"ผู้ว่าฯนครพนม"สั่งล้างบางมาเฟีย หลังนำแรงงานเถื่อนผ่านจุดผ่อนปรนไทย-ลาว เร่งขยายผลขบวนการค้ามนุษย์
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคง ร่วมบูรณาการเพิ่ม มาตรการเข้มงวด ปราบปราม จับกุม กวาดล้างระบบกลุ่มมาเฟีย ที่แสวงผลประโยชน์ จากการบริหารจัดการ จุดผ่อนปรนตลาดนัดชายแดนไทย-ลาว อ.ธาตุพนม รวมถึงเอื้อประโยชน์ ฉวยโอกาสในการนำเข้าแรงงานเถื่อน โดยใช้ช่องว่างของจุดผ่อนปรนชายแดน นำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำส่งต่อไปยังขบวนการค้ามนุษย์ กระทั่งมีปัญหาการร้องเรียน และขอให้ตรวจสอบพบว่ามีการปล่อยปละละเลย รวมถึงมีกลุ่มมาเฟีย ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐแสวงประโยชน์ เป็นที่มาของอธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งย้ายด่วน นายชัยวัฒน์ ชัยเวทย์พิสิฐ นายอำเภอธาตุพนม ให้ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยให้มีผลเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 หลังจากเพิ่งย้ายจากนายอำเภอนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร มาดำรงตำแหน่งเดิม เมื่อเดือนตุลาคม 2561
นอกจากนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ยังได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ร.ต.อ.นายหนึ่ง ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลเรียกรับผลประโยชน์ เก็บค่าธรรมเนียมจากประชาชนชาวลาว ในการเดินทางเข้า-ออก โดยรอสรุปผลการตรวจสอบว่าจะมีความผิดทางวินัยหรือทางอาญาหรือไม่
รวมถึงการประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.นครพนม) พร้อมหน่วยงานความมั่นคง เข้าไปดูแลจัดระเบียบ หันมาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยการทำบัตรผ่านแดนประจำตัวชาวลาว ติดบาร์โค้ด เพื่อสแกนตรวจสอบจำนวนชาวลาวที่เดินทางเข้า-ออก ในการข้ามแม่น้ำโขงมาจับจ่ายซื้อของหรือนำสินค้ามาวางจำหน่ายทุกราย และให้มีการนำเข้า-ส่งออกสินค้า รวมถึงคนที่เดินทาง ณ จุดเดียว เพื่อสะดวกในการกำกับดูแล ทุกวันในช่วงเปิดตลาด คือวันจันทน์ กับวันพฤหัสบดี เวลา 08.00 - 15.00 น.
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ปมปัญหากรณีเด้งนายอำเภอธาตุพนม มีสาเหตุมาจาก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลเบาะแสจากชาวบ้าน ว่ามีแรงงานชาวลาว เป็นชาย 3 ราย หญิง 4 ราย รวม 7 ราย อายุระหว่าง 13 - 17 ปี ถูกลักลอบนำพาผ่านเข้ามาทางจุดผ่อนปรนตลาดชายแดนไทย-ลาว อ.ธาตุพนม โดยใช้ช่องว่างปัญหาการตรวจสอบการเข้า-ออก ที่มีความบกพร่อง โดยขบวนการนี้จะนำแรงงานลาวเข้ามา ก่อนที่จะพาไปพักไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในเขต ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม เพื่อรอการลำเลียงขนส่งต่อไปค้าแรงงาน นำเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ แต่เกิดปัญหาในการรอการส่งต่อ ทำให้เด็กทั้ง 7 คน เกิดความหวาดกลัว หนีออกมาขอความช่วยเหลือชาวบ้าน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ขยายผลพบเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ และมีเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ร่วมกับกลุ่มมาเฟีย คอยอำนวยความสะดวกในการข้ามแดน โดยใช้จุดผ่อนปรนเป็นเส้นทางผ่าน
นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานบัตรค่าธรรมเนียมผ่านแดน ที่กลุ่มมาเฟียจัดทำขึ้นมาเก็บผลประโยชน์รายละ 20 บาท เป็นค่าธรรมเนียมเข้าฝั่งไทย โดยไม่ได้นำเข้าระบบราชการ ซึ่งพบว่ามีรายได้ตกวันละ 20,000 - 30,000 บาท ซึ่งเรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งสอบสวน ขยายผล เอาผิดให้ถึงที่สุด
ด้าน นายอภิชาต วงษ์กาฬสินธุ์ จัดหางานจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังรับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จึงประสานทุกหน่วยงาน ดำเนินการปราบปรามเอาผิดขบวนการค้ามนุษย์ ค้าแรงงานเถื่อน โดยฉวยโอกาสเส้นทางจุดผ่อนปรนชายแดน อ.ธาตุพนม เป็นเส้นทางผ่าน และยอมรับว่าขบวนการค้ามนุษย์ ค้าแรงงานเถื่อนในพื้นที่ อ.ธาตุพนม มีมานาน แต่ก็มีการตรวจสอบปราบปราม จับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่ขบวนการค้ามนุษย์มีความพยายามที่หาช่องทางกระทำผิดมาตลอด ซึ่งครั้งนี้ทางจัดหางานจังหวัด ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงแรงงาน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เร่งตรวจสอบขยายผลหาทางเอาผิดขบวนการค้ามนุษย์ขั้นเด็ดขาด
เบื้องต้นจากการสอบสวนขยายผล แรงงานลาวทั้ง 7 ราย มีการลักลอบเข้าทางตลาดจุดผ่อนปรนชายแดน อ.ธาตุพนม และไปพักที่บ้านหลังหนึ่ง รอการส่งต่อ แต่เด็กเกิดความกลัว เนื่องจากรอนาน และมีการรับรู้ข้อมูลจากการพุดคุยของคนนำพา ว่าจะนำไปส่งแหล่งค้าประเวณี จึงหวาดกลัวพากันหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน
ทั้งนี้ หลังการสอบสวนของเจ้าหน้าเครือข่ายสหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง พบหลักฐานข้อมูลว่า มีการเชื่อมโยงไปถึงขบวนการค้ามนุษย์ ค้าแรงงานเถื่อน ทั้งการติดต่อทางโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน รวมถึงหลักฐานเชื่อมโยงกับคนนำพา ล่าสุด ได้มีการรวบรวมหลักฐาน เข้าไปร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกลุ่มขบวนการนำพา กับพนักงานสอบสวน สภ.หลักศิลา อ.ธาตุพนม แล้ว โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงเอาผิดเบื้องต้น 4 ราย เป็นชาวลาว 2 ราย และเป็นชาวไทย 2 ราย ซึ่งเป็นผู้นำพาแรงงานเข้ามาพักที่บ้านดังกล่าว ในจำนวนนั้นมีเจ้าของบ้านที่นำมาพักพิงด้วย ส่วนข้อหาความผิด จะมีการกล่าวโทษตามความผิด 3 ข้อหาหนัก คือ 1.ความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.ความผิดฐานนำพาแรงงานต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย และ 3.ฐานความผิดให้ที่พักพิง และกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งได้รวบรวมหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน รอสรุปหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับผู้กระทำผิดต่อไป
สำหรับแรงงานลาว ทั้ง 7 คน ขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของหน่วยงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รอการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ยืนยันว่า หากหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครจะดำเนินคดีทุกราย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี