533.jpg
‘ยะลา’สร้างชาวสวนคุณภาพ  เพิ่มผลผลิตและราคา‘ทุเรียน’

‘ยะลา’สร้างชาวสวนคุณภาพ เพิ่มผลผลิตและราคา‘ทุเรียน’

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ยะลา” เป็นจังหวัดที่ปลูก “ทุเรียน” มากที่สุดในกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และทุเรียนก็ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” ได้รับความนิยมโดยเฉพาะ “ตลาดจีน” มีการส่งออกไปอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันแก่เกษตรกร ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ “ทีมงาน นสพ.แนวหน้า” มีโอกาสติดตามคณะของ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ ไปเยี่ยมชม “โครงการทุเรียนซิตี้” ณ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง

นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ เผยว่า โครงการดังกล่าวมีเกษตรกรเข้าร่วม 18 ราย ทุเรียนจำนวน 324 ต้น จำนวนผลผลิต 35 ตัน สร้างรายได้รวม 2.7 ล้านบาท รายได้เพิ่มตันละประมาณ 3.5 เท่า สาเหตุที่ทำให้ทุเรียนไม่มีคุณภาพ เพราะชาวบ้านขาดความรู้ ขายแบบเหมาสวน มีการเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง


“ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต้องเข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทั้งในพื้นที่ และที่ศูนย์พัฒนาเกษตรพอเพียงบ้านวังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการดูแลต้นทุเรียนทั้งกระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยว การตัดแต่งดอกและผลทุเรียน รวมถึงการตัดทุเรียนตามระยะความสุกที่ตลาดต้องการ โดยกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ยังมอบหมายให้เกษตรจังหวัดร่วมจัดทำคู่มือการผลิตทุเรียนคุณภาพ สมุดตรวจแปลงคู่มือการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชของทุเรียนระยะต่างๆ มีคำบรรยายทั้งภาษาไทยและภาษามลายูด้วย” นายการัณย์ กล่าว

ขณะที่ วีระ สมศิริ เกษตรอำเภอกรงปินัง จ.ยะลา กล่าวเสริมว่าจังหวัดยะลา มีพื้นที่ปลูกทุเรียน กว่า 50,000 ไร่ คาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ท้องตลาด ไม่ต่ำกว่า 32,000 ตัน ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา และสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพมาโดยตลอด จากการรวมกลุ่มเกษตรกรดำเนินงานในรูปแบบแปลงใหญ่ มีการวางแผนการผลิต

จัดทำปฏิทินการจัดการสวนทุเรียนส่งเสริมการใช้ปุ๋ยลดต้นทุนการผลิต การป้องกันกำจัดโรค และแมลงศัตรูทุเรียน การสนับสนุนด้านการตลาด รวมทั้งการถ่ายทอดความรู้เรื่องการจัดการสวนทุเรียนในทุกระยะ ตั้งแต่ระยะออกดอก การตัดแต่งดอก ตัดแต่งผล และการเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะที่เหมาะสม โดยเน้นย้ำให้เกษตรกรบันทึกวันที่ดอกทุเรียนบาน เพื่อกำหนดวันเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแก่เต็มที่ เป็นการป้องกันปัญหาการตัดทุเรียนอ่อน

เสียงสะท้อนจากเกษตรกรยูโซะ ดอเลาะบองอ หนุ่มใหญ่ วัย 55 ปี กล่าวว่า ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพราะที่ผ่านมาผลผลิตในสวนมีคุณภาพไม่ดี เมื่อเข้าร่วมก็ทำให้ได้รับความรู้หลายเรื่อง เช่น การจัดการดอกทุเรียนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ การให้น้ำในระบบสปริงเกอร์ การป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าโดยการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา การใช้กับดักแสงไฟเพื่อล่อผีเสื้อหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน การกำจัดวัชพืชโดยการตัดแทนการฉีดยาฆ่าหญ้า และการบันทึกวันดอกทุเรียนบานเพื่อกำหนดวันเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแก่เต็มที่

“การเข้าร่วมโครงการทุเรียนซิตี้ทำให้ขายทุเรียนได้ราคามากขึ้น จากราคากิโลกรัมละ 80 บาท เป็นกิโลกรัมละ 100 บาท ภายในสวนได้ปลูกทุเรียนทั้งหมด 2 สายพันธุ์ คือหมอนทองและชะนี ทั้ง 2 พันธุ์ แม้มีอายุถึง 35 ปี แต่ยังสามารถให้ปริมาณและคุณภาพผลผลิตได้สูง เนื่องจากเพราะได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้ และการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง ทำให้มีการบริหารจัดการสวนทุเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ” ยูโซะ กล่าวในท้ายที่สุด

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top