546.jpg
มธบ.ตอบโจทย์ตลาดแรงงานไทย ใน 10 ปีข้างหน้า  นักวิชาการแนะนศ.เปลี่ยนความคิด AI แย่งงานมนุษย์

มธบ.ตอบโจทย์ตลาดแรงงานไทย ใน 10 ปีข้างหน้า นักวิชาการแนะนศ.เปลี่ยนความคิด AI แย่งงานมนุษย์

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการ DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) กล่าวว่า มธบ.วางแผนการปรับตัวสู่โลกอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อชี้แนวทางให้เห็นภาพว่าในยุคดังกล่าวสังคมโลกต้องการคนหรือแรงงานแบบไหน หลังเรียนจบการศึกษาออกไปจะอยู่รอดได้อย่างไร เมื่อ AI (Artificial Intelligent) เริ่มแทรกซึมเข้ามาทำงานแทนมนุษย์


ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม

ดร.พณชิต กล่าวต่อว่า Artificial Intelligence หรือ AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งหมายถึงวิทยาการคอมพิวเตอร์แขนงหนึ่งที่จะพยายามสามารถคิดหาเหตุผลเรียนรู้การทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์ ปัจจุบันหลายองค์กรได้นำสิ่งนี้มาทำงานแทนมนุษย์บางส่วน ในวงการนิยายได้กล่าวถึงสมองกลที่พัฒนาถึงขั้นเขียนนิยายได้เอง ทุกคนอาจเริ่มหวาดกลัวเมื่อ AI สามารถเรียนรู้บางสิ่งได้เหมือนมนุษย์มีความฉลาดผนวกกับความคิดที่ลึกซึ้งขึ้น ทำให้มนุษย์ถูกแย่งงานโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ชนชั้นแรงงานมีโอกาสว่างงานสูงเพราะเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยลดต้นทุนการทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนยังไม่มีความพร้อมที่จะรับมือเรื่องดังกล่าว เพราะต่างเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถมาทำงานแทนมนุษย์ได้ ดังนั้นจึงอยากฝากนักศึกษาโดยเฉพาะคณะนิเทศศาสตร์ ต้องปรับตัวในทันเทคโนโลยี เพราะปัจจุบันสายบันเทิงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยทำงานในสตูดิโอ หรือสำนักพิมพ์ เปลี่ยนมาทำงานที่บ้าน เช่น ยูทูบเบอร์ เป็นต้น

ผศ.ไพรินทร์ ชลไพศาล

ผศ.ไพรินทร์ ชลไพศาล นักวิจัยและผู้ชำนาญการอาวุโส DPU CORE กล่าวถึง ผลงานวิจัยโดยหลักที่อยากทราบว่าทักษะของคนไทยในอนาคตควรมีอะไรบ้าง ซึ่งทีมวิจัยได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วง พบว่าช่วงแรก ระหว่างปี 2020-2029 อยู่ในช่วงพัฒนา AI ช่วงที่ 2 ปี 2030-2049 AI มีความสามารถเท่ามนุษย์ และช่วงที่ 3 ปี 2050-2060 มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ AI ดังนั้นทำอย่างไรให้คนอยู่รอดในแต่ละช่วงได้ ซึ่งผลวิจัยระบุถึงทักษะที่คนควรมี คือ  ความคิดสร้างสรรค์การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารกับมนุษย์ ขณะนี้ธุรกิจในภาคเอกชนเริ่มปรับตัว ในการสัมภาษณ์งานจะวัดทักษะในการแก้ปัญหามากกว่าดูเกรดเฉลี่ยนอกจากนี้มีคนทำนายไว้ว่า 90% ผู้ช่วยของคนจะอยู่ในสมาร์ทโฟนของตนเอง ธุรกิจที่ทำคอนเทนส์แพลตฟอร์ม จะอยู่ได้ในอนาคต รวมถึงแอพพลิเคชั่นด้วย ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ทำให้คนตกงานเสมอไปแต่กลับสร้างงานใหม่ให้คนในอนาคต เพราะเชื่อว่ามนุษย์อยู่เหนือ AI เพราะมนุษย์มีความคิดที่ลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนและจับความรู้สึกของคนได้ดีกว่า แม้เราใช้หุ่นยนต์ หรือปัญญาประดิษฐ์เข้าไปทำงานที่มีภาวะความเสี่ยงสูง เช่น กู้ภัย เมื่อเจอผู้รอดชีวิต มนุษย์ต้องเป็นคนตัดสินใจหรือสั่งการอีกครั้ง

อาจารย์ดวงจันทร์ วรคามิน

อาจารย์ดวงจันทร์ วรคามิน นักวิจัยและอาจารย์วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) กล่าวว่าตลาดแรงงานในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปมาก งานที่ต้องใช้ทักษะประจำ หรืองานที่ทำซ้ำๆ อาทิ งานเสมียน งานบัญชี งานคีย์ข้อมูล เป็นต้น จะใช้ AI มาทดแทน ดังนั้นคนที่จะอยู่รอดในอนาคตต้องหมั่นเรียนรู้ ทักษะต่างๆ ที่ต้องใช้มีความสำคัญมาก เช่น การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การวิเคราะห์ หลายองค์กรต้องการคนที่มีคุณภาพ ส่วนสายอาชีพที่มีความต้องการในอนาคต คือ อาชีพดูแลผู้สูงอายุ เพราะสังคมผู้สูงวัยมีอัตราเพิ่มจำนวนมาก รวมถึงคลินิกศัลยกรรมความงาม

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top