วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
ซอกแซกอาเซียน : คอลัมน์ซอกแซกอาเซียน (2)

ซอกแซกอาเซียน : คอลัมน์ซอกแซกอาเซียน (2)

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag : ซอกแซกอาเซียน
  •  

เมื่อฉบับที่แล้ว เล่าคร่าวๆ ว่าแอปเตอร์ หน้าตาเป็นอย่างไร ทำงานอย่างไร และทิ้งท้ายว่าผลการทำงานเป็นอย่างไรบ้างนั้น กระผมรับปากจะมาเล่าต่อกัน ฉบับนี้ จึงขออนุญาตต่ออีกสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นที่น่าสนใจโดยทั่วไปของประเทศอาเซียน จีน เกาหลีใต้และญี่ปุ่นครับ

ความจริง การจะทำงานให้ถูกตาถูกใจของประเทศสมาชิกได้นั้น ก็คือถามว่า แอปเตอร์สามารถช่วยเหลือข้าวสารเพื่อบริโภคแก่ประชาชนผู้ประสบภัยได้มากน้อยแค่ไหน ว่ากันตามจริง ในแต่ละปีทุกวันนี้ ภัยธรรมชาติบนโลกเราเกิดขึ้นมากหรือถี่กว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น พายุใหญ่ สึนามิ น้ำท่วม ฝนแล้ง แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภูเขาไฟระเบิด รวมไปถึงโรคแมลงระบาดทำลายพืชผลทางการเกษตร ด้วยอิทธิพลของสาเหตุหลักที่นักวิชาการของโลกมักยกมากล่าวอ้างกัน คือ climate change หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะประเทศอาเซียนบวกสามของเรา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม มักจะเจอบ่อยกว่าเพื่อน


เช่น เมื่อช่วงตั้งแอปเตอร์ใหม่ๆ ปี 2557 ก็เกิดพายุใหญ่ไห่เยี่ยนพัดทำลายตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์เสียหายหนักทั้งบ้านเรือนทรัพย์สิน รวมทั้งชีวิตประชาชนไปเป็นจำนวนมาก หรือก่อนนั้นช่วงปลายปี 2554 ไทยเราเองก็เจอภัยน้ำท่วมใหญ่จนทำให้ภาคกลางลงมาถึงกรุงเทพฯ ประชาชนต้องเผชิญกันถ้วนทั่ว โรงงานแถวพระนครศรีอยุธยาเสียหายกันเป็นจำนวนมาก

หรือล่าสุดปีที่แล้ว พายุดอมเรย ก็พัดเอาฟ้าฝนมาทำลายบ้านเรือนพืชผลทางตอนกลางของเวียดนามล่มจมไปไม่ใช่น้อย ความเสียหายโดยรวมจากภัยต่างๆ แต่ละครั้งนับเป็นจำนวนมหาศาล และคงจะต้องยอมรับว่าปริมาณการช่วยเหลืออันน้อยนิดจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งก็คงจะไม่เพียงพอทั่วถึง ในทางปฏิบัติเลยต้องอาศัยเอาความช่วยเหลือจากหลายๆ แหล่งมาผสมกัน เปรียบคล้ายกับการร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งทุกวันนี้ก็มีองค์กรจำพวกนี้อยู่เยอะ ในระดับโลกก็เช่น WFP หรือ World Food Programme ของสหประชาชาติ หรือในอาเซียนเราก็มี AHA Center ซึ่งมีที่ตั้งสำนักงาน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

แต่อย่างไรก็ดี องค์กรตัวอย่างข้างต้นส่วนมากมักจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันด้วยปัจจัยทุกชนิดที่จำเป็น ได้แก่ อาหาร เต็นท์ ที่นอนหมอนมุ้ง เสื้อผ้า หยูกยา ไปจนถึงเงินสด แต่ทว่าแอปเตอร์เราไม่เป็นอย่างนั้น เราจำกัดเฉพาะ “ข้าวเพื่อบริโภค” ทั้งนี้ เพราะเราเห็นว่าประชากรในภูมิภาคนี้ กินข้าวเป็นอาหารหลัก ขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณนี้ เราก็ปลูกข้าวเป็นพืชหลักส่วนใหญ่ ดังนั้น ความมั่นคงทางอาหารของพวกเราชาวอาเซียนบวกสาม ก็หมายถึงการมี “ข้าว” กินอย่างเพียงพอ เป็นประการสำคัญ

อย่างที่อธิบายคร่าวๆ ไปแล้วในฉบับแรก ว่าวิธีการช่วยเหลือ “ข้าว” ของแอปเตอร์ มี 3 รูปแบบ คือ รูปแบบ 1 และ 2 จะเป็นเรื่องของการซื้อขาย อาจมีผู้สงสัยว่า ถ้าซื้อขายกัน ทำไมต้องมาจับถือทำข้อตกลงกัน เพราะทุกวันนี้ก็มีการซื้อขายข้าวในตลาดทั่วไป ทั้งรัฐและเอกชนกันมากมายอยู่แล้ว ตรงนี้ กระผมขอตอบทำความเข้าใจเลยว่า ที่ต้องทำความตกลงกันนั้น เขาเน้นการบังคับว่าจะต้อง “ขาย”มากกว่าบังคับ “ซื้อ” ครับ

ที่เป็นดังนี้ เนื่องจากประสบการณ์เมื่อปี 2551 ราคาข้าวในตลาดโลกสูงปรี๊ดข้าวขาว 5% มีราคา สูงถึงตันละกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ ทั้งที่เดิมซื้อขายกันเพียง 250-300 เหรียญสหรัฐ แถมยังมีการกักตุนอีก สถานการณ์เช่นนี้ ก็แน่ละ ประเทศผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าข้าวก็เดือดร้อนสิครับ ชาวบ้านปกติซื้อข้าวสารกินกิโลกรัมละ 3 บาท ราคาพุ่งพรวดไปเป็นกิโลกรัมละ 10 บาท ก็หายนะสิครับ ยิ่งอาเซียนเรามีหลายประเทศที่ผลิตข้าวไม่พอกิน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ต้องนำเข้าข้าวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และบางประเทศแทบไม่ผลิตเลย เช่น สิงคโปร์ บรูไน หากเราไม่ช่วยกันตรงนี้ แล้วจะอยู่เป็นเพื่อนกันทำไม

จึงเป็นที่มาของการมีรูปแบบที่ 1 และ 2 ว่า ถ้าหากประเทศหนึ่งประเทศใดของอาเซียนบวกสามเกิดภัยพิบัติ ไม่มีข้าวกิน ก็ใช้สิทธิความตกลงแอปเตอร์ขอซื้อจากประเทศสมาชิกได้ โดยประเทศผู้ถูกร้องขอไม่สามารถปฏิเสธได้ (ตามโควตาที่กำหนด) พิเคราะห์ดูแนวทางนี้ กระผมก็ยอมรับว่า เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม แยบยล ลึกล้ำพอประมาณทีเดียวครับ หมดหน้าพอดียังเล่าไม่หมด ขอมาต่อฉบับหน้าครับ สำหรับพระเอกรูปแบบที่ 3

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

กลาโหม งัด กฎหมายระหว่างประเทศ แจงปมคืนทรัพย์สินให้กัมพูชา

แค้นรุ่นพี่ไม่คืนเงิน โจ๋วัย 19 ควงมีดจ้วงแทงดับ

เท้ง หัวหน้า ปชน. เตรียมแถลงด่วน หลัง ผู้สมัคร ส.ส.ตาก ถูกจับอีกราย

รัฐบาลจีนแสดงความเสียใจ เหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟ แจงเป็นจุดก่อสร้างโดยบริษัทไทย

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved