546.jpg
'บอร์ด'หนุนให้วัคซีนแรงงานต่างด้าว-คนหลบหนีเข้าเมืองสกัดโรคติดต่อ

'บอร์ด'หนุนให้วัคซีนแรงงานต่างด้าว-คนหลบหนีเข้าเมืองสกัดโรคติดต่อ

วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562, 20.11 น.

“บอร์ดวัคซีนชาติ” ตั้งเป้าประชาชนทุกคนในประเทศไทย ได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุมเหมาะสม หนุนจัดงบและแก้กฏหมาย ให้วัคซีน “แรงงานต่างด้าว-คนหลบหนีเข้าเมือง” เพื่อสกัดโรคติดต่อไม่ให้ระบาดบนแผ่นดินไทย

20 เม.ย.62 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวานนี้(19 เม.ย.)ที่ประชุมได้พิจารณาร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 – 2565 ตามที่สถาบันวัคซีนแห่งชาตินำเสนอ ซึ่งนโยบายและแผนยุทธศาสตร์นี้จะใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ความมั่นคงด้านวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกคนในประเทศไทยได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุม เหมาะสม ประเทศไทยมีวัคซีนที่จำเป็นใช้อย่างเพียงพอทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน และสามารถผลิตวัคซีนที่จำเป็นสำหรับใช้ป้องกันโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้า รวมทั้งพัฒนาองค์กรด้านวัคซีน และบูรณาการความร่วมมือและศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน


พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากชุมชนที่มีแรงงานต่างด้าว เด็กต่างด้าว และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยในพื้นที่ชายขอบซึ่งไม่ได้รับวัคซีนพื้นฐานจากรัฐ แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีแผนดำเนินงานให้บริการวัคซีนกับกลุ่มดังกล่าว แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายและงบประมาณทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุม ซึ่งการที่ร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ กำหนดเป้าหมายให้ประชาชนทุกคนในประเทศไทย ได้รับวัคซีนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม  เป็นการยกระดับการแก้ปัญหาเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ มาช่วยกันวางแนวทางและแผนงานในการควบคุมป้องกันโรคด้วยวัคซีนให้คลอบคลุมประชากรทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า การสร้างความมั่นคงทางวัคซีนเราไม่ได้เน้นวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคในคนเท่านั้น แต่วัคซีนป้องกันโรคในสัตว์อยู่ในกรอบที่กรรมการวัคซีนแห่งชาติต้องให้ความสำคัญ ซึ่งโรคติดต่อหลายโรคเกิดการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน รวมทั้งเทคโนโลยีปัจจุบันได้พัฒนาในส่วนการให้วัคซีนแก่สัตว์ในฟาร์มเพื่อใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้มอบให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นำข้อเสนอและข้อสังเกตจากที่ประชุมไปจัดทำรายละเอียดและนำเสนอคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งในเดือน พ.ค. นี้

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงความก้าวหน้าในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความมั่นคงทางวัคซีนให้กับประเทศ อาทิ การปรับปรุงกลไกการพิจารณาการนำวัคซีนใหม่มาใช้ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโดยให้มีคณะอนุกรรมการการพัฒนาบัญชีวัคซีนหลักแห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งภายใต้คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ โครงการนำร่อง (Pilot project) การบูรณาการการจัดซื้อและการสำรองวัคซีนรูปแบบใหม่โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงการบรรจุวัคซีนฮิบและวัคซีนโรต้าเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และ พ.ศ. 2563

ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) กล่าวว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาติในฐานะเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจะรับข้อเสนอและข้อสังเกตจากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเพื่อนำไปขับเคลื่อน และสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานด้านวัคซีนของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกรับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top