27 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดท่องเที่ยวกังหันน้ำ หน้าโรงเรียนกลางเมือง ใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า นายบุญช่วย ชุนหกิจ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กำลังเร่งมือซ่อมแซมกังหันน้ำโบราณ ที่ในอดีตบรรดานิสิตจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ได้ประดิษฐ์ไว้ จนนับได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรม ที่ทันสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อ 42 ปีที่ผ่านมา

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กล่าวว่า กังหันน้ำ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหาร ใช้หล่อเลี้ยงคนหลายพันคนบนภูหินร่องกล้า สมัยเมื่อ 42 ปีที่ผ่านมา ออกแบบและสร้างโดยนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หนีเข้าป่าภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กังหันน้ำนี้ใช้พลังน้ำขับเคลื่อนกังหันเพื่อหมุนแกนครกกระเดื่องตำข้าว ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโรงสีข้าวโดยไม่ต้องใช้แรงคน เพื่อใช้เป็นอาหารประทังชีวิต

นอกจากนี้ กังหันน้ำแห่งนี้ยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ส่องสว่าง จนกระทั่งในเวลาต่อมาทางรัฐบาลประกาศให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเข้ามอบตัวโดยละเว้นโทษ และมอบพื้นที่ทำกินเพื่อร่วมพัฒนาชาติไทย จากนั้นกังหันน้ำแห่งนี้ก็กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำทางประวัติศาสตร์ จนกระทั่งสถานที่แห่งนี้ได้ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในเวลาต่อมา กังหันน้ำโบราณจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
.jpg)
นายบุญช่วย เผยอีกว่า กว่า 40 ปีที่ผ่านมา กังหันน้ำก็เริ่มชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา จนไม่สามารถหมุนได้มานานกว่า 10 ปี ถึงแม้ว่าจะมีการซ่อมแซมอยู่เสมอ แต่ก็ไม่สามารถกลับมาตำข้าว หรือผลิตกระแสไฟฟ้าได้เหมือนเดิม กลายเป็นเพียงกังหันโบราณที่หยุดนิ่งเพียงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาถ่ายรูปเท่านั้น วันนี้ตนจึงมีความคิดที่ว่า อยากให้กังหันน้ำกลับมาหมุนได้อีกครั้ง ตำข้าวได้ ผลิตกระแสไฟฟ้า ได้เหมือนเดิม เหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีตที่ผ่านมาได้ เพราะจุดท่องเที่ยวบริเวณกังหันน้ำแห่งนี้ เป็นจุดที่สำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต้องแวะมาเดินเที่ยว เพราะนอกจากจุดนี้จะน้ำตกสวยงามให้เที่ยวชม ยังมีกังหันน้ำโบราณ ที่นักท่องเที่ยวมักจะถามว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง และไม่คิดว่ามันจะสามารถกลับมาใช้งานได้จริงๆ ตนจึงอยากจะปลุกกังหันน้ำโบราณแห่งนี้ให้ฟื้นคืนชีพ กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม และให้ผลิตไฟฟ้าขึ้นไปส่องสว่างที่บริเวณโรงเรียนการเมืองให้ได้
.jpg)
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เกณฑ์เจ้าหน้าที่ช่างของอุทยานฯ เข้ามาซ่อมแซมบริเวณเฟืองของกังหันน้ำให้กลับมาหมุนได้ ซ่อมแกนของกังหันน้ำที่ยื่นออกไปให้สามารถตำข้าวได้ และซ่อมไดร์ฟปั่นไฟให้สามารถกลับมาส่องสว่างได้อีกครั้ง โดยจะดึงไฟไปใช้บริเวณโรงเรียนการเมือง ให้มีแสงสว่างให้ได้ ขณะนี้การซ่อมแซมแล้วเสร็จไปกว่า 50% แล้ว คาดว่าอีกไม่เกิน 1 เดือน จะแล้วเสร็จ ทันฤดูกาลท่องเที่ยวปีใหม่นี้อย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี