546.jpg
อัญเชิญเรือสุพรรณหงส์  64ฝีพายฝึกซ้อมพิธีบรมราชาภิเษก  ปชช.ชื่นชมความงดงาม

อัญเชิญเรือสุพรรณหงส์ 64ฝีพายฝึกซ้อมพิธีบรมราชาภิเษก ปชช.ชื่นชมความงดงาม

วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อัญเชิญเรือสุพรรณหงส์

64ฝีพายฝึกซ้อมพิธีบรมราชาภิเษก


ปชช.ชื่นชมความงดงาม

กอร.จัดรถไฟชั้น3นั่งฟรี

บริการตจว.เข้าร่วมงาน

กองทัพเรือ จัดซ้อมใหญ่เสมือนจริง 64 ฝีพายอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ออกจากอู่ทหารเรือธนบุรีไปเทียบท่าราชวรดิฐ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ โดยมีประชาชนมาเฝ้าชมด้วยความประทับใจในความงดงามยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศชี้แจงการเชิญคณะทูต-กงสุล องค์กรระหว่างประเทศร่วมพระราชพิธี4 และ6 พ.ค. ด้านกอร.พระราชพิธีฯจัดรถไฟชั้นสามบริการฟรีอำนวยความสะดวกให้ปชช.เดินทางมาร่วมงาน พร้อมเปิดถ่ายภาพร่วมกับซุ้มตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 30เมษายน กองทัพเรือได้จัดให้ซ้อมใหญ่การเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จากอู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ไปเทียบท่าราชวรดิฐ ในการถวายเครื่องราชูปโภคประกอบพระบรมราชอิสริยยศตามโบราณราชประเพณี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ตามหมายกำหนดการวัน เวลาจริงระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤษภาคม 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซ้อมใหญ่ครั้งนี้ พล.ร.ต.มาศพันธุ์ ถาวรามร เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ ผู้อำนวยการซ้อมใหญ่ คอยกำกับดูแล มีน.อ.อ.เกษม เอี่ยมสุพันธ์ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ นำกำลังพลประจำเรือไหว้แม่ย่านาง จากนั้นเคลื่อนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ออกจากอู่ทหารเรือธนบุรี ไปยังท่าราชวรดิฐ ระยะทางประมาณ 100 เมตร ซึ่งมีการซักซ้อมทั้งการเทียบเรือ แบบทวนน้ำ และตามน้ำ ไปจนถึงการนั่งประจำเรือ โดยได้ซักซ้อมจนถึงเวลา 13.30 น.

โดยการฝึกซ้อมวันนี้ เป็นไปอย่างสง่างามสมพระเกียรติ ฝีพายกำลังพลประจำเรือ 64 คน ประกอบด้วย ฝีพาย 50 คน นายท้าย 2 คน นายเรือ 2 คน คนถือธงสามชาย 1 คน พลสัญญาณ 1 คน คนเห่เรือ 1 คน และคนถือฉัตร 7 คน แต่งชุดเสมือนวันจริงที่ใช้ในวันพระราชพิธี ตั้งใจฝึกซ้อมกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ส่วนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ครั้งนี้ได้เชิญบุษบกมาติดตั้งแทนบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นองค์เดิมที่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี เพื่อเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ประดับตกแต่งด้วยเครื่องสูง ประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ทั้งฉัตรเครื่องสูงหักทองขวาง 7 ชั้น 2 องค์ ติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังบุษบก และฉัตรเครื่องสูงหักทองขวาง 5 ชั้น ติดตั้งลดหลั่นกันมา ที่ด้านหน้า 3 องค์ และด้านหลัง 2 องค์ ปักเรียงหนึ่งตามความยาวของลำเรือเว้นระยะห่าง 2 กระทงต่อฉัตร 1 องค์

ที่คอเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์คล้องมาลัย ซึ่งจัดทำโดยคณะครูโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ความยาว 121 นิ้วเส้นรอบวง 18 นิ้ว ประกอบด้วยตาข่ายคลุมแกนพวงมาลัย ใช้ดอกรักเทียมทำลายสี่ก้านสี่ดอก แกนใน ใช้ผ้าตาดสีเหลืองทอง ส่วนที่ 2 พวงกลาง ซึ่งเป็นเครื่องแขวนไทยรูปโครงดาว ที่มุมทั้งหกมุม มีพวงดอกไม้รูปทรงกลม พวงเล็กหกพวง และทัดหูเป็นดอกสีแดง และสีเหลืองความสูง 28 นิ้ว และที่สำคัญประดับพู่ห้อยทำจากแก้วเจียรนัยเป็นชิ้น ๆ นำมาประกอบกับ ตัวพู่ทำจากขนจามรี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ที่สง่างามสมพระเกียรติยิ่ง

สำหรับการอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบท่าเรือท่าราชดิฐนั้น จะมีขึ้นวันที่ 4 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. เพื่อเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ ขบวนเรือจะนำเรือเทียบที่ท่าราชวรดิฐ เมื่อเรือเทียบกับโป๊ะเรือแล้ว กำลังพลประจำเรือจะถวายบังคม 3 ครั้ง ขานพระปรมาภิไธยเต็ม และจะอยู่บนเรือเช่นนั้นจนกว่าจะเสร็จพระราชพิธีตามพระราชกิจในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นวันที่ 5 พฤษภาคม กำลังพลจะขึ้นบนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เวลา 17.00 น. แล้วถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเคลื่อนผ่าน ขณะที่วันที่ 6 พฤษภาคม กำลังพลจะขึ้นเรือเวลา 17.00 น. และนำเรือกลับเข้าอู่เวลา 21.00 น. จากนั้นวันที่ 8 พฤษภาคมทำการถอดบุษบกพร้อมนำเรือเข้าเก็บรักษา เพื่อเตรียมการจัดขบวนเรือในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดการซ้อมใหญ่ ที่ราชนาวิกสภา ประชาชนที่ทราบข่าวการซ้อมใหญ่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ครั้งนี้ พากันสวมเสื้อสีเหลืองมาจับจองพื้นที่ร่วมชมการซ้อมเนืองแน่น โดยต่างบอกตรงกันว่า รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจที่ได้เห็นความงดงามสง่างามของเรือพระที่นั่งฯ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย พร้อมนำโทรศัพท์มือถือ และกล้องมาบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

เชิญคณะทูตเฝ้าฯ4และ6พ.ค.

ด้านน.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงถึงการเชิญคระทูต ผู้แทนต่างประเทศเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า การดำเนินการครั้งนี้ ยึดแนวทางที่ดำเนินมาในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2493 ซึ่งได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 คณะทูตานุทูตได้รับพระราชทานพระราชานุญาตเข้าร่วมพระราชพิธีวันที่ 4 และ 6 พฤษภาคม 2562 โดยวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม ช่วงเช้า เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ในฐานะคณบดีคณะทูต และคู่สมรส จะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง และช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้แทนคณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย พร้อมคู่สมรส ประกอบด้วยเอกอัครราชทูตหรืออุปทูตฯ ถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ และคู่สมรสจากทุกภูมิภาค และที่มาจากประเทศที่เป็นราชอาณาจักรหรือเทียบเท่า จะเฝ้าฯในการเสด็จออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

งดเชิญบุคคลสำคัญตปท.ร่วมงาน

น.ส.บุษฎีกล่าวต่อว่า วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม ช่วงเย็นคณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย พร้อมคู่สมรส และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย จะเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยคณบดีคณะทูตจะเป็นผู้แทนคณะทูตานุทูตฯ ในการกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น คณะทูตานุทูตฯจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองพระราชทาน ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร โดยที่คณะทูตานุทูตได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้าร่วมพระราชพิธีฯ ในฐานะผู้แทนประเทศของตนแล้ว ประกอบกับฝ่ายไทยไม่ประสงค์ที่จะรบกวนบุคคลสำคัญต่างประเทศในการเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงไม่ได้มีการเชิญบุคคลสำคัญต่างประเทศให้เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

76จว.จัดกิจกรรมพร้อมส่วนกลาง

ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงภาพรวมจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในต่างจังหวัดว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) เตรียมอำนวยความสะดวกประชาชนในต่างจังหวัด ทั้งการเดินทาง อาหาร และความเป็นอยู่ สำหรับผู้ที่จะเข้ามาร่วมพิธีในกรุงเทพ ขณะที่จังหวัดต่าง ๆ ก็จะมีกิจกรรม เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมต่อเนื่อง และจัดพิธีทำบุญ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนและจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมที่จะจัดขึ้นทุกจังหวัด

4-6พ.ค.ถวายพระพรพร้อมกทม.

ดังนี้ วันที่ 4 พฤษภาคม มีพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พิธีสวดมนต์ ทำบุญตักบาตร และร่วมรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ณ วัดที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกของแต่ละจังหวัด วันที่ 5 พฤษภาคม พิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมรับชมการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ พร้อมกรุงเทพมหานคร ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่จังหวัดกำหนด โดยผู้เข้าร่วมพิธี/ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นจิตอาสา แต่งกายด้วยชุดจิตอาสา และสำหรับประชาชนทั่วไป แต่งกายด้วยชุดสุภาพ/สวมเสื้อสีเหลือง ส่วนวันที่ 6 พฤษภาคม พิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีถวายพระพรชัยมงคล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และร่วมรับชมการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

อนุมัติรถไฟชั้นสามฟรีเข้ากรุง

นายวิทยา ยาม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการร่วมพระราชพิธีบรมราชาพิเศษ (กอร.พระราชพิธีฯ)ว่า ที่ประชุมกำชับให้หน่วยงานราชการ เน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4-6 พฤษภาคม โดยกระทรวงคมนาคมอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้ประชาชนที่มากับกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติรถไฟชั้นสาม ฟรี ช่วงวันที่ 4-6 พฤษภาคม . นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังสนับสนุนการรับ-ส่ง ประชาชนทั่วประเทศ 55,000 คน โดยคาดว่าจะเดินทางมาทางรถไฟ 10,700 คน ส่วนที่เหลือจัดเดินรถบัสกว่า 800 คัน อำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางมาในวันที่ 5 พฤษภาคม ทั้งนี้ ประชาชนที่จะเดินทางส่วนตัวโดยรถไฟ สามารถติดต่อขอใช้บริการรถไฟชั้นสาม ฟรี ได้เช่นกัน

จัดจนท.ดูแลตั้งแต่มาจนกลับ

นอกจากนี้ ยังมีการบริหารการจราจร ได้จัดจุดจอดรถหลัก รอบกทม. โดยผู้ที่มาจากภาคเหนือ สามารถจอดที่เมืองทองธานี สนามธูปเตมีย์ , ส่วนที่มาจากภาคใต้และภาคตะวันตก จอดรถที่พุทธมณฑล และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก)จัดรถบริการขนคนเข้ามาบริเวณชั้นใน ขณะที่การเดินทางทางน้ำ จะมีบริการเรือจากทิศเหนือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยา สนับสนุนการบริการฟรี รอบแรกเวลา 10.00 น.และ รอบที่ 2 เวลา 11.00 น. โดยจะออกจากท่าน้ำนนทบุรีถึงท่าเรือปิ่นเกล้า ท่าเรือสาทร มายังท่าเรือตลาดยอดพิมาน ส่วนเรือข้ามฟาก ให้บริการจากใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ข้ามมายังฝั่งพระนคร สำหรับเรือข้ามฟากของเอกชนยังให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม จะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลประชาชน ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เดินทางมากระทั่งเดินทางกลับภูมิลำเนา

เปิดให้ถ่ายรูปซุ้มตราสัญลักษณ์

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่หนึ่งจัดพื้นที่ถนนราชดำเนิน เพื่อรองรับประชาชนที่จะเข้ามาร่วมพิธีฯเพิ่มเติมโดยวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนร่วมถ่ายรูปกับซุ้มตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ (วปร.) ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 5.7 เมตร โดยกอร.พระราชพิธีฯจัดเตรียมเต็นท์อำนวยความสะดวกประชาชน พร้อมน้ำดื่มสะอาด รถสุขา ที่สนามหลวง ทั้งนี้ เชิญชวนประชาชนเข้าร่วม ตั้งแต่เวลา 09:00- 24.00 น.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top