Logo วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
แบน3สารพิษลาม! ม็อบต้านฮึ่มลุกฮือทั่วประเทศ แฉยับอดีตบิ๊กเกษตรฯวิ่งล็อบบี้ยืดเวลา

แบน3สารพิษลาม! ม็อบต้านฮึ่มลุกฮือทั่วประเทศ แฉยับอดีตบิ๊กเกษตรฯวิ่งล็อบบี้ยืดเวลา

วันพุธ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.40 น.
Tag : พาราควอต ล็อบบี้ ลุกฮือ เลิกใช้พาราควอต 3สารอันตราย
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

แบน3สารพิษลาม! ม็อบต้านฮึ่มลุกฮือทั่วประเทศ แฉยับอดีตบิ๊กเกษตรฯวิ่งล็อบบี้ยืดเวลา

9 ตุลาคม 2562 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเกษตรกรกว่า 50 คน เข้ามาขอยื่นคัดค้านการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ขณะที่ทางมูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย ก็ได้เดินทางมายื่นหนังสื่อสนับสนุนให้มีการยกเลิกการใช้ สารเคมี 3 ชนิด ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความขัดแย้งของทั้ง 2 กลุ่ม


นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับเครือข่ายต้านสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 686 องค์กร ว่า พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันมีนโยบายแบน 3 สารเคมี ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ทันที และไม่ต้องผิดหวังที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มาร่วมประชุมไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้มีอาการชาที่มือ และแขนทั้ง 2 ข้าง และก่อนการประชุมมีอาการวูบ จึงมอบให้ตนมารับหนังสือแทน

ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายขับเคลื่อนไปสู่เกษตรยั่งยืนทำให้ประเทศไทยเป็น “Organic Thailand” และยินดีร่วมกับทุกกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาที่หมักหมมในด้านเกษตรมานานครึ่งศตวรรษ ที่จะต้องไร้ทุจริต และไร้ผลประโยชน์แอบแฝง

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะ 3 สารเคมี มีการนำเข้า 200-300 ล้านกิโลกรัมต่อปี มีมูลค่าปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งมี รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน จะเร่งเสนอร่างกฎหมายพัฒนาการทำเกษตรกรรมยั่งยืน เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะเดินหน้าทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูแบบในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศ 145 ล้านไร่ พร้อมกับตราพระราชบัญญัติตั้งองค์กรเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่เกษตรตามศาสตร์พระราชา เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เกษตรตามธรรมชาติ และนำมาอยู่ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อสืบสานต่อยอดศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 และตามกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 10

โดยดำเนินการผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 แห่งทั่วประเทศ และศูนย์ถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่ 10,000 กว่าแห่ง รวมทั้งร่วมกับยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรแปลงใหญ่ ตั้งเป้าผลักดันไปสู่เกษตรอินทรีย์ 1 ล้านไร่ ภายในปีนี้ ปี 63 จำนวน 5 ล้านไร่ และในปีต่อๆ ไป จะขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ปีละ 25 % พร้อมกับปรับปรุงโครงสร้างภาษีตามกฎหมายสิทธิความปลอดภัยของผู้บริโภค เพื่อดำเนินการเก็บภาษีการนำเข้าสารเคมีทุกชนิดมาเข้ากองทุนเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย เหมือนเช่นการเก็บภาษีบุหรี่ เหล้า หรือที่เรียกว่าภาษีบาป

“เราจะไม่ยอมให้คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง หรือต้องอยู่กับโรคต่างๆ อย่างทุพพลภาพ เหมือนพืชผักที่ตายทั้งเป็น ดังนั้นการแบน 3 สารพิษ จะต้องเกิดขึ้น 1 ธ.ค.นี้ โดยรัฐบาลมอบให้รัฐมนตรีที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทุกคน ให้เดินหน้าเรื่องนี้ทันที นอกจากนี้ นายเฉลิมชัย ได้เรียกบัญชีสารชีวภาพจากกรมวิชาการเกษตรมาดูทั้งหมดพอย่างเร่งด่วน เพื่อปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของประเทศนี้ ไปสู่เกษตรยั่งยืนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด แม้จะเป็นเรื่องยาก เพราะเกษตรกรเคยชินกับการใช้สารเคมี แต่เป็นเป้าหมายแรกที่จะให้เป็นสัญลักษณ์ว่าประเทศไทย พร้อมจะเป็นครัวโลก และก้าวไปสู่เกษตรอินทรีย์ หรือ Grow Organic Thailand”นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้านนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวว่า ไม่ผิดหวังที่ไม่ได้พบรมว. เกษตรและสหกรณ์ เพราะท่านไม่สบายจริงๆ เช่นเดียวกับน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องพักฟื้นที่รพ.สมิติเวช หลังการประชุมแบน 3 สาร เพราะคงโดนกดดันมาตลอด ซึ่งอยากขอให้ข้อเสนอการแบน 3 สารของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะนำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้มีความหนักแน่นและสมบูรณ์ เพื่อจะได้ไม่ผิดหวังเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย ยืดระยะเวลาการแบนสารพิษออกไป และขอเรียกร้องให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีการลงมติแบบเปิดเผย ไม่ใช่ลงมติลับเหมือนที่ผ่านมา เพราะตัวแทนหน่วยงานมีถึง 19 คน และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทค้าสารเคมีข้ามชาติ และบริษัทนำเข้าสารเคมี อย่าให้เกิดเหมือนครั้งที่ผ่านมา ที่ลงมติให้ใช้ต่อ โดยอ้างว่ายังไม่มีสารทางเลือก 

“พวกเรากังวลอย่างเดียว รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะแบน 3 สาร แต่ในท้ายที่สุดจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ จะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากดูกรอบเวลาจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายภายใน 2 สัปดาห์นี้ เพื่อให้การแบน 3 สาร มีผลบังคับใช้ทันวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ตามที่ รมช.มนัญญา เสนอ และเรียกร้องนายกฯ จะต้องเห็นผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และต้องมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ลงทะเบียนจะใช้สารเคมีจำนวน 4 แสนราย ให้มีปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีไปสู่เกษตรปลอดสาร ซึ่งรัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรเหล่านี้ เพราะที่ผ่านมารัฐอำนวยความสะดวกให้เอกชน โดยไม่เก็บภาษีนำเข้าสารต่างๆ มากว่า 30 ปี อ้างว่าเกษตรกรจะได้มีต้นทุนราคาถูก และเชื่อว่าเมื่อเกษตรกรรู้พิษภัยของสารเคมี เกษตรกรจะไม่ยินยอมให้ผู้อื่นเอาสารพิษมาให้ใช้อีก อย่างไรก็ตาม จะติดตามท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป” นายวิฑูรย์ กล่าว

นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ภาคเอกชนยินดีที่จะมีการขับเคลื่อนร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ในการเสนอร่าง พ.ร.บ.เกษตรกรรมยั่งยืน เนื่องจากมีการเรียกร้องจัดทำมายาวนาน เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก ในการรับประกันความปลอดภัยของผู้บริโภค และการจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์ การขับเคลื่อนนี้มีความยากลำบาก จะต้องมีภาคประชาชนร่วมด้วยจึงจะสำเร็จ โดยเฉพาะกฎหมายรับประกันสิทธิผู้บริโภค ได้รับอาหารปลอดภัย และพ.ร.บ.ควบคุมความปลอดภัยของอาหารอันเนื่องมาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่จะต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ต้องการสารเคมีราคาถูกที่นำเข้ามาไม่เสียภาษี แต่ทำให้คนกินตาย และในสัปดาห์หน้าจะไปพบกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เพื่อประสานคณะกรรมการวัตถุอันตราย สั่งแบน 3 สารภายในปีนี้ อย่ายืดเวลาไปถึงวันที่ 1 ม.ค.63 ตามที่มีกระแสข่าว ไม่อย่างนั้นประชาชนจะลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิทั่วประเทศ เพราะไม่ต้องการอาหารราคาถูก แต่ฆ่าผู้บริโภค

รายงานข่าวกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่าอดีตข้าราชการระดับสูงเกษตรฯ ที่ผันตัวเองเป็นผู้นำเข้าสารเคมี 3 ชนิด ยังวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพื่อให้ยืดเวลาแบน 3 สาร ไปถึงเดือน ม.ค.63 เพราะจะเคลียร์สตอกมีมูลค่าเป็นพันๆล้านบาท เร่งส่งออกไปประเทศที่สามให้หมดโดยจะทำให้ขาดทุนน้อยลง หากประเทศไทยแบน 3 สาร จะทำให้ถูกกดราคาอย่างมากจากประเทศปลายทาง

อย่างไรก็ตาม สารเคมีเหล่านี้นำเข้ามามีต้นทุนเพียงตันละ7-800 บาท ที่ผ่านมาไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ส่งออกแต่อย่างใด โดยสร้างกำไรให้กับบริษัทค้าสาร  ได้ปีเป็นหมื่นๆล้านบาท

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

เปิดภาพเลบานอนนองเลือด อิสราเอล ถล่มไม่ยั้งพังทั้งเมือง วันเดียวสังเวย 254 ราย

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ รายงานตัวเป็น สส. หลัง กกต. ประกาศรับรองเพิ่ม

‘กลุ่ม ปตท.’มั่นใจมีน้ำมัน รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์

สับขาหลอกสื่อ นายกฯ เมินตอบปม ธรรมนัส สวน เสรีพิศุทธ์ ครม.ไร้ลูกมาร

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved