546.jpg
'บิ๊กฉัตร'ยันยุโรปเชื่อมั่นสินค้าประมงไทย! หลังพ้นไอยูยู-การค้ามนุษย์

'บิ๊กฉัตร'ยันยุโรปเชื่อมั่นสินค้าประมงไทย! หลังพ้นไอยูยู-การค้ามนุษย์

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.20 น.

"บิ๊กฉัตร ยืนยัน ผู้นำเข้ากลุ่มยุโรป เชื่อมั่นสินค้าประมงไทยมาจากทำประมงถูกกฏหมาย หลังพ้นไอยูยูและการค้ามนุษย์ คาดสินค้าทะเลไทยรับการยอมรับได้ยอดนำเข้าพุ่งกระฉูด"

10 ม.ค. 62 ที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม สหภาพยุโรป(อียู) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุมผู้นำเข้าสินค้าประมงไทยภายหลังอียูปลดใบเหลืองประมงไทย โดยมีสมาคมผู้นำเข้าสินค้าประมงสหภาพยุโรปรายใหญ่เข้าร่วมงาน อาทิ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร ประจำสหราชอาณาจักร สมาคมการค้าที่สนับสนุนการค้าอย่างยั่งยืน (AMFORI)  


พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า แม้ในช่วงที่มาประเทศไทยจะมีปัญหาความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และปัญหาการค้ามนุษย์ หรือไอยูยู แต่ต้องถือว่าผู้นำเข้าในกลุ่มประเทศยุโรปยังคงให้ความเชื่อมั่นสินค้าประมงของไทยมาโดยตลอด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Seafood Task Force ที่ช่วยสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อแนะนำในการดำเนินการต่างๆ ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการที่แก้ไขปัญหาในระยะเวลาอันสั้น  ทั้งที่เป็นการทราบดีทั่วโลกว่าปัญหาด้านการประมงนั้นใช้ระยะเวลาที่ยาวนานไม่น้อยกว่าสิบปี โดยสิ่งที่รัฐบาลไทยได้วางรากฐานการแก้ไขปัญหาการทำประมงของประเทศ ก็เพื่อมุ่งไปสู่การประมงอย่างยั่งยืนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ 

ด้านกรอบกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการปฏิรูปการประมงของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งพระราชกำหนดการประมง 2558 และพระราชกำหนดเรือไทย 2561 เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับอนุสัญญา ข้อตกลงสากล   ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ UN หรือ FAO ที่จุดมุ่งหมายให้มีการทำการประมงอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบ  

ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงและกองเรือประมง ประเด็นที่เคยกังวลและตั้งคำถามอยู่เสมอว่าการประมงของประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ทำประมงเกินกว่าทรัพยากรสัตว์น้ำ (Over fishing) หรือไม่ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าสภาวะการประมงไทยในวันนี้ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยนับวันจะดีขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีการจัดสรรทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นธรรมให้แก่ชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ การพัฒนาการประมงย่างยั่งยืนผ่านโครงการปรับปรุงการทำการประมง ซึ่งขณะนี้มีการพัฒนาอยู่ในหลายพื้นที่และหลายกลุ่มสัตว์น้ำ  และชาวประมงพื้นบ้าน รัฐบาลได้สร้างความเข้มแข็ง ให้กับชุมชนประมงชายฝั่ง ตามมาตรฐาน Blue Band” โดยชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต 

ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การทำประมงผิดกฏหมาย ซึ่งดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการควบคุมเรือไทยและเรือต่างชาติ เป็นไปตามกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องภายใต้การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (FMC) ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) ใน 22 จังหวัดชายทะเลของไทย และด่านตรวจสัตว์น้ำ 
ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งสำคัญที่สุดที่ผู้นำเข้าสินค้าประมง จะมั่นใจได้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไทย รวมทั้งวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศมาผลิตไม่ได้มาจากการทำการประมงผิดกฏหมาย สามารถตรวสอบย้อนกลับได้ทุกสายการผลิต ไปสู่การเป็นการทำประมงถูกกฏหมายทุกขั้นตอนหรือ IUU-free Thailand 

ด้านแรงงาน เรื่องแรงงานในภาคประมงทะเล ที่มีการดำเนินการควบคู่กันเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้แรงงานในภาคประมงทะเลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องนั้นอยู่ภายใต้หลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบ ซึ่งผลจากการดำเนินการทำให้การรับอนุสัญญา ILO  C188  เป็นเรื่องที่เป็นไปได้และคาดว่าในปีนี้ประเทศไทยจะมีการยื่นสัตยาบันอนุสัญญาฉบับดังกล่าว
 
“ความสำเร็จครั้งนี้ส่งผลดีปรับภาพลักษณ์ทำการประมงของไทยและส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับ4 ของโลก ได้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก พ้นจากไอยูยู หรือการค้ามนุษย์ ได้สร้างความมั่นใจต่อผู้นำเข้าและผู้บริโภค โดยไทยจะไม่หยุดแค่นี้  มีเป้าหมายส่งเสริมความยั่งยืนทางทะเลในทุกระดับ ครอบคลุมเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมรับผิดชอบกับประชาคมโลกในการรักษาทรัพยากรทางทะเล และสินค้าประมงจากไทย มาจากแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยร่วมกับทุกประเทศในโลกนี้ เพื่อขจัดปัญหาการทำประมง IUU และปัญหาการค้ามนุษย์ ในภาคประมงให้หมดสิ้นไป " พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top