546.jpg
จบแล้วมีงานทำชัวร์! ศธ.ร่วมเอกชนผลิต'บัณฑิตพรีเมียม' ยากจน-เด็กชนเผ่าอุดหนุน100%

จบแล้วมีงานทำชัวร์! ศธ.ร่วมเอกชนผลิต'บัณฑิตพรีเมียม' ยากจน-เด็กชนเผ่าอุดหนุน100%

วันอาทิตย์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562, 15.09 น.

27 ม.ค.62 ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิกา (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมรายงานผลการดำเนินงานโครงการบัณฑิตพรีเมี่ยม เมื่อเร็วๆนี้ว่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ได้มีความร่วมมือภายใต้โครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลิตบัณฑิตพรีเมียมนั้น 

ขณะนี้ได้มีสถานศึกษาต่างๆเข้าร่วม อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 7 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยแม่โจ้  มหาวิทยาลัยพะเยา  มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม  วิทยาลัยเชียงราย สถาบันเทคโนโลยียานยนต์มหาชัย  และสถานศึกษาอาชีวศึกษา รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ  ซึ่งจะเริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2562 นี้ เปิดสอนตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรี ใน 4 สาขาด้วยกัน  ได้แก่ การจัดการนวัตกรรมการค้า, การตลาด, การจัดการธุรกิจค้าปลีก, เทคโนโลยีไฟฟ้า และ ด้านอาหารและเครื่องดื่ม และขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีความก้าวหน้าในการดำเนินการว่า โดยมีนักเรียนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งภาพรวมได้กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 5,100 คน และอนาคตจะเพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัยมากขึ้น รวมถึงเพิ่มจำนวนการรับนักศึกษาเพิ่มให้ได้ถึง 10,000 คน


“แนวคิดของโครงการนี้ ต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมกับภาคการศึกษาจัดการศึกษาให้เด็กได้เรียนกับเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆเพื่อพัฒนาให้ได้ตามความต้องการของภาคเอกชน เรียนจบแล้วสามารถทำงานได้ทันที ไม่ต้องไปฝึกงานใหม่ โดยเด็กจะมาจาก 2 กลุ่ม คือ เด็กทั่วไป และเด็กจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์  มีฐานะยากจน ขาดโอกาส หรือเป็นเด็กชนเผ่า ซึ่งทาง บ.ซีพี ออลล์ จำกัด จะสนับสนุนทุนการศึกษาให้ กรณีเด็กทั่วไปจะสนับสนุน 70% ให้แก่สถานศึกษา แต่ถ้าเป็นเด็กที่มาจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สนับสนุนให้ 100% และเมื่อเรียนจบการศึกษาก็รับเข้าทำงานทันที  

ส่วนการคัดเลือกก็เปิดกว้างไม่ได้กำหนดผลการเรียน แต่จำนวนรับในแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับความตกลงของแต่ละสถานศึกษาที่ได้มีการประกาศไว้  อย่างไรก็ตาม  ตรงนี้ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งให้แก่ภาคเอกชนต่างๆในการสร้างความร่วมมือกำหนดเป้าหมายการเรียนการสอน การร่วมบ่มเพาะทักษะสมรรถนะที่มีความจำเป็นร่วมกับสถานศึกษา ยังช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเงินทุนการศึกษาที่เด็กได้รับ ถ้าเด็กรู้จักอดออมเรียนจบอาจจะมีเงินเหลือไปลงทุนหลังเรียนจบการศึกษาได้ด้วย”ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าว

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในปีการศึกษา 2562 คาดว่าจะมีจำนวนมหาวิทยาลัยที่สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น และขณะนี้มีการปรับแก้ร่างขอบเขตงาน (ทีโออาร์) ใหม่ และจะประกาศเร็วๆนี้ โดยยังคงหลักการเดิม แต่ปรับแก้ไขในรายละเอียดบางประเด็นที่ได้นำบทเรียนของปีการศึกษา 2561 มาเป็นแนวทาง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องงบประมาณซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับล่าช้าจึงต้องของบกลาง ทำให้หลายมหาวิทยาลัยไม่กล้ารับเด็ก ส่งผลให้ยอดลดลงกว่าเป้าที่วางไว้ 

แต่ปีนี้ชัดเจนว่ารัฐบาลสนับสนุนเรื่องดังกล่าวและได้อนุมัติงบประมาณปี 2562 มาแล้ว จำนวน 870 ล้านบาท จึงเชื่อว่าปีนี้จะมีมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมมากขึ้นเพราะตอบโจทย์ภาคประกอบการได้แท้จริง ส่วนงบประมาณ ถ้าเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 1.2-1.5 แสนบาทต่อคนต่อปี ระยะเวลา 4 ปี หลักสูตรฝึกอบรมระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี อยู่ที่ 6 หมื่นบาทต่อหลักสูตรก็ถือว่ามาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top