วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างภาคเกษตรใหม่ ให้มีแผนผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องความต้องการตลาด ไม่ใช่ปล่อยให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมตามยถากรรม ทำให้ผู้มีอาชีพเกษตรกรรมมีรายได้น้อยกว่าอาชีพอื่น การที่รัฐบาลในอดีตมักใช้การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำด้วยการออกมาตรการพยุงราคาสินค้า หรือมาตรการประกันราคาผลผลิต รวมทั้งการใช้งบประมาณมารับจำนำผลผลิต เพื่อจะทำให้ราคาผลผลิตสูงขึ้นนั้นปัจจุบันการใช้มาตรการแทรกแซงด้านราคาข้างต้นจะไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะสินค้าเกษตรไทยมีต้นทุนการผลิตสูง และยังไม่มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในภาคเกษตรแทนแรงงานคนมากนัก ขณะที่อำนาจต่อรองของเกษตรกรไทยน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยไม่ได้รวมเป็นแปลงใหญ่ ประกอบกับสถาบันเกษตรกรทั้งสหกรณ์การเกษตรหรือสภาเกษตรกรยังมีบทบาทน้อยในการช่วยดูแลเกษตรกรแบบครบวงจร
สำหรับแนวทางปรับโครงสร้างการผลิตทางเกษตรของไทยนั้น ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวทางไว้ช่วงที่ทรงงานด้านเกษตรกรรม ตั้งแต่จัดระบบน้ำชลประทานเพื่อการเกษตร ปรับคุณภาพดินและการเลือกทำเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เรียกว่า “โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริ” ที่ทรงแนะนำให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่เกษตรออกเป็นส่วนๆคือ พื้นที่สำหรับทำเป็นแหล่งเก็บน้ำ พื้นที่ทำเกษตร พื้นที่ทำปศุสัตว์ และพื้นที่อยู่อาศัยในอัตราส่วน 30:30:30:10 ซึ่งแนวทางบริหารภาคการเกษตรตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริดังกล่าวนี้ กระทรวงเกษตรฯนำมาใช้เป็นแนวทางแบ่งพื้นที่เกษตรกรรมทั้งประเทศ 149 ล้านไร่ได้ โดยจัดแบ่งพื้นที่ (Zoning) การเกษตรของประเทศได้ตามอัตราส่วนดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรฯต้องวางแผนทำเกษตรกรรมให้เกษตรกรด้วยว่าพื้นที่ไหนจะทำเกษตรชนิดไหน จำนวนเท่าไหร่ และจะแบ่งส่วนไหนทำเป็นแหล่งน้ำหรือพัฒนาระบบชลประทานและจะแบ่งส่วนไหนเก็บไว้เป็นที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ เพื่อลดความเสี่ยงให้เกษตรกรที่จะไม่ขาดทุนในการประกอบอาชีพ ก็ต้องทำความเข้าใจให้เกษตรกรรู้จักเลือกทำเกษตรผสมผสาน หรือทำเกษตรเพื่อเลี้ยงครอบครัวก่อนที่เรียกว่า
“การปลูกพืชสวนครัว รั้วกินได้/หรือเลือกทำเกษตรที่มีมูลค่าสูงหรือการเกษตรคุณภาพสูง (Premium) เช่น ทำเกษตรกรรมที่ไม่ใช้สารเคมีหรือสินค้าปลอดภัย (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ (Organic) ที่ตลาดต้องการและมีราคาดี
รมว.เกษตรฯกล่าวย้ำอีกว่า การปรับโครงสร้างการผลิตในภาคเกษตรไทยตามแนวทางข้างต้น กระทรวงเกษตรฯ ต้องไม่ทำหน้าที่เพียงไปส่งเสริมหรือแนะนำให้เกษตรกรทำเกษตรอย่างเดียว แต่กระทรวงเกษตรฯต้องปรับโครงสร้างหน่วยงานของตนเอง เพื่อทำหน้าที่ประสาน เจรจากับกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนถึงความต้องการ (Demand) เพื่อนำข้อมูลมาทำแผนการผลิตพืช หรือปศุสัตว์ ประมงแต่ละชนิดให้สอดคล้องตลาดทั้งในและต่างประเทศ ถ้าเราปรับโครงสร้างภาคเกษตรเข้มแข็งมีประสิทธิภาพตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ดังกล่าวแล้วไทยจะเป็นมหาอำนาจทางอาหาร หรือเป็นครัวของโลก (Kitchen of the World) ได้ เพราะไทยมีสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ ภูมิประเทศเหมาะทำเกษตรกรรมกว่าประเทศอื่น รวมทั้งคนไทยมีคุณสมบัติพิเศษคือ ทำอาหารเก่ง ดังนั้น รัฐบาลใหม่ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องใช้การทำเกษตรกรรมของไทยที่เป็นจุดเด่นหรือข้อได้เปรียบเป็นกลไกพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี