Logo วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
เลาะรั้วเกษตร : มลพิษของคนกรุง

เลาะรั้วเกษตร : มลพิษของคนกรุง

วันศุกร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag : มลพิษของคนกรุง
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันนี้ต้องขออนุญาตออกนอกรั้วเกษตรไปไกลสักนิด แต่ก็ยังมีอะไรเกี่ยวๆ กันอยู่บ้าง ที่รู้ๆ คือมีสถิติที่น่าตกใจสำหรับชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีการเสนอข่าวว่า บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีจำนวนฝุ่นละอองซึ่งเป็นมลพิษหนาแน่นที่สุดเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

ณ ช่วงเวลานี้สิ่งที่ผู้คนใน กทม. พูดถึงมากกว่าการเลือกตั้ง คือ เรื่องของฝุ่นละอองที่หนาแน่น โดยเฉพาะ “PM 2.5”


PM 2.5 ที่ใครๆ ต่างพูดถึงกันวันนี้ คือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หมายถึงฝุ่นที่ละเอียดมาก เทียบเท่ากับแบคทีเรียที่ตาเรามองไม่เห็นเลยทีเดียว เป็นฝุ่นละอองที่ละเอียดขนาดที่ระบบป้องกันในร่างกายคนเราไม่สามารถดักจับได้ การหายใจปกติของคนเราก็จะมีฝุ่นนี้เข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจอย่างสบายๆ ที่สำคัญคือเขาบอกว่า ฝุ่นนี้เป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งปอด

หาสาเหตุกันต่อไปว่าฝุ่นนี้มาจากไหน...

อ้างถึงข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งมีงานวิจัยระบุไว้ในเอกสารโครงการศึกษาแหล่งกำเนิดและแนวทางการจัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งดำเนินการเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ระบุว่า PM 2.5 ส่วนใหญ่เกิดมาจากไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ รองลงมาคือ การเผาขยะและเศษสิ่งต่างๆ ส่วนโรงงานที่คิดว่าเป็นสาเหตุนั้นมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนการก่อสร้างที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ทั้งรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นงานก่อสร้างระยะยาว 4-5 ปี รวมทั้งการก่อสร้างอาคารที่พักคอนโดมิเนียม ซึ่งเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามเส้นทางรถไฟฟ้านั้น ก่อให้เกิดฝุ่นเช่นกัน แต่เป็นขนาดใหญ่กว่า PM 2.5 เป็นขนาด PM 10

มาถึงการแก้ไขที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยการฉีดน้ำขึ้นไปในอากาศ หรือ กระทรวงเกษตรฯ ของท่านรัฐมนตรี กฤษฎา บุญราช จะปฏิบัติการทำฝนเทียมเพื่อให้น้ำฝนชะเอาฝุ่นละอองตกลงมานั้น นักวิชาการบอกว่า ใช้กับ PM 10 พอจะได้ แต่กับ PM 2.5 ใช้ไม่ได้ผล.....

จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องจัดหาหน้ากากอนามัยมาบริการประชาชน เรื่องหน้ากากนี้ก็สร้างความสับสนให้กับชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ หน้ากากอนามัย หรือ แมสก์ที่เคยใช้คาดปิดปากปิดจมูกเวลาเป็นหวัด หรือเวลาไปโรงพยาบาลอย่างที่เคยใช้ก็ใช้ไม่ได้ เพราะไม่สามารถกรอง PM 2.5 ได้ ถ้าจะให้กรองได้ต้องใช้หน้ากากอนามัย N95 ขึ้นไป

หน้ากากอนามัย N95 หมายถึงประสิทธิภาพของหน้ากากสามารถกันฝุ่นละอองได้ 95% ซึ่งรวมทั้ง PM 2.5 ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่รักสุขภาพทั้งหลายจึงพากันหาซื้อมาใช้จนขาดตลาด เป็นสถานการณ์ที่ตื่นตระหนกของสังคมคนกรุง จนคุณหมอท่านหนึ่ง นามสกุลคุ้นๆ นายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินหายใจและปอด ออกมาบอกให้คลายกังวลว่า คนที่มีร่างกายอยู่ในสภาพปกติไม่ได้ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หรือโรคปอด หรือคนที่ร่างกายยังปกติดีไม่มีอาการน้ำตาไหล ระคายเคือง หรืออาการผิดปกติอื่นใด ก็อาจจะยังไม่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยระดับ N95 เพราะหน้ากากที่กรองฝุ่นได้ขนาดนั้นอาจทำให้เราหายใจลำบากกว่าปกติ

แถมยังมีผลงานวิจัยของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 ท่าน คือ ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ และ ดร.ขนิษฐา พันธุรี Thaneyhill ซึ่งทำการศึกษาเมื่อปี 2551 พบว่า หน้ากากอนามัยธรรมดาซ้อนด้วยกระดาษทิชชู 2 ชั้น ก็มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ N95......ใครที่หาซื้อ N95 ไม่ได้ลองวิธีนี้ดู....

อ่านข่าวมลพิษในกรุงเทพฯ ก็ให้หนักใจว่าจะแก้ไขอย่างไรได้ ในเมื่อจำนวนรถยนต์ยังไม่สามารถทำให้ลดลงได้ แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว สีแดง สีอื่นๆ ที่จะใช้ได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ก็ดูจะนานเกิน....นอกเหนือจากกรมควบคุมมลพิษ หลายฝ่ายคงต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และกรมการขนส่งทางบก ที่มีรถโดยสารจำนวนมากที่วิ่งบริการประชาชนแต่พ่นควันดำโขมงยังมีให้เห็นอยู่ไม่น้อย

เป็นที่น่าสังเกตว่า เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของประชาชนตรงๆ เห็นกันชัดๆ แต่บรรดากลุ่มองค์กรอิสระทั้งหลายกลับเงียบงัน....ไม่เหมือนกับการให้ข้อมูลเรื่องอันตรายของสารเคมีทางการเกษตรที่ยืนกรานอยู่นั่นแล้วว่าทำให้เกษตรกรเป็นมะเร็งและโรคร้ายแรงต่างๆ ถึงขั้นจะฟ้องศาลปกครองกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่ยอมแบนสารเคมีเจ้าปัญหาที่ยื้อยุดกันมานานข้ามปี

จบลงที่การเกษตรจนได้.....

แว่นขยาย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved