533.jpg
‘พยัคฆ์ไพร’สนธิกำลังลุยภูเก็ต ยึดพื้นที่ 142 ไร่ส่อรุกป่าเทือกเขานาคเกิด

‘พยัคฆ์ไพร’สนธิกำลังลุยภูเก็ต ยึดพื้นที่ 142 ไร่ส่อรุกป่าเทือกเขานาคเกิด

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 13.26 น.

‘พยัคฆ์ไพร’สนธิกำลังลุยภูเก็ต ยึดพื้นที่ 142 ไร่ส่อรุกป่าเทือกเขานาคเกิด

26 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร พร้อมด้วย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) , เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.) และเจ้าหน้าที่พยัคฆ์ไพร    สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ป้องกันปราบปรามที่  4 ภาคใต้ ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต , ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , เจ้าหน้าที่ป่าไม้ , เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดภูเก็ต และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านกะตะ ติดต่อกับหาดนุ้ย หลังจากชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 5 ปี  พื้นที่บางส่วนปลูกกล้วย มีการปรับพื้นที่บางส่วนเป็นถนน รวมทั้งสร้างบ้านพักขนาดเล็ก 3 หลัง โดยบริเวณทางเข้าพื้นที่บุกรุกมีการปิดกั้นทางเข้าออก


ขณะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ และเมื่อเข้าตรวจตรวจสอบบริเวณบ้านพัก ได้พบเอกสารสำเนาบัตรประชาชน รวมทั้งสำเนาหนังสือมอบอำนาจ แต่ไม่ระบุว่าเพื่อดำเนินการสิ่งใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากนั้นได้ตรวจสอบโดยรอบ พบโรงเรือน 1 หลัง มีการเลี้ยงหมูป่า 4 ตัว กวาง 7 ตัว และติดป้ายว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง เจ้าหน้าที่ได้รังวัดขอบเขตพื้นที่ และตรวจสอบพิกัดด้วยเครื่องมือวัดค่าพิกัดจากดาวเทียม ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บางส่วนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ และบางส่วนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ไม่ได้ให้ผู้ใดครอบครอง และพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. โดยพื้นที่ทั้งหมดยังมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติและเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 2

จากการตรวจสอบการใช้พื้นที่โดยเปรียบเทียบกับภาพถ่ายอากาศปี 2545 ปรากฏว่าพื้นที่ทั้งหมดมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ ตรวจสอบข้อมูลการสำรวจขึ้นทะเบียนราษฎรในเขตป่า ตามมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 ปรากฏว่าไม่มีการสำรวจขึ้นทะเบียนบุคคลในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด 142  ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายภาครัฐกว่า 21 ล้านบาท และจัดทำบันทึกการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต   เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top