538.jpg
เข้าถึง-พึ่งได้!เริ่มแล้ว‘โครงการทนายอาสา’ประจำโรงพักกทม.-ตจว.150 แห่ง

เข้าถึง-พึ่งได้!เริ่มแล้ว‘โครงการทนายอาสา’ประจำโรงพักกทม.-ตจว.150 แห่ง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.30 น.

เข้าถึง-พึ่งได้!เริ่มแล้ว‘โครงการทนายอาสา’ประจำโรงพักกทม.-ตจว.150 แห่ง

6 ตุลาคม 2562 ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงนโยบายการบริหารงานสภาทนายความฯด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน หลังจากที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสภาทนายความฯ ติดต่อกันในสมัยที่ 2 นี้ ว่า ในฐานะสภาทนายความเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์หลักช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ทางสภาทนายความฯ ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์เรื่อยมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสภาทนายความ เมื่อปี พ.ศ.2528 โดยช่วยเหลือการดำเนินคดี , ให้คำแนะนำข้อกฎหมาย และเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ปัจจุบันก็จะทำให้มากขึ้นให้เป็นรูปธรรมทั้งในเรื่องการให้คำปรึกษา รวมทั้งการช่วยดำเนินคดีให้กับผู้ที่ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรมในด้านกฎหมายด้วย ซึ่งเราดำเนินการช่วยเหลือทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ โดยสภาทนายความฯ มีสาขาสำนักงานสภาทนายความจังหวัดด้วยที่พร้อมจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือ


ทั้งนี้ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมด้วย ล่าสุดได้ร่วมผลักดันอีกโครงการหนึ่งที่ผ่านมติ ครม.ไปแล้ว คือ "โครงการทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ (โรงพัก) " (โครงการนำร่องความร่วมมือสภาทนายความฯ , กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ปนะหยัดค่าใช้จ่าย) ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.62 โดยจัดให้มีทนายความช่วยเหลือประชาชนประจำตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนที่มีปัญหาด้านกฎหมายสามารถมาปรึกษาทนายความที่สถานีตำรวจได้ แต่ก็ยังจัดให้มีทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจได้ไม่ครบทุกแห่ง ขณะนี้ได้ประมาณ 150 แห่ง คือในพื้นที่ กทม. มีทนายความอาสาประจำประมาณ 35 สถานี ส่วนที่เหลือก็กระจายตามต่างจังหวัดประมาณ 115 สถานี

ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ ระบุว่า ปัจจุบันการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย มี 2 ทาง คือ 1.เดินทางมายังสำนักงานสภาทนายความฯ (สำนักงานใหญ่) ที่ย่านสะพานใหม่ เขตบางเขน 2.กรณีที่ไปยังสถานีตำรวจร่วมโครงการฯ ก็สามารถขอคำปรึกษาทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจได้ที่ตอนนี้มีประจำใน กทม.- ต่างจังหวัด รวม 150 แห่งได้ โดยก่อนหน้านี้จากแบบสำรวจความเห็นในการทำโครงการพบว่าที่ผ่านมามีประชาชนเดินทางไปยังสถานีตำรวจมีจำนวนมากที่สุด

“ตนเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งทนายความสามารถให้คำปรึกษาได้ทั้งข้อกฎหมายคดีแพ่ง-คดีอาญา และให้คำปรึกษาทั้งผู้ที่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย หรือฐานะผู้ต้องหาด้วย โดยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายนั้นเราไม่ได้เลือกว่าเป็นใคร ขณะที่การให้คำปรึกษานี้อย่างในคดีทางแพ่งก็เสมือนเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของพนักงานสอบสวนไปด้วยเพราะปกติงานของพนักงานสอบสวนก็มีมากอยู่แล้วด้วย” นายกสภาทนายความฯ ระบุ

นายกสภาทนายความฯ ยังได้กล่าวในตอนท้าย ฝากถึงประชาชนทุกคนด้วยว่า สภาทนายความฯ ถือเป็นที่พึ่งทางกฎหมายของประชาชนอีกองค์กรหนึ่ง ซึ่งร่วมกันทำหน้าที่ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มายาวนานหลายสิบปีแล้วทุกวันนี้ก็ยังคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือความเดือดร้อนด้านคดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อไปสิ่งที่พยายามจะทำอย่างต่อเนื่อง คือโครงการการให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชนก็พยายามจัดโครงการอย่างนี้ให้ได้ทั่วประเทศตามงบประมาณที่เราได้รับมาแม้จะได้มาอย่างจำกัดแต่ก็พยายามทำได้ตามกำลังที่มี เพราะคิดว่าขนาดนักกฎหมายยังรู้กฎหมายไม่หมดเลย แล้วประชาชนก็ไม่รู้กฎหมาย  ถ้าเราไม่ให้ความรู้ประชาชนจะรู้กฎหมายได้อย่างไร  โดยยึดหลักว่า “ประชาชนเข้าถึง พึ่งได้”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top