4 เขื่อนวิกฤติ! เกษตรฯถกด่วน76จว.สู้‘ภัยแล้ง’ คาดนานกว่าปี 57-58 เกิด‘เอลนีโญ’
3 มี.ค.62 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 4 มี.ค.62 จะประชุมระบบทางไกลไปยังผู้ว่าราชการ 76 จังหวัด และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯทุกพื้นที่ เพื่อวางมาตรการรับมือภัยแล้งปีนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้งที่มาเร็วขึ้น โดยเน้นย้ำให้ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบให้น้อยที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาทันท่วงทีในแนวทางทำงานแบบบูรณาการ ผ่านอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการ และรองผู้ว่าฯเป็นประธาน บริหารงานเชิงรุกทั้งโครงสร้างภาคเกษตร
สำหรับปัญหาภัยแล้งในปีนี้ได้เปิดปฏิบัติการฝนหลวงแล้ว พร้อมกับให้กรมฝนหลวงฯตั้งฐานฝนหลวงถึง 20 ชุด เพื่อปฏิบัติการได้ทั่วถึงทุกภูมิภาค และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เร่งชี้แจงเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย งดทำนาปรังต่อเนื่อง พร้อมกับกระทรวงมหาดไทย ช่วยทำความเข้าใจชาวนาด้วย ในปีนี้ข้าวราคาดี อาจไม่เว้นทำปรังรอบสอง เมื่อเกิดภัยพิบัติไม่ได้รับเงินชดเชย
“วันจันทร์ที่4 มี.ค.นี้ จะประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มภัยแล้ง โดยขณะนี้มีนักวิชาการคาดการณ์ว่าปีนี้จะเกิดภาวะช่วงภัยแล้งยาวนานกว่าปี 57-58 และสภาพอากาศปีนี้เป็นภาวะเอลนีโญ” นายกฤษฏา กล่าว
นายกฤษฏา กล่าวอีกว่า กรมชลประทาน ยืนยันว่าปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดทั่วประเทศ มีน้ำใช้การได้ 24,095 ล้าน ลบ.ม. มีเพียงพอใช้ได้เดือน พ.ค. และสำรองไว้ต้นฤดูฝนบางส่วน โดยก่อนหน้านี้ตนได้สั่งทุกพื้นที่รณรงค์เกษตรกรมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย สามารถจูงใจเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 9 แสนไร่ แต่เป็นห่วงนอกเขตชลประทาน จึงได้ให้ทุกจังหวัดรวบรวมแหล่งน้ำ ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและน้ำกักเก็บ มีใช้ได้ถึงเมื่อไร เพียงพอหรือไม่ จะประชุมระบบทางไกลไปยังทุกจังหวัด ให้ประสานเป็นเครือข่าย จากในส่วนกลางลงไปในพื้นที่ ทำงานใกล้ชิดกับกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสำรวจน้ำในเขื่อน อ่างเก็บน้ำทั้งหมด เทียบปริมาณการใช้ ดูแลเครื่องมือ
พร้อมกับให้หน่วยงานองค์กรส่วนท้องถิ่น(อปท.) เตรียมรถบรรทุกน้ำ สูบน้ำไปกระจายช่วยเหลือประชาชน สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำเหลือ 4-5 % โดยผู้ว่าราชการและกรมชลฯเตรียมมาตรการรองรับ ดึงน้ำในลำน้ำของไทย ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง มาใช้
“ประเมินว่าทั่วประเทศมีน้ำใช้สำหรับอุปโภคบริโภค แต่สำหรับภาคเกษตร อุตสาหกรรม อาจมีผลกระทบ หากฤดูฝนมาช้าไป 1-2 เดือน จะต้องมีมาตรการการใช้น้ำ และในการปล่อยน้ำอย่างเข้มข้นขึ้น เพราะขณะนี้พื้นที่ปลูกข้าวจากแผน 8 ล้านไร่ แต่ปลูกไปแล้วถึง 11 ล้านไร่” รมว.เกษตรฯ กล่าว
วันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์กรมหาชน) หรือ สสนก. ได้แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำเขื่อน มีน้ำน้อยวิกฤติ ดังนี้
+ เขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำใช้การได้ 106 ล้าน ลบ.ม.หรือ 4%
+ เขื่อนสิริธร มีน้ำใช้การได้ 135 ล้าน ลบ.ม.หรือ 7%
+ เขื่อนกระเสียว มีน้ำใช้การ 27 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9 %
+ เขื่อนทับเสลา มีน้ำใช้การ 23ล้าน ลบ.ม. หรือ 14%
สำหรับเขื่อนใหญ่ของลุ่มเจ้าพระยา เช่น เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การได้ 3,915 ล้าน ลบ.ม. หรือ 29% , เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การ 3,125 ล้าน ลบ.ม. หรือ 33% , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำใช้การ 415 ล้าน ลบ.ม. หรือ 44% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 354 ล้าน ลบ.ม. หรือ 37%
ส่วนเขื่อนน้ำมากวิกฤติ เช่น เขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำ 87% ปริมาตรน้ำในอ่าง 1.5 หมื่นล้านลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 5.1 พันล้านลบ.ม.หรือ 29% และเขื่อนแม่งัด มีน้ำ 87% ปริมาตรน้ำ 231 ล้านลบ.ม. ใช้การได้ 219 ล้านลบ.ม. หรือ83% ในส่วนสถานการณ์พายุ ยังไม่มีเข้าใกล้ประเทศไทยในขณะนี้
# แฟ้มภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี