิในอดีต คนเสียชีวิตจำนวนมาก เพราะว่าคนไม่หนีไม่ตระหนัก หรือไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก่อนจะเกิดเหตุสึนามิ ธรรมชาติมักจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ทราบ เช่น ระดับน้ำจะลดลงอย่างมากจนผิดสังเกต บางคนกลับเห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติพิเศษ จึงเข้าไปดูโดยที่หารู้ไม่ว่า เดี๋ยวกำลังจะมีคลื่นใหญ่ถาโถมเข้ามา ตรงนี้ต้องให้ความรู้ ระบบเตือนภัยต้องทำงาน และระบบทุ่นที่ต้องวัดระดับน้ำให้ได้”

ประเทศไทยนั้นยังโชคดีตรงที่แนวที่เกิดแผ่นดินไหวแล้วทำให้เกิดสึนามิอยู่ห่างไกลออกไปนอกชายฝั่งทะเลฝั่งอันดามันนับเป็นพันกิโลเมตร“ธรรมชาติของไทยไม่ได้โหดร้ายเท่ากับที่อินโดนีเซีย”อย่างเมืองปาลูของอินโดนีเซียนี้ ตั้งอยู่บนรอยเลื่อน และเป็นรอยเลื่อนที่มีพลังขยับตัวได้ตลอดเวลาจึงได้รับผลกระทบทั้งแผ่นดินไหนและสึนามิซ้ำเติมในห้วงเวลาที่ใกล้กัน

ปัจจัยสำคัญของไทยจึงอยู่ที่ “คน” มากกว่า เพราะเมื่อแผ่นดินไหวไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ระบบอุปกรณ์การสื่อสารต่างๆ จึงควรทำงานได้ตามปกติจึงต้องเน้นเรื่องการดูแลระบบการแจ้งเตือนภัยให้ดีพอ เพราะหากระบบแจ้งเตือนภัยของเราล้มเหลว คนจะหนีไม่ทัน และหลังจากแจ้งเตือนภัยแล้ว ต้องมี “แผนที่หลบภัย” เพื่อให้ชาวบ้านรู้ว่าจะต้องหนีหลบภัยไปที่ไหน ตลอดจนระบบไซเรนควรมีตลอดแนวชายฝั่ง ต้องเสียงดังชัดเจน และมีหอกระจายข่าว รวมถึงมีระบบรองรับทุกอย่างดีแล้วก็จำเป็นต้องมี “แผนซักซ้อม” และต้องซักซ้อมกันทุกปี

“หลักการหนีภัยสึนามิให้รอด คือให้หนีขึ้นที่สูง ที่น้ำท่วมไม่ถึง” แต่ในบางพื้นที่ไม่มีที่สูงให้หนี เช่น ที่เขาหลัก จ. พังงา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชายหาดพื้นราบเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรจากชายฝั่งจนกว่าจะถึงที่สูงหรือถนนหลวง เช่นนี้ทางรัฐบาลจำเป็นต้องจัดให้มี “อาคารหลบภัยแนวตั้ง”ให้เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความแข็งแรง อย่างน้อยที่สุดเพื่อให้ชาวบ้านเมื่อหนีออกจากบ้านตนเองแล้ว ถ้ามีที่สูงตามธรรมชาติ ก็หนีไปที่สูงธรรมชาติที่อยู่ใกล้ๆ ถ้าไม่มีที่สูงตามธรรมชาติ ก็ให้ไปที่อาคารหลบภัยแนวตั้ง ที่เป็นอาคารหลบภัยที่มีความแข็งแรง

“สำหรับประเทศไทย โอกาสที่จะเผชิญกับการเกิดสึนามิอีกในอนาคตยังมีความเป็นไปได้” เนื่องจากแนวรอยเลือนของเปลือกโลกในทะเลอันดามัน เป็นแนวที่ยาวต่อเนื่องจากทั้งในมหาสมุทรอินเดียขึ้นไปถึงแผ่นดิน จึงมีโอกาสที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นได้อีก จากสถิติแม้ว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.3 ขึ้นแล้วในปี 2547 ก็ยังมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่าระดับ 8 เกิดขึ้นตามมา ดังนั้นในอนาคต ก็คาดว่าจะมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกินระดับ 8 เกิดขึ้นได้อีก ซึ่งก็อาจทำให้เกิดสึนามิขึ้นได้

ไทยนั้นโชคดีที่ธรรมชาติไม่รุนแรงเท่ากับอินโดนิเซีย ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวและสึนามินั้นจึงขึ้นอยู่กับคนและระบบการรับมือของเรา ว่าจะมีวิธีการแจ้งเตือน ซักซ้อม และตระหนักถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเพื่อไม่ประมาทจึงควรเตรียมความพร้อมที่จะรับมือต่อเหตุการณ์ภัยธรรมชาติในอนาคต!!!

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ

เลขาธิการสภาวิศวกร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top