27 มี.ค. 62 เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป.กล่าวก่อนประชุมติดตามความคืบหน้าคดีพบศพผู้เสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเป็นศพของนายอัชฌา หนูปทุม หรือขิก อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง ในสภาพถูกยัดใส่ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร โบกปูนและฝังกลบไว้ด้านหลังร้านอาหารแห่งหนึ่ง แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ว่าคดีนี้สืบเนื่องจากนายจ้างของนายอัชฌา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป.เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยขอให้ช่วยสืบสวนติดตามตัว หลังจากนายอัชฌา หายตัวไปอย่างมีปริศนา
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ภายหลังได้รับแจ้งแล้ว ฝ่ายสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้ลงพื้นที่ทั้งที่ทำงาน และที่บ้านพักของนายอัชฌา โดยสืบสวนติดตามมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม กระทั่งมั่นใจว่า นายอัชฌา ได้เข้าไปทำงานตามปกติ แต่ได้หายสาบสูญไป ไม่ออกมาจากที่ทำงาน จากนั้นทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาล เข้าตรวจค้นที่บริเวณที่ทำงานของนายอัชฌา โดยเข้าไปตรวจสอบในหลายจุด กระทั่งพบว่ามีการนำถังขนาด 200 ลิตร ฝังไว้ในดินบริเวณใกล้กับร้านอาหารดังกล่าว
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวต่อว่า ชุดสืบสวนได้ประสานนำรถแบ็กโฮ เข้ามาขุดดินลึกลงไปประมาณ 3-4 เมตร จนพบถังขนาด 200 ลิตร และพบว่ามีศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในถังดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นศพของนายอัชฌา จากนั้นจึงประสานให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ เข้ามาทำการชันสูตรพลิกศพ และอีกส่วนหนึ่งเราได้ให้ฝ่ายสืบสวน ได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่น่าจะเกี่ยวพันกับคดีการเสียชีวิต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนติดตาม
.jpg)
ผบก.ป.กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ได้รับเรื่องไว้สืบสวนหาข้อเท็จจริง ก็มีการสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีความมั่นใจและค้นหาจนพบศพ ขณะนี้ทางญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.แล้ว ทางเราก็จะทำสำนวนการสอบสวนคดีเอง โดยอยู่ระหว่างสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ
“ส่วนผู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดี เรามีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดอยู่ 2 คน ในเบื้องต้น โดยเป็นผู้ดูแลร้านกับคนงานอีกคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันหายตัวไปจากร้านดังกล่าวทั้ง 2 คน ส่วนเจ้าของร้านอาหารนั้น ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ได้เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ดูแลร้าน สำหรับมูลเหตุที่มีการก่อเหตุครั้งนี้ เราตั้งสมมติฐานไว้ที่เรื่องชู้สาว” พล.ต.ต.จิรภพ กล่าว
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นเสมียนอยู่ที่ร้านแห่งนี้ มีความสัมพันธ์กับผู้ดูแลร้าน จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมา ก็ได้แยกตัวออกไป โดยลาออกจากร้านไป แต่ปรากฏว่าได้ไปคบหากับผู้เสียชีวิต จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นมูลเหตุของคดีในเบื้องต้น แต่ยังคงต้องพิสูจน์ทราบต่อไป คือตัวผู้หญิงที่หายออกไปจากร้านเคยมาทำงานตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นเป็นเสมียนที่ร้าน และมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้ดูแลร้าน เมื่อเรื่องแดงก็ออกจากร้าน
ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียชีวิตกับทางเจ้าของร้านแห่งนี้ พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ทั้งสองเป็นญาติห่างๆ กัน โดยทางผู้ดูแลร้านเป็นคนชักชวนผู้เสียชีวิตมาทำงานและเป็นคนจังหวัดเดียวกัน ในส่วนของเบาะแสจากกล้องวงจรปิดนั้น เราเพียงยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตไปทำงานในวันที่ 6 มีนาคม แล้วก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย แต่ในรายละเอียดต่างๆ ขออนุญาตยังไม่เปิดเผย เนื่องจากเป็นรายละเอียดของการสืบสวน อย่างไรก็ดี มั่นใจว่าจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบ และกำลังเร่งรวบรวมนั้นจะสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น และซ่อนเร้นอำพรางศพ ได้อย่างแน่นอน
.jpg)
ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 6 ปาก โดยในส่วนของหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ระหว่างติดตามเชิญตัวมาสอบปากคำ ขณะที่พยานซึ่งสอบปากคำไปแล้วมี 2 ปาก นั้นเป็นเพื่อนของผู้ที่เราคาดว่าเสียชีวิต ส่วนอีก 4 ปากนั้น เป็นคนงานก่อสร้าง ที่ช่วยยกถังดังกล่าวไปฝังโดยที่ไม่รู้ว่าภายในมีอะไร เพียงแต่รู้ว่ามันหนักผิดปกติ ซึ่งทั้ง 4 คน ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิต เพียงแต่ว่าเจ้านายสั่งให้ขนไปฝัง ก็ดำเนินการให้ โดยไม่รู้ว่าข้างในมีศพผู้เสียชีวิต
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าของร้านเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนผู้ดูแลร้านนั้นเดินทางไปที่ จ.พัทลุง และขณะนี้ก็หายตัวไปยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน แต่เราได้พยายามเร่งติดตามตัวมาให้ปากคำ สำหรับถังขนาด 200 ลิตรที่พบศพนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการโบกปูนไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมีการนำไปฝังที่ร้านที่อยู่ใกล้ๆ กัน ขณะที่ช่วงเวลาในการฝังน่าจะเป็นห้วงเวลาหลังจากวันที่ 6 มีนาคม 1-2 วัน โดยระยะห่างจากร้านมาถึงจุดที่พบการฝังมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
ต่อข้อถามถึงสภาพศพผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายร่างกายก่อนหรือไม่ ผบก.ป.ระบุว่าในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ได้ชันสูตรพลิกศพ และทางเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้ตรวจสอบและเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ แล้ว เนื่องจากมีการโบกปูนใส่ถังและฝังไว้ในดิน จึงจำเป็นจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ส่วนวัตถุพยานต่างๆ ทางฝ่ายสืบสวนก็มีการตั้งข้อสังเกตและเร่งสืบหา คงต้องขอเวลาในการสืบสวนสอบสวนอีกระยะหนึ่ง เมื่อมีผลสรุปต่างๆ ชัดเจน ก็จะแจ้งความคืบหน้าทางคดีอีกครั้ง
รายงานข่าวแจ้งว่า มูลเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลสายคดีดังกล่าวเชื่อว่ามาจากเรื่องชู้สาวนั้น เนื่องจากการสืบสวนพบว่า ก่อนหน้านี้นายประยูน ผู้ต้องสงสัยและเป็นผู้ดูแลร้าน ได้มีการคบหากับเสมียนของร้านซึ่งเป็นหญิงหม้าย แต่ระหว่างนั้นหญิงหม้ายคนดังกล่าวกลับไปคบซ้อนและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายอัชฌา ผู้ตาย จึงให้นายประยูน เกิดความไม่พอใจและมีการไปพูดจาข่มขู่นายอัชฌา หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งต่อมาเจ้าของร้านทราบเรื่องดังกล่าวขึ้น พร้อมทั้งยังทราบอีกว่านายประยูน ได้แอบยักยอกเงินของร้านไปปรนเปรอเสมียนสาวคนดังกล่าว ทางเจ้าของร้านจึงตัดสินใจไล่เสมียนสาวออกจากร้านเพื่อตัดปัญหาเรื่องทั้งหมด
แต่ต่อมาเมื่อเสมียนสาวคนดังกล่าวได้ออกจากร้านไปแล้วกลับพยายามตีตัวออกห่างจากนายประยูน ก่อนจะไปคบหากับนายอัชฌา อย่างจริงจัง จนกระทั่งวันเกิดเหตุนายประยูน ได้เดินเข้าไปเจรจากับนายอัฌชา อีกครั้ง ที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างดังกล่าว ก่อนเรื่องจะบานปลายจนนำไปสู่การลงมือฆ่ายัดถังโบกปูนดังกล่าว ก่อนจะใช้ให้คนงานภายในร้านนำถังไปฝังดินไว้ที่ริมบึงหลังร้านอาหารดังกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี