546.jpg
บุกค้นอู่ซ่อมรถย่านปทุมฯ โยงแก๊งโจรกรรมรถยนต์-ดัดแปลง-สวมทะเบียน

บุกค้นอู่ซ่อมรถย่านปทุมฯ โยงแก๊งโจรกรรมรถยนต์-ดัดแปลง-สวมทะเบียน

วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.31 น.

ศปจร.ก.สนธิกำลังตำรวจกองปราบ บุกค้นอู่ซ่อมรถยนต์ในปทุมธานี หลังโยงแก๊งโจรกรรมรถยนต์-ดัดแปลง-สวมทะเบียน

5 ธ.ค.61 ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. , พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม , พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป , พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป. , พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ สว.กก.3บก.ป , ร.ต.อ.หญิง กัญจิรา นรสาร รองสว.กก.3บก.ป.สนธิกำลังศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) นำหมายค้นเลขที่ 238/2561 ลงวันที่ 3 ธ.ค.61 เข้าตรวจค้นอู่รถยนต์เลขที่ 3022 ต.บางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่ในการตัดต่อสวมซากรถยนต์ ซึ่งอาจมีความเกี่ยวโยงกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่


ที่เกิดเหตุเป็นอู่รถยนต์ขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด ชุดสืบสวนได้นำกำลังเข้าตรวจค้นก็พบ นายรุ่ง เศร้าภาษา ชาว จ.นนทบุรี แสดงตนเป็นเจ้าของอู่รถยนต์ จากการตรวจค้นก็พบ นายอดิพงษ์ เศร้าภาษา (ช่างสี) , นายสุวิทย์ ภูธนะวีระชาติ (ช่างสี) และนายยุติธร ประสมจินดา (ช่างเคาะ ตัดเชื่อม) กำลังทำการซำแหละรถยนต์ 2 คัน จึงได้ขอตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า รถทั้ง 2 คัน เป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ทะเบียน กล 5206 พิษณุโลก มีร่องรอยการตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ออกไป และรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กจ 6690 หนองคาย พบรอยตัดหมายเลขตัวถังรถออกที่บริเวณที่นั่งคนขับ จึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมด พร้อมคุมตัวเจ้าของอู่และผู้ที่เกี่ยวข้องไปทำการสอบสวน

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นอู่รถยนต์ดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มคนร้ายร่วมกันขอติดต่อเช่ารถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีส้ม ทะเบียน 8 กข 3580 กทม.กับทางผู้เสียหายรายหนึ่ง ภายในปั้มน้ำมันบางจาก ถ.พระราม 3 แขวงและเขตบางคอแหลม ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป ต่อมาผู้เสียหายได้พบว่ารถยนต์ของตนที่หายไป ได้ปรากฏที่เต็นท์รถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบทสมุทรสาคร ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงได้มาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ทางตำรวจกองปราบปรามจะเข้าไปตรวจสอบ

เบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวการสวมทะเบียนรถเป็นทะเบียน กค 5797 กทม.จึงได้ทำการตรวจสอบที่พบว่าการได้มาของตัวรถไม่ถูกต้อง เอกสารไม่ตรงกับทะเบียนรถที่ระบุ อีกทั้งได้ประสานไปยังเจ้าของทะเบียนตัวจริง ก็ทราบว่ารถยนต์ทะเบียน กค 5797 กทม.ได้ประสบอุบัติเหตุ ต่อมาได้ทำการขยายผลจนทราบว่ารถคันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับอู่รถยนต์ที่ จ.ปทุมธานี จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายค้นเพื่อหาพยานหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้ทำการยึดซากรถยนต์ จำนวน 2 คัน พร้อมทะเบียนและเครื่องยนต์ไว้ เพื่อนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ดี อยากจะฝากเตือนประชาชนที่มีความต้องการในการซื้อรถยนต์ทั้งจากเต็นท์รถมือสองหรือทางอินเตอร์เน็ต จะต้องมีการตรวจสอบตัวรถจริง โดยเฉพาะเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ว่ามีการดัดแปลงขูดลบแก้ไขหรือไม่ พร้อมทั้งนำไปตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนเบื้องต้นกับกรมขนส่งทางบกด้วยว่าตรงกันหรือไม่ ก่อนจะตกลงซื้อขายกัน ซึ่งอยากให้ประชาชนตระหนักถึงความน่าจะเป็นว่าของดี ของถูก ไม่มีในโลก

ทั้งนี้ มีรายงานว่าตำรวจกองปราบปราม และศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ใช้เวลาในการแกะรอยขบวนการดังกล่าวเป็นเวลากว่า 2 เดือน ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ โดยกลุ่มแรกจะออกอุบายหลอกเหยื่อ โดยทำทีว่าจะขอเช่ารถยนต์ จากนั้นก็จะนำไปขายให้กับกลุ่มที่สอง ซึ่งเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ โดยกลุ่มนี้จะนำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมไปทำการสวมกับซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ โดยแต่ละเดือนสามารถดัดแปลงได้มากกว่า 20 คัน จากนั้นก็นำไปขายต่อให้กับกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์มือสองหรือประชาชนที่สนใจโดยการหลอกลวงให้หลงเชื่อ หรือกลุ่มลูกค้าที่สมัครใจซื้อรถยนต์ที่ผ่านการสวมซากมาแล้ว เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top