จับแล้วฆาตกรต่อเนื่อง
‘สมคิด’ฆ่า6ศพ
จนมุมคาขบวนรถไฟ
พลเมืองดีชี้เบาะแสตร.
รับโมโหเหยื่อถึงสังหาร
ภ.4คุมสอบ-ส่งทำแผน
รวบแล้ว“สมคิด พุ่มพวง”ฆาตกรต่อเนื่อง จนมุมคาขบวนรถไฟที่ปากช่อง โคราช พบโกนหัวปิดบังใบหน้าอำพราง พลเมืองดีพบเห็นถ่ายรูปแจ้งเบาะแส ก่อนถูกบุกรวบตัว คุมเข้มสอบ เปิดปากรับสารภาพสิ้นไส้ ฆ่าเหยื่อเพราะโมโห ตร.ภาค 4 คุมตัวไป จ.ขอนแก่น ไปทำแผนยังที่เกิดเหตุทันที
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุนายสมคิด พุ่มพวง หรือแดง หรือ “คิด เดอะริปเปอร์” อายุ 55 ปี ฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งก่อเหตุฆ่าหมอนวดสาว รวม 5 ศพ เหตุเกิดเมื่อปี 2548 กระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดีและได้รับโทษจำคุกนาน 14 ปี เพิ่งถูกปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะลงมือก่อเหตุรัดคอฆ่า นางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี แม่บ้านโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 293 หมู่ 19 บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ด้วยวิธีการใช้เทปใสและพันมัดด้วยสายชาร์จโทรศัพท์ จึงถือเป็นเหยื่อรายที่ 6 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปล่อยตัวนายสมคิด ออกจากเรือนจำ ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนทั่วไปและญาติเหยื่อทุกราย ประกอบกับผู้ก่อเหตุมีความชำนาญและฉลาดในการหลบหนีเป็นอย่างมาก ว่า กำลังตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 รวมทั้งตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้เร่งสืบสวนติดตามตัวนายสมคิด ตลอดคืนที่ผ่านมา
ตร.รวบตัวคาขบวนรถไฟที่โคราช
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาในช่วงเช้าวันเดียวกัน หลังจากมีพลเมืองดีรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้โดยสารขบวนรถไฟที่ 234 สายสุรินทร์-กรุงเทพฯ พบเห็นชายที่มีใบหน้าคล้ายกับนายสมคิด ตามที่ทางตำรวจได้แจ้งข้อมูลและภาพถ่ายไว้ เพื่อขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส รวมทั้งจะมีรางวัลนำจับมอบให้ 50,000 บาท ซึ่งทางชายคนดังกล่าวลักษณะท่าทางมีพิรุธ ตัดผมสั้นเกรียน ใส่หมวก สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ใช้เสื้อกันหนาวคลุมตัว นอนหันหน้าหลบมุม ไม่สบตากับผู้คนในขบวนรถไฟ พลเมืองดีรายนี้จึงใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายคลิปไว้ ก่อนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ กระทั่งขบวนรถไฟดังกล่าว เข้าเทียบชานชาลาที่สถานีปากช่อง จ.นครราชสีมา กำลงเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ และพบตัวนายสมคิด
จนมุมพบโกนหัวปิดหน้าอำพราง
ทั้งนี้ ในระหว่างการเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่พบว่านายสมคิด นั่งอยู่โดยใช้หมวกปิดใบหน้าไว้ ก่อนที่จะมีการเรียกให้เปิดหมวกออก เมื่อตรวจสอบอย่างแน่ชัดว่าคือนายสมคิด เจ้าหน้าที่จึงรีบคุมตัวไว้ ซึ่งพบว่านายสมคิด ได้โกนศีรษะจนผมสั้นเกรียน เพื่อหวังอำพรางตัว ส่วนการตรวจค้นในตัว พบตั๋วโดยสารรถไฟจากสถานีบุรีรัมย์ ปลายทางสถานีอยุธยา เที่ยวเวลา 06.07 น.ถึงปลายทางเวลา 12.38 น.และมีด 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้คุมตัวไปสอบสวน ที่ ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พลเมืองดีเผยถ่ายรูป-แจ้งเบาะแส
ด้านนายโก้ (นามสมมติ) พลเมืองดีที่เป็นผู้แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่จนนำมาสู่การจับกุมนายสมคิด ไว้ได้ เปิดเผยว่า ขณะที่เดินทางมากับแฟนสาว ขึ้นรถไฟที่ จ.นครราชสีมา เพื่อเข้า กทม.ได้สังเกตเห็นชายซึ่งมีรูปใบหน้าและตำหนิรอยแผลเป็นรอยบากที่คิ้วซ้าย เหมือนกับนายสมคิด พอแฟนสาวเหลือบไปมองก็ถึงกับตกใจ เพราะเห็นเหมือนกันว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามมีลักษณะคล้ายนายสมคิด อย่างมาก จากนั้นตนกับแฟนสาวจึงถ่ายรูปไว้ ก่อนจะพากันย้ายที่นั่งไปโบกี้อื่น แล้วโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ ต่อมาก็มีตำรวจโทรศัพท์เข้ามาหาเรื่อยๆ จึงมีการพูดคุยกันผ่านทางแชตไลน์ ระหว่างนั้นตนก็ยังทำทีเดินผ่านนายสมคิด แล้วใช้โทรศัพท์แอบถ่ายภาพ ส่งให้กับทางตำรวจ กระทั่งมีการเข้าจับกุมตัวดังกล่าว
ผบช.ภ.3 นำทีมเค้นสอบผู้ต้องหา
ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน ที่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พล.ต.ต.สุจินต์ นิลพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รอง ผวจ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสมคิด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน จับกุมตัวได้ในตู้โดยสารที่ 2 ขบวนรถไฟที่ 234 สุรินทร์-กรุงเทพฯ ภายหลังมีการสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง
พร้อมกันนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบร่องรอยการต่อสู้ และให้แพทย์ตรวจสภาพร่างกาย เนื่องจากนายสมคิด มีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนในกระเป๋าเป้ พบเพียงเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื่อ เต็นท์ และสลากกินแบ่งรัฐบาล
ฆาตกรอำมหิตเปิดปากรับสารภาพ
พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า คดีนี้ทางรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รวมทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีความกังวลและห่วงใยประชาชนในคดีที่เกิดขึ้นด้วยการลงมือก่อเหตุของผู้ต้องหารายนี้ จึงกำชับและเร่งรัดให้มีการติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 3 ภาค 4 และตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ร่วมกันทำงานตลอด 3 วันที่ผ่านมา กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ คดีนี้ทำให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีคลายความกังวลไปในระดับหนึ่ง ว่าทางตำรวจไม่ปล่อยให้บุคคลซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนอยู่ในสังคม ซึ่งทางผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อเหตุไปเพราะทะเลาะและโกรธแค้นผู้เสียชีวิต
ภาค4รับมอบตัวส่งทำแผนทันควัน
ขณะที่ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุในพื้นที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น หลังจากก่อเหตุได้นำจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับหลบหนี ไปยัง จ.มหาสารคาม นอนค้าง 1 คืน ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง จ.ร้อยเอ็ด คืนที่ 2 ค้างที่ รพ.บุรีรัมย์ จากนั้นได้จอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้ แล้วขึ้นรถไฟ เพื่อเตรียมหลบหนีไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และที่สำคัญคือพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสจนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหา หลังจากนี้ก็จะคุมตัวนายสมคิด ไปสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุทันที
ผู้การกองปราบชี้ลงมือคล้าย5ศพ
ส่วนทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.เปิดเผยว่า หลังจากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบข้อมูลว่าผู้ต้องหาได้ใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งจากคำให้การทราบว่าได้จีบผู้หญิงรายแรกผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะทะเลาะเบาะแว้งกันจนบันดาลโทสะฆ่าหญิงสาวรายนี้จนเสียชีวิต โดยตามคำให้การนั้นไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน และลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับ 5 คดีที่ผ่านมาเมื่อปี 2548 โดยมีวิธีการลงมือ 3 วิธี คือ จับเอาศรีษะเหยื่อกดน้ำ ใช้มือบีบคอ และใช้ผ้ารัดคอ
พล.ต.ต.จิรภพ เผยด้วยว่า ทางผู้ต้องหาได้รู้จักกับผู้เสียชีวิตมาประมาณ 1 เดือน ก่อนจะมีปัญหาทะเลาะกันและลงมือสังหาร ส่วนสายชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกใช้รัดคอเหยื่อ เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ในบ้าน และหลังจากฆ่าแล้วได้นำศพซ่อนไว้ใต้เตียงเพื่ออำพราง สำหรับกรณีการเสพยา ในเบื้องต้นยังตรวจไม่พบ ซึ่งคงจะต้องสอบสวนกันต่อไปอีก
ยธ.ยกเครื่องแก้ปัญหาคุมนักโทษ
วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยถึงกรณีของนายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องขังที่เพิ่งได้รับอภัยโทษและปล่อยตัวไปเมื่อกลางปี 2562 แล้วกลับไปก่อคดีสะเทือนขวัญด้วยการฆ่าเหยื่อซ้ำอีกเป็นรายที่ 6 ว่า ได้มีคำสั่งเร่งด่วนไปถึงกรมราชทัณฑ์ แล้ว เพื่อให้ตรวจสอบการพิจารณาบุคคลที่มีพฤตินิสัยเข้าข่ายกระทำผิดลักษณะไม่ปกติ เช่นนายสมคิด อยู่ในเรือนจำทั่วประเทศเป็นจำนวนเท่าใด โดยสรุปเป็นตัวเลขว่ามีกี่ราย เพื่อจัดกลุ่มนักโทษที่ไม่สามารถใช้กฎหมายปกติในการพิจารณาได้
“เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถใช้กฎหมายหรือข้อบังคับควบคุมนักโทษแบบเดียวกันได้ทั้งหมด ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นต้องจัดกลุ่มนักโทษ ผู้ต้องขัง กลุ่มไม่ปกติเป็นพิเศษ โดยให้กรมราชทัณฑ์สำรวจให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน ก่อนนำข้อมูลมาสรุปหาแนวทางในการจัดการกับนักโทษที่ต้องดูแลเป็นพิเศษอีกครั้งในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ว่าจะต้องมีมาตรการพิเศษอะไรเพิ่มเติมบ้าง
ชี้กรมคุกน้อมรับเสียงสังคมตำหนิ
รมว.ยุติธรรม กล่าวยอมรับและเห็นด้วยกับคำตำหนิของผู้คนในสังคมถึงการทำงานของกรมราชทัณฑ์ โดยระบุว่าที่ทุกคนตำหนินั้นก็ถูกต้องแล้ว จากนี้คงต้องเน้นย้ำให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพิ่มความรอบด้าน รอบคอบในการทำงานมากขึ้น ที่ผ่านมาอาจจะทำงานตามอำนาจ หน้าที่ของกฎหมายที่เคยมีมาในอดีต โดยอาจจะไม่ได้ใช้ความ “ครีเอทีฟ” เข้าไปเพิ่มเติมในการทำงาน แนวทางหลังจากนี้คงต้องมีการเพิ่มการใช้กำไลติดตามตัว หรืออีเอ็ม สำหรับคนกลุ่มพิเศษ หลังออกจากเรือนจำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี