546.jpg
‘ม.ราชพฤกษ์’มั่นใจ‘หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์’พร้อมรับมือความท้าทาย ผลิตบุคลากรเพื่อชาติ

‘ม.ราชพฤกษ์’มั่นใจ‘หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์’พร้อมรับมือความท้าทาย ผลิตบุคลากรเพื่อชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2562, 13.59 น.

‘ม.ราชพฤกษ์’มั่นใจ‘หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์’พร้อมรับมือความท้าทาย ผลิตบุคลากรเพื่อชาติ

26 กันยายน 2562 ผศ.ดร.พิชิต รัชตพิบุลภพ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รป.ม./ M.P.A. ) มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ เปิดเผยว่า จากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง “มาตรฐานคุณวุฒิระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ พ.ศ.2558” ทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องปิดหลักสูตรลง เนื่องจากคุณสมบัติอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน แต่หลักสูตร M.P.A. ราชพฤกษ์ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 ทางสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษารับทราบการให้ความเห็นชอบหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2560 แล้ว เนื่องด้วยคุณสมบัติและศักยภาพทางวิชาการของอาจารย์ประจำหลักสูตร พร้อมทั้งมีระบบการบริหารงานหลักสูตรได้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน


ทั้งนี้ ทางหลักสูตรได้ตระหนักและพิจารณาถึงความจำเป็นของการบริหารภาครัฐ ทั้งในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ต้องมีการพัฒนาและปรับตัวให้สอดคล้องกับพลวัตรการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆในสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงออกแบบเนื้อหารายวิชาและหมวดวิชาให้มีการบูรณาการระหว่างศาสตร์อันส่งผลต่อคุณภาพนักศึกษาที่สามารถสร้างสรรค์แนวคิดที่ทรงคุณค่า และก่อให้เกิดคุณูปการต่อกระบวนการทำงานในหน่วยงานที่สังกัดและพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้า อีกทั้งยังสามารถผสานทักษะความรู้ในเชิงพหุวิชา เพื่อรับมือกับความซับซ้อนและความหลากหลายของปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น สมดังปรัชญาของหลักสูตรที่ว่า “บริหารรัฐกิจด้วยแนวคิดและการประยุกต์นวัตกรรม”

ผศ.ดร.พิชิต กล่าวอีกว่า หลักสูตรดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้มีจำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต โดยมีรายวิชาที่มีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าที่อื่น คือ รายวิชาการตลาดทางเมืองและการปกครอง รายวิชาการตลาดสำหรับการบริการสาธารณะ และรายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์

“หลักสูตรของเราโดดเด่นทั้งในเรื่องของการออกแบบและเชื่อมโยงเนื้อหารายวิชาอย่างเป็นระบบ และศักยภาพของบุคลากรผู้ถ่ายทอด เริ่มจากรายวิชาการตลาดทางการเมืองและการปกครองที่ถือได้ว่าเป็นรายวิชาที่เปิดสอนขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างระหว่างศาสตร์ทางด้านการตลาดกับศาสตร์ทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งอธิบาย เกี่ยวกับกระบวนการในการเข้าสู่อำนาจรัฐของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือการตลาดทางการเมือง” ผศ.ดร.พิชิต กล่าว   

ผศ.ดร.พิชิต กล่าวด้วยว่า เมื่อผู้รับสมัครเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้ที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายรัฐแล้ว วิชาการตลาดสำหรับการบริการสาธารณะจะต่อยอดให้แก่ผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริหารงานโดยใช้นโยบายสาธารณะเพื่อตอบสนองต่อการให้บริการประชาชนโดยนำการตลาดมาปรับใช้ ขณะที่รายวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์จะช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการอยากรู้ ต้องการแก้ปัญหา คาดการณ์ความต้องการในอนาคตตามหลักวิชาการ

​“สิ่งหนึ่งที่ผู้เรียนจะได้รับคือ กระบวนการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นโดยใช้หลักการวิจัย จากนั้นจึงนำผลจากกระบวนการวิเคราะห์ไปประยุกต์ใช้” ผศ.ดร.พิชิต กล่าว

ผศ.ดร.พิชิต กล่าวถึงความคืบหน้าของการพัฒนาเนื้อหารายวิชา ว่า รายวิชาวิธีระเบียบวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดทำคู่มือการพัฒนารูปแบบและข้อเสนองานวิจัย ซึ่งพัฒนาโดย รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ อดีตประธานกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ อาจารย์ประจำหลักสูตรของเรา โดยคู่มือดังกล่าวจะฝึกฝนความสามารถของผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้การพัฒนาข้อเสนอวิจัยอย่างเป็นระบบและผู้เรียนเข้าใจองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการวิจัย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยคุ้นเคยหรือไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการวิจัยมาก่อน  นอกจากนี้ยังมีการนำสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคใหม่

“ต่อให้ในอนาคตรูปแบบการบริหารงานภาครัฐจะเปลี่ยนแปลงไปอันเกิดจากสภาวะแวดล้อมหรือความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี แต่เราเชื่อว่า M.P.A. ราชพฤกษ์ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ความท้าทายดังกล่าว เพราะหลักสูตรเรามีองค์ประกอบ 2 อย่างที่สำคัญประกอบกัน คือ ศักยภาพของบุคคลากรและระบบการทำงาน เมื่อคนและระบบพร้อม ความไม่แน่นอนของอนาคตจึงไม่อาจส่งผลกระทบต่อเรา หลักสูตรเราจึงพร้อมที่จะผลิตบุคลากรเพื่อรับใช้ต่อสังคมและประเทศชาติ” ผศ.ดร.พิชิต กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top