546.jpg
รมว.เกษตรฯสั่ง'กรมชล'เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุล12จว.

รมว.เกษตรฯสั่ง'กรมชล'เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุล12จว.

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.11 น.

“รมว.เกษตรฯ เร่งบรรเทาความเดือดร้อน สั่งกรมชลฯช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยจากพายุโพดุล 12จว.จนกว่าสถานการณ์คลี่คลายเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว”

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะน้ำ สรุปสถานการณ์อุทกภัยวันนี้ ได้รับอิทธิพลจากพายุโพดุล มีสถานการณ์น้ำท่วมรวม 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อุดรธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร สกลนคร สระแก้ว ชุมพร และระนอง ได้รายงานให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทราบสั่งให้ทุกพื้นที่เร่งบรรเทาความเดือดร้อน ลดความเสียหายกับประชาชน เกษตรกร พื้นที่เกษตร ย่านชุมชนเศรษฐกิจ จนกว่าสถานการณ์คลี่คลายให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุดโดยขณะนี้รัฐบาลได้สั่งการทุกหน่วยงานแล้วช่วยเหลือประชาชนได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโพดุล


โดยสถานการณ์ล่าสุดดังนี้ 1.จังหวัดพิษณุโลก ส่งผลให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 1 อำเภอ ได้แก่ อ.เนินมะปราง (ต.บ้านมุง และ ต.วังยาง)โครงการชลประทานพิษณุโลกได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือ คาดว่าหากปริมาณฝนลดน้อยลง สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน

2.จังหวัดยโสธร เกิดฝนตกหนักในพื้นที่บริเวณอำเภอป่าติ้ว ทำให้น้ำจากลำเซบายล้นตลิ่งเข้าท่วมที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตร เข้าท่วมบริเวณ บ้านกุดสำโรง ตำบลศรีฐาน และชุมชนบ้านโพธิ์ไทร ตำบลโพธิ์ไทร และบ้านแซซ่ง ตำบลเซียงเพ็ง สำนักงานชลประทานที่ 7 เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือพร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 7 วัน

3. จังหวัดร้อยเอ็ด และ จังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ผลกระทบน้ำท่วมรวมจำนวน 6,620 ไร่ ใน 2 จังหวัด (ร้อยเอ็ด และ จังหวัดกาฬสินธุ์) ดังนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ผลกระทบน้ำท่วม 320 ไรบ้านพรมสว่าง ต.กุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 200 ไร่ บ้านหนองห้าง ต.ภูแล่นช้าง อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 120 ไร่  ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่น้ำท่วมด้านฝั่งซ้ายของลำน้ำยังที่ความสูงประมาณ 1.78 ม. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 6,300 ไร่ 2 อำเภอ ดังนี้

บ้านโนนเชียงหวาง บ้านหนองบุ่ง ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง บ้านนาวี ตำบลศีวิลัย ,บ้านดงแจ้ง บ้านหนองจอก บ้านหนองผักตบ ต.เหล่าน้อย อ.เสลภูมิ และพื้นที่น้ำท่วมฝั่งซ้ายของลำน้ำยัง ฝั่งด้านนอกคันพนังฯ กม.6+600 บริเวณบ้านท่าทางเกวียน ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จำนวน 6,000 ไร่ ส่วนพื้นที่น้ำท่วมฝั่งขวาของลำน้ำยัง ฝั่งด้านในคันพนังฯ กม.6+600 บริเวณ บ้านท่าทางเกวียน ได้รับผลกระทบน้ำท่วมจำนวน 300 ไร่ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด, ส่วนเครื่องจักรกลสนับสนุนเครื่องสูบน้ำรวมจำนวน 15 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่อง รถแบ็คโฮ 2 คัน และสนับสนุนกระสอบทรายประมาณ 2,000 ใบ คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน

ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเกิดมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่เนื่องจากอิทธิพลของพายุโพดุล เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 ซึ่งวัดปริมาณฝนได้ 168 มม. ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ดังนี้ เกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เนื่องจากการระบายน้ำไม่ทัน มีน้ำท่วมถนนสูง 50-120 ซ.ม.รถเล็กผ่านไม่ได้ ต้องปิดการสัญจรชั่วคราว เกิดน้ำท่วมถนนข้าวหอมมะลิติดกับบึงพลาญชัยตั้งแต่ประตูสาเกตนครเป็นต้นไป น้ำสูงกว่า 50 ซม. และท่วมทางวิ่งออกกำลังกายของประชาชนรอบบึงพลาญชัยสูงกว่า 1 เมตร ถนนเพลินจิตรมีน้ำท่วมด้านข้างไปรษณีย์ จ.ร้อยเอ็ด ถนนสุริยะเดชบำรุง หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด รวมทั้งตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมสูง มีปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมโรงเรียนอนุบาลโพนทอง อ.โพนทอง

4. จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากในช่วงวันที่ 24-25 สิงหาคม 2562 เกิดฝนตกหนักในจังหวัดอุดรธานีหลายพื้นที่ โดยปริมาณฝนสะสม 3 วัน บริเวณอำเภอเมือง วัดได้ 123.7 มม. ทำให้เกิดพื้นที่น้ำท่วมบริเวณโรงเรียนบ้านหมากแข้ง อ.เมืองและบริเวณสะพานคลองผันน้ำ อ.เมือง ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะ ทำให้คอสะพานฝั่งขวาชำรุด รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โครงการชลประทานอุดรธานี นำรถแบ็คโฮ จำนวน 2 คัน มาทำการเปิดทางน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงอ่างเก็บน้ำหนองสำโรง พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือพร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

5. จังหวัดอุบลราชธานี เกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำเซบกเพิ่มขึ้น จนไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรลุ่มต่ำริมตลิ่งลำเซบกตอนบน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 1 อำเภอ ได้แก่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่ง เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเซบกตอนบน โครงการชลประทานอุบลราชธานี ได้ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือ โดยขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง พร้อมประสานส่วนราชการเพื่อดำเนินการช่วยเหลือเพิ่มเติม และยังได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร-เครื่องมือ เพื่อให้การสนับสนุนได้ทันที และเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ส.ค.62 อาคารระบายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำห้วยแจระแม บ้านหนองแก ตำบลแจระแม อำเภอเมือง ความจุ 744,000 ลบ.ม. ซึ่งได้ถ่ายโอนให้เทศบาลตำบลแจระแมเมื่อปี 2546 ชำรุดเสียหาย เกิดการกัดเซาะจนไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ เกิดการพังทะลายกว้างประมาณ 10 ม. ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างไหลลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำคือลำมูลน้อย และไหลลงสู่แม่น้ำมูล ซึ่งไม่มีบ้านเรือนประชาชนหรือพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ ทางโครงการชลประทานอุบลราชธานีได้แจ้งให้จังหวัด ปภ.จังหวัด เทศบาลตำบลแจระแม ทราบแล้ว

6. จังหวัดอำนาจเจริญ เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำเซบายและลำห้วยสาขาเพิ่มระดับสูงขึ้นจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรลุ่มต่ำบริเวณอำเภอเมือง และอำเภอเสนางคนิคม รวมพื้นที่จำนวน 3,718 ไร่ โดยสำนักงานชลประทานที่ 7 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ คาดการว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม สถานการณ์จะเข้าสู่ปกติใน 3-4 วัน

7. จังหวัดมุกดาหาร เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือน รวม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคำชะอี อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอเมือง และอำเภอดอลตาล เป็นพื้นที่จำนวน 12,880 ไร่ ทางสำนักงานชลประทานที่ 7 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ คาดการว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม สถานการณ์จะเข้าสู่ปกติใน 1-2 วัน

8. จังหวัดสกลนคร เนื่องจากผลกระทบของพายุโพดุล เมื่อวันที่ 29 ส.ค.62 ทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณจังหวัดสกลนคร วัดได้ 148.3 มม. ณ อ.โคกศรีสุพรรณ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือน รวม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.โพนนาแก้ว และ อ.โคกศรีสุพรรณ เนื่องจากระดับน้ำในลำน้ำก่ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น โครงการชลประทานสกลนครติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 4 เครื่อง บริเวณสะพานบ้านด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ เพื่อเร่งการระบายน้ำในลำน้ำก่ำสู่พื้นที่ด้านท้ายน้ำ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ เรียงกระสอบทรายบริเวณพนังกั้นน้ำต่ำที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการไหลข้ามคันเข้าสู่พื้นที่การเกษตร บริเวณ อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร

9. จังหวัดสระแก้ว เกิดฝนตกหนักบริเวณอุทยานแห่งชาติปางสีดา วัดได้ 174.4 มม. ทำให้เกิดน้ำท่วม 2 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานคลองโป่งดาวเรือง กม.16+450 มีน้ำท่วมสูงประมาณ 40 ซม. ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจุดนี้อยุ่ท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยกระบากที่รับน้ำจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา บริเวณบ้านโป่งดาวเรือง มีปริมาณน้ำท่วมสวนยูคาประมาณ 100 ไร่ บ้านเรือน 3 หลัง ปริมาณน้ำลดลง ความดว่าหากไม่มีฝนตกจะเข้าสู่ปกติใน 1 วัน สำนักงานชลประทานที่ 9 ติดตาม เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือไว้พร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

10. จังหวัดชุมพร จากอิทธิพลของพายุโพดุลที่เข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 ทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำคลองชุมพร ที่สถานีบ้านหนองตำเสา อ.เมืองชุมพร วัดได้ 53.0 มม. และสถานี ต.วังใหม่ อ. เมืองชุมพร วัดได้ 47.8 มม. ทำให้ได้เกิดน้ำล้นตลิ่งที่คลองชุมพร บริเวณ สถานี X.53A บ้านวังไผ่ และสถานี X.201A บ้านท่าไม้ลาย โครงการชลประทานชุมพรติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 4 ชุด บริเวณตำบลวังไผ่ อ.เมืองชุมพร และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 4 ชุด บริเวณตำบลตากแดด อ.เมืองชุมพร

11. จังหวัดระนอง เกิดฝนตกหนักบริเวณจังหวัดระนอง เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 ในพื้นที่ ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง ทำให้ปริมาณน้ำในคลองน้ำจืดไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนหน้าตลาด บ้านน้ำจืด ต.น้ำจืด อ.กระบุรี เกิดผลกระทบกับราษฎรประมาณ 100 หลังคาเรือน โครงการชลประทานระนองติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง ทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของชุมชน เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่ และเฝ้าระวังตดตามสานการณ์อย่างใกล้ชิด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top