วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
‘ปลาทู’กลับมาแล้ว!กษ.‘ปิดอ่าวตัว ก.’3เดือนขยายถึงหัวหิน เปิดโอกาสสัตว์น้ำผสมพันธุ์
5 กุมภาพันธ์ 2563 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เตรียมประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทยตอนกลาง ประจำปี 2563 ในเขตพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม 2563 ต่อด้วยเขตพื้นที่พิเศษ 7 ไมล์ทะเล และพื้นที่อ่าวประจวบ-หัวหิน อีก 30 วัน
“ผลการศึกษาพบว่ามาตรการฯที่บังคับใช้ สอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืน โดยมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทย หรือที่เรียกว่าปิดอ่าวไทย คือ แนวทางการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญอย่างมาก และเป็นภารกิจหลักของกรมประมงที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง” นายนราพัฒน์ กล่าว
ด้านนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีสถิติการตรวจสอบเก็บข้อมูลทางวิชาการ ทั้งเรื่องจำนวน และความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ พบว่า จำนวนสัตว์น้ำในกลุ่มปลาทูลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันในอดีต ซึ่งมาจากหลายเหตุปัจจัย ทั้งเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม ความต้องการของผู้บริโภค และมีเรือประมงบางส่วนที่ใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาทำการประมงในพื้นที่ นอกจากนี้ เมื่อมีการติดตามสภาวะทรัพยากรสัตว์น้ำในแต่ละปีหลังจากมาตรการปิดอ่าว พบว่า ลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่เกิดขึ้นในช่วงมาตรการและอาศัยอยู่ในแนวชายฝั่ง ถูกจับขึ้นมาจำนวนมาก
นายบัญชา ระบุว่า ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นต้นเหตุของปริมาณสัตว์น้ำที่ลดจำนวนลงทั้งสิ้น แต่เมื่อหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งมีมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ทำให้จำนวนประชากรสัตว์น้ำเริ่มฟื้นฟูกลับคืนมาจำนวนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการใช้มาตรการอนุรักษ์อย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมงมากนัก เมื่อปี 2561 กรมประมงได้มีการออกประกาศ ลงวันที่ 31 มกราคม 2561 เพื่อกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูปิดอ่าวไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพื้นที่ปิดอ่าวไทยตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตร บางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี (เขต 1) ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม ของทุกปี
นอกจากนี้ ได้กำหนดให้เครื่องมือประมงบางชนิดของกลุ่มประมงขนาดเล็กซึ่งไม่กระทบกับมาตรการปิดอ่าวให้สามารถใช้ทำการประมงได้ ดังนี้ เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 16 เมตร ต้องทำการประมงในเวลากลางคืน และต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่งด้วย เครื่องมืออวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส และต้องใช้ช่องตาอวนตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไป กรณีที่ชาวประมงต้องการใช้เครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีความยาวอวนเกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ จะต้องใช้นอกเขตทะเลชายฝั่ง เท่านั้น
เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง ลอบปู ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด ลอบหมึกทุกชนิด ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้าน สามารถทำการประมงได้ในเขตทะเลชายฝั่ง คราดหอย ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด อวนรุนเคย ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยประกาศกระทรวงฯ จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก และเครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง
เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า ประกอบเครื่องมือทำการประมงที่มิใช่เครื่องมือตามประเภท วิธีการทำการประมงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดให้เป็นประมงพาณิชย์ทำการประมง ยกเว้นอวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) และที่ห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560
นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดให้หลังเปิดอ่าวตอนกลางแล้ว ให้ปิดอ่าวต่อที่เขตพื้นที่พิเศษ 7 ไมล์ทะเล และพื้นที่อ่าวประจวบฯ อีก 30 วัน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ฯ สอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจากการสุ่มเก็บตัวอย่างประชากรปลาทูช่วงมาตรการปิดอ่าวไทยปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าจำนวน อายุ และขนาดความยาวของปลาทู สามารถบ่งชี้ถึงความเหมาะสมของการใช้มาตรการปิดอ่าวไทยฯ ดังนี้
ช่วงการประกาศใช้มาตรการปิดอ่าว 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม ระยะเวลา 90 วัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พ่อแม่ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศ ผสมพันธุ์ และมีการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ปลาลัง และปลาเศรษฐกิจขนาดเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศใช้มาตรการฯ
ช่วงต่อเนื่องระยะ 7 ไมล์ทะเล 16 พฤษภาคม-14 มิถุนายน ระยะเวลา 30 วัน ในอ่าวตอนกลาง ลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดบริเวณพื้นที่มาตรการมีโอกาสเลี้ยงตัวบริเวณชายฝั่ง
ช่วงพื้นที่อ่าวประจวบฯ จากเขาตาม่องไล่ ถึง อ.หัวหิน 16 พฤษภาคม-14 มิถุนายน ระยะเวลา 30 วัน ลูกปลาขนาดเล็ก เดินทางเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก และเมื่อถึงวันที่ 15 มิถุนายน-30 กันยายน กรมประมงก็จะมีการประกาศปิดอ่าวตัว ก เพื่อรักษาปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ และพร้อมเดินทางลงไปผสมพันธุ์วางไข่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ (ปิดอ่าวไทย) ซึ่งปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น โดยพบว่าปี 2562 หลังจากเปิดอ่าว เรืออวนล้อม จับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น 114,056 ตัน แบ่งเป็นชนิดพันธุ์ปลาทู จับได้ในเดือนมิถุนายน จาก 578 ตัน เป็น 1,880 ตัน ในเดือนกรกฏาคม
รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมง แจ้งผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์กว่า 1 หมื่นลำ ในน่านน้ำไทย รอบปีการประมง 63-64 สำหรับเรือประมง-ขนาด 10 ตันกรอสขึ้นไป หรือเรือประมงที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้า 280 แรงม้าขึ้นไป หรือเป็นเรือที่มีหรือใช้เครื่องมือทำรมว.เกษตรฯกำหนดให้มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำประมงพาณิชย์ และยื่นคำขอรับหนังสือรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอออกใบอนุญาตใช้เรือ ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด ภายในวันที่ 5-29 ก.พ.นี้เท่านั้น หากไม่มีใบอนุญาตฯจะไม่มีสิทธิทำประมงพาณิชย์ได้ในรอบปีการประมง 63– 64
สำหรับขั้นตอนและระยะเวลาขอรับใบอนุญาตฯ สำหรับปีการประมง 63-64 นั้น กรมประมงกำหนดให้ผู้ประสงค์ทำประมงพาณิชย์ยื่นคำขอรับใบอนุญาต และยื่นขอรับหนังสือรับรองประกอบการขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด ภายในวันที่ 5-29 กุมภาพันธ์ โดยกรมประมงจะพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ภายในวันที่ 1-15 มีนาคม 63 ในส่วนเรือประมงพื้นบ้าน มาขึ้นทะเบียนแล้ว กว่า 5.3หมื่นลำ ที่สามารถออกจับสัตว์ได้ โดยไม่ต้องแจ้งขอใบอนุญาตทำการประมงเนื่องจากเป็นการประมงเพื่อยังชีพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี