เดินหน้าวาระแห่งชาติ!สถ.ผนึกพลังจุฬาฯ-อบก.-สภาสตรีแห่งชาติฯและชมรมแม่บ้าน ขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน ตั้งเป้าหมายเมษานี้ทุกครัวเรือนมีถังขยะเปียกครบ 100 %
29 ม.ค.62 ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)พร้อมด้วย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ลงนามความร่วมมือพัฒนาและขับเคลื่อนการแยกขยะเศษอาหารสู่ถังขยะอินทรีย์หรือถังขยะเปียกครัวเรือนเพื่อแปลงเป็นสารบำรุงดิน และเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาขยะของประเทศไทย ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล ได้มีมติให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะของประเทศ ซึ่งขยะในประเทศไทยเข้าสู่ขั้นวิกฤตเนื่องจากมีการสร้างขยะเพิ่มมากขึ้น ทางสถ.ที่มีภารกิจหลักในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็เห็นว่า หนึ่งในหนทางการแก้ไขที่สามารถทำได้ทันที คือ การจัดทำถังขยะอินทรีย์หรือถังขยะเปียกประจำครัวเรือนและชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยเป้าหมายให้ทุกครัวเรือนมีถังขยะเปียกให้ครบ 100% ภายในเดือนเมษายน 2562 นี้
นอกจากนี้ในปี62 ทางสถ.ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ชมรมแม่บ้านสถ. ชมรมแม่บ้านท้องถิ่นไทยจังหวัด และสภาสตรีฯ จัดทำโครงการวิจัยการประเมินอัตราการเกิดขยะเศษอาหารต่อคนต่อวันของคนไทย โดยลงพื้นที่ 4 จังหวัด ซึ่งเป็นตัวแทนภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือจังหวัดลำพูน ภาคกลางจังหวัดลพบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย และภาคใต้จังหวัดสงขลา เก็บตัวอย่างวัดปริมาณขยะจริงของครัวเรือนที่ร่วมโครงการจำนวน 2,400 ครัวเรือน เก็บตัวอย่างในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนในสังกัดอปท.จำนวน 40 และ 20 แห่งเป็นเวลา 1 เดือน
จากนั้น จะนำค่าเฉลี่ยอัตราการเกิดขยะเศษอาหารที่สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการลดภาระการบริหารจัดการขยะของส่วนรวม และสร้างมูลค่าเพิ่มจากสารปรับปรุงดินที่ได้จากการหมักขยะเศษอาหารในถังขยะเปียก ซึ่งในอนาคตการจัดทำถังขยะเปียกครัวเรือนสามารถประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้จากการดำเนินโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อน หากได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองเพื่อพัฒนาคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำเร็จอาจมีรายได้ในอนาคตกลับคืนสู่ชุมชน
ขณะที่ รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามามีบทบาทร่วมในส่วนของการสนับสนุนแนวทางในการจัดการขยะ ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในเชิงหลักวิชาการในประเทศและต่างประเทศ โดยได้มีการวางแผนอย่างมีระบบ และอยากให้การทำงานไม่ใช่เกิดการยอมรับเฉพาะในประเทศ แต่อยากให้บทเรียนนี้ สามารถเผยแพร่ให้ประเทศอื่นๆได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ หากดำเนินการได้สำเร็จ ก็คาดหวังว่า การพัฒนาคน การพัฒนางานวิจัย หรือการถอดบทเรียนในเรื่องนี้ ก็จะถูกเผยแพร่ออกไป
พร้อมย้ำด้วยว่า การเก็บข้อมูลในเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่ลักษณะปฐมภูมิ คือให้คนที่ก่อให้เกิดขยะ เป็นผู้ที่มีส่วนในการดูกระบวนการและเข้าไปบันทึกปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทุกวันต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ ก็จะได้ข้อมูลที่มีปริมาณที่มากพอ โดยขระนี้ได้ว่าวางแนวทางการดำเนินการไว้มากกว่า 3,000 ครัวเรือนทั่วประเทศที่จะมีการเก็บข้อมูล ซึ่งหากเก็บข้อมูลพร้อมกันทุก ๆ ข้อมูล นอกจากจะเป็นประโยชน์ในเชิงของงานวิจัยโครงการดังกล่าวแล้ว การนำข้อมูลนี้ไปวางแผนพัฒนาต่อยอด ก็จะติดตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน
นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. กล่าวว่า อบก.เป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองข้อมูลที่เกิดจากการจัดเก็บครั้งนี้เกิดจากที่คนไทยร่วมกันคัดแยกขยะ และเหลือเป็นขยะเปียกที่ไม่ต้องนำงบประมาณจำนวนมากไปใช้ในการจัดการแล้ว ยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสู่ชั้นบรรยากาศ ซี่งเป็นตันเหตุของปัญหาภาวะโลกร้อน
ด้านดร.วันดี กล่าวว่า จะจัดโครงการประกวดผลสำเร็จชมรมแม่บ้านท้องถิ่นไทยจังหวัดในการบริการจัดการขยะเศษอาหารจากครัวเรือน ซึ่งช่วงเริ่มต้นโครงการจะมีการสุ่มตรวจเยี่ยมมอบรางวัลให้กับชมรมฯ ที่มีการายงานข้อมูลคนแยกขยะเศษอาหาร และจำนวนถังขยะเปียกที่เยอะที่สุด และร่วมกระบวนการถอดบทเรียนเลือกชมรม ฯ ที่มีแนวทางการบริหารจัดการที่ดีที่สุดโดยร่วมมือกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางประสานงานขององค์กรสตรีทั่วประเทศร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี