Logo วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
เครือข่ายแรงงานข้ามชาติยื่น4ข้อเสนอ ให้แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพได้

เครือข่ายแรงงานข้ามชาติยื่น4ข้อเสนอ ให้แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพได้

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 20.01 น.
Tag : เครือข่ายแรงงานข้ามชาติ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

15 ธันวาคม 2562 เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) ร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย และสหภาพข้าราชการและคนทำงานภาครัฐ จัดวันแรงงานข้ามชาติสากล ปี 2562

เนื่องในวันที่ 18 ธันวาคมเป็น “วันแรงงานข้ามชาติสากล” (International Migrants Day) ตามประกาศขององค์การสหประชาชาติ โดยมีการแสดงวัฒนธรรมลูกแรงงานข้ามชาติและการเสวนาเรื่อง “สถานการณ์แรงงานไทยแรงงานข้ามชาติ ต่อสิทธิการร่วมตัวเจรจาต่อรอง” ดำเนินรายการโดย โรยทราย วงศ์สุบรรณ ผู้ประสานงานฟรีดอมฟัน


สมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า แรงงานเป็นกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่มีความสำคัญและสมควรได้รับการดูแลจากรัฐบาล แต่กฎหมายไม่ได้คุ้มครองสิทธิแรงงาน ทำให้นายจ้างกดขี่และเอารัดเอาเปรียบคนงานตลอดมา โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติ จนประเทศไทยถูกต่างชาติตราหน้าว่าเป็นประเทศที่มีการค้ามนุษย์ ล่าสุดถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา

“ที่ผ่านมาคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยผลักดันให้รัฐบาลรับรองสิทธิตามอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง แต่ประเทศไทยยังไม่ได้รับรองทั้งที่ประเทศในอาเซียนรับรองกันหมดแล้ว ปัจจุบันแรงงานข้ามชาติไม่มีสิทธิตั้งสหภาพ ถือเป็นการคุกคามและละเมิดสิทธิแรงงาน และอาจทำให้ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษจากอีกหลายประเทศ เราจึงต้องขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อให้รัฐบาลรับรองสิทธิตามมาตรฐานสากลต่อไป โดยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะไม่รับรองอนุสัญญาแรงงาน แล้วยอมโดนกีดกันทางการค้า” สมพรกล่าว

สุพจน์ พงษ์สุพัฒน์ ประธานสหภาพข้าราชการและคนทำงานภาครัฐ กล่าวว่า พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ปี 2518 ไม่ได้ห้ามแรงงานข้ามชาติในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แต่จะเป็นกรรมการไม่ได้ ทำให้แรงงานข้ามชาติไม่มีโอกาสเข้าไปเป็นผู้เจรจาต่อรอง ส่วนการร่วมเจรจาหารือและการเข้าชื่อยื่นข้อเรียกร้องนั้นกฎหมายไม่ได้จำกัดไว้ แต่ที่ผ่านมาแรงงานข้ามชาติจะมองเรื่องความมั่นคงในการทำงานมากกว่าการใช้สิทธินี้

“การมีกฎหมายที่ไม่คงเส้นคงวาและไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดการขูดรีดแรงงานข้ามชาติ เครือข่ายแรงงานจึงต้องทำงานร่วมกันและให้ความคุ้มครองผู้ใช้แรงงานข้ามชาติ โดยต้องมีองค์กรภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจเข้าไปเป็นเครือข่าย เพื่อให้การขูดรีดและการเอารัดเอาเปรียบลดลง” นายสุพจน์กล่าว

อองจอ ประธานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ กล่าวว่า การไม่รับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ทำให้แรงงานข้ามชาติที่อยู่ในไทยถูกเอารัดเอาเปรียบนานา ไม่ได้สิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้ เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุในที่ทำงานก็เข้าไม่ถึงประกันสังคม ทางองค์กรจึงจะเป็นตัวแทนในการต่อรองกับภาครัฐเพื่อรับรองสิทธิแรงงานข้ามชาติให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

“ที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จในโรงงานแห่งหนึ่งที่มีคนงานราวหนึ่งหมื่นคน โดยใช้ช่องทางตามพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ รวบรวมแรงงานข้ามชาติเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานในโรงงานนั้นได้ 2,300 คน มี 6 ข้อเรียกร้องและสำเร็จ 2 ข้อ เนื่องจากกระบวนการต่างๆ ติดขัด เช่น แรงงานข้ามชาติไม่สามารถเป็นคณะกรรมการสหภาพได้ การต่อรองก็มีสถานทูตเข้ามายุ่งเกี่ยวทำให้ไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องได้ทั้งหมด” อองจอกล่าว

สุจิน รุ่งสว่าง ประธานสมาพันธ์ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย เผยว่า แรงงานนอกระบบมี 2 กลุ่ม คือ รับงานมาทำที่บ้านและอาชีพอิสระทั่วไปที่ไม่มีนายจ้าง โดยล่าสุดมีตัวเลข 21.6 ล้านคน แต่ปัจจุบันน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ แต่กฎหมายที่คุ้มครองแรงงานนอกระบบหลายมาตรายังคุ้มครองไม่ได้จริง

“แรงงานนอกระบบไม่มีสิทธิตั้งสหภาพ เราแก้ปัญหาโดยการรวมกลุ่มอาชีพ ยกระดับเป็นเครือข่ายอาชีพและเครือข่ายระดับพื้นที่ ระดับภาค จนเป็นสมาพันธ์แรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันสิทธิการเข้าถึงประกันสังคมและกฎหมายที่คุ้มครองแรงงานนอกระบบให้ใช้ได้จริง เช่นสิทธิการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ สิทธิการรักษาผลกระทบที่เกิดจากการทำงาน และมีการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากแรงงานข้ามชาติ เช่น ผลกระทบจากการเข้าไม่ถึงสิทธิการรักษาพยาบาล ลูกเข้าไม่ถึงการศึกษา และมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่ข้อเรียกร้องต่อไป” สุจินกล่าว

ปีย์ กฤตยากีรณ ผู้จัดการโครงการโซลิดาริตี้เซ็นเตอร์ ประเทศไทย (SC) กล่าวว่า เมื่อมีการเรียกร้องให้รับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ที่ทำให้แรงงานต่างชาติตั้งสหภาพแรงงานได้ มักมีความกังวลว่าจะให้สิทธิแรงงานข้ามชาติเท่ากันหรือมากกว่าแรงงานไทยไม่ได้ ทั้งที่แรงงานข้ามชาติไม่ใช่ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิหนักที่สุดจากการไม่มีอนุสัญญานี้ เพราะแรงงานนอกระบบเองก็ไม่มีสิทธิเข้าร่วมสหภาพแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราวภาครัฐก็ถูกห้ามไม่ให้รับเงินสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของเอกชน เมื่อกฎหมายไม่รับรองสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองทำให้แรงงานถูกละเมิด จึงต้องเข้าใจว่าอนุสัญญานี้ไม่ได้คุ้มครองเฉพาะแรงงานข้ามชาติ แต่จะช่วยแก้ปัญหาการละเมิดแรงงานไทยด้วย

“เดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีข่าวว่ากระทรวงแรงงานสนับสนุนให้แรงงานไทยในสวีเดนเข้าร่วมสหภาพแรงงานสวีเดน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของแรงงานไทย เท่ากับเขาเปิดโอกาสให้คนไทยในฐานะแรงงานต่างชาติเข้าร่วมสหภาพแรงงานและมีสิทธิเท่าแรงงานสวีเดน ขณะที่แรงงานข้ามชาติในไทยไม่มีสิทธิตั้งสหภาพ หากบริษัทนั้นไม่มีแรงงานไทยก็จะไม่มีสหภาพให้แรงงานข้ามชาติเข้าร่วม” ปีย์กล่าว

ด้าน ณัฐธิดา ชูมาลัยวงค์ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สิทธิการรวมกลุ่มเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าเมื่อแรงงานใช้สิทธิแล้วกลับถูกคุกคามจนถึงถูกเลิกจ้าง ระยะหลังมีการคุกคามรูปแบบใหม่คือใช้กฎหมายคุกคามคนที่ออกมาเรียกร้องยื่นข้อร้องเรียน หรือการฟ้องคดีปิดปาก (SLAPP) บริษัทเอกชนใช้วิธีนี้เพื่อให้คนที่ร้องเรียนยุติการแสดงความเห็นและไม่พยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างความกลัวด้วยกระบวนการยุติธรรม ซึ่งส่งผลถึงระดับสังคม เพราะการจะพัฒนาประเทศได้ คนต้องออกมามีส่วนร่วมทางการเมือง

“การฟ้องปิดปากกรณีแรงงานในไทยมีจำนวนมากเช่นกัน นอกจากสร้างความกลัวให้ลูกจ้างแล้วยังสร้างความกลัวให้คนที่จะออกมาเรียกร้องสิทธิแทนลูกจ้างด้วย โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติที่จะไม่รู้กฎหมาย เช่นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับฟาร์มไก่ดำเนินคดีนักวิชาการ นักปกป้องสิทธิ และสื่อมวลชน จากการที่แรงงานข้ามชาติยื่นข้อเรียกร้องต่อ กสม.” ณัฐธิดากล่าว

จากนั้น เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ, คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย, สมาพันธ์ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย และสหภาพข้าราชการและคนทำงานภาครัฐ ร่วมกันแถลงข่าวโดยระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติจากพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และอื่นๆ รวมกว่า 4 ล้านคน ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างพลังการผลิตและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทย แต่ยังคงพบการเอารัดเอาเปรียบแรงงานจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐและผู้ประกอบการ กระบวนการการนำแรงงานเข้าประเทศ หรือนายหน้า บริษัทจัดหางาน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิของแรงงานข้ามชาติในการจ้างงานที่เป็นธรรมและมีคุณค่า (Decent work) เช่น การกดราคาค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ การทำงานในสภาวะที่เสี่ยงต่ออันตรายและไม่ถูกสุขอนามัย ยังมีการบังคับใช้แรงงาน การจ้างงานแบบทาสสมัยใหม่ จนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

แม้รัฐบาลจะมีความตั้งใจแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานให้หมดไป แต่แนวปฏิบัติยังไม่ชัดเจน ทำให้แรงงานเข้าไม่ถึงสิทธิต่างๆ ปัจจุบันนานาชาติกดดันประเทศไทยให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมประกาศว่าจะใช้มาตรการการกีดกันทางการค้ากับประเทศไทยกับสินค้าที่ละเมิดสิทธิแรงงานและการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นเพราะจะกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการผลิตสินค้าส่งออกรวมทั้งตัวแรงงานเอง

จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลดังนี้  

ขอให้รัฐบาลปฏิรูปพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เพื่ออนุญาตให้คนงานทุกคน มีสิทธิที่จะจัดตั้งและเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน มีสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม โดยไม่มีการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ กฎหมายควรให้การคุ้มครองทางกฎหมายกับสิทธิเหล่านี้ เพื่อให้คนงานสามารถใช้สิทธิเหล่านี้โดยไม่ต้องหวาดกลัวหรือไม่ต้องถูกตอบโต้

ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้คนงานทุกคนทุกกลุ่มสามารถรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงานอย่างมีเสรีภาพตามหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในระดับสากล

ขอให้รัฐบาลตรวจสอบค่าใช้จ่ายการนำเข้า MOU แรงงานข้ามชาติที่สูงเกินกว่าที่พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวกำหนดไว้ ซึ่งในปัจจุบันยังมีสถานประกอบการจำนวนไม่น้อยที่เรียกเก็บเงินจากแรงงานที่เป็นจำนวนที่สูงกว่าพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวได้กำหนดไว้

 ขอให้ยกเลิกการเอาผิดทางอาญากับความผิดฐานหมิ่นประมาท และออกกฎหมายเพื่อต่อต้านการฟ้องคดียุทธศาสตร์เพื่อขัดขวางการมีส่วนร่วมสาธารณะ (SLAPP) เพื่อประกันว่าคนงานและนักปกป้องสิทธิแรงงานจะไม่ตกเป็นเป้าการฟ้องคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง หากมีการใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิที่จะแสดงความเห็นต่อต้านการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิแรงงา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved