เกษตรเร่งสางทุจริตใน กยท. จี้ทวงหนี้คู่ค้าค้างหนี้ยาง 94 ล้าน

เกษตรเร่งสางทุจริตใน กยท. จี้ทวงหนี้คู่ค้าค้างหนี้ยาง 94 ล้าน

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.25 น.

เกษตรเร่งสางทุจริตใน กยท. จี้ทวงหนี้คู่ค้าค้างหนี้ยาง 94 ล้าน

11 กุมภาพันธ์ 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะติดตามข้อร้องเรียนการทุจริตในการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทุกกรณี โดยจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ตั้งแต่เข้ามากำกับดูแล กยท. มีกลุ่มเกษตรกรเรียกร้องให้ดำเนินการเรื่องการซื้อขายยางพาราระหว่าง กยท. กับบริษัท โอเรียนน่า เวิลด์ รับเบอร์ จำกัด ที่ยังค้างชำระหนี้ กยท. กว่า 94 ล้านบาท


ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สสยท.) ระบุว่า หน่วยธุรกิจของ กยท. หรือบียู ซึ่งมีหน้าที่ซื้อยางชี้นำในตลาดกลางเพื่อยกระดับราคายางในแต่ละวันให้สูงขึ้นตามนโยบายรักษาเสถียรภาพราคายาง เมื่อซื้อแล้วต้องหาพันธมิตรขายยาง ซึ่งได้รับการแนะนำจาก บริษัท เอเชีย รับเบอร์ (ประเทศไทย) ให้นำบริษัท โอเรียนน่า เวิลด์ รับเบอร์ เข้ามาเป็นคู่ค้า เพื่อรับซื้อยางพาราที่บียูประมูลมาได้ไปขายอีกทอดหนึ่ง

สำหรับกระบวนการซื้อขาย คือ ก่อนที่ กยท.จะเข้าไปประมูลยางในตลาดกลาง บียูจะติดต่อบริษัทคู่ค้าว่าสามารถรับซื้อยางในราคาที่เข้าไปประมูลได้หรือไม่ หากคู่ค้ายินดีรับซื้อในราคาดังกล่าว กยท.จะเข้าไปประมูลยางในตลาดกลาง เมื่อประมูลได้แล้วจะติดต่อบริษัทที่จะรับซื้อ ส่งใบสั่งซื้อ แล้ว กยท. จึงส่งเอกสารยืนยันราคา พร้อมใบแจ้งหนี้ให้แก่บริษัทคู่ค้า จากนั้นส่งใบขนส่งสินค้าให้แก่สำนักงานตลาดกลางยางพาราที่ประมูลได้ ซึ่งพบว่าบริษัทคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา

“กยท. มีใบแจ้งหนี้ 29 ฉบับ ซึ่งในสัญญาซื้อขายระบุให้บริษัทชำระมัดจำล่วงหน้า 10% ในวันส่งมอบยาง ส่วนที่เหลือ 90% ต้องชำระภายใน 30 วัน หลังรับมอบยาง ที่ผ่านมา กยท. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยชำระค่ายางมาเพียง 21 ล้านบาท จึงยังมีหนี้ค้างชำระสะสม 94 ล้านบาท” นายอุทัย กล่าว

ส่วนนายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานบอร์ด กยท. ได้รับเรื่องเพื่อตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 โดย สยยท. ตั้งข้อสังเกตว่า กยท. ละเลยกระทั่งทำให้มีการปฏิบัติผิดระเบียบซ้ำๆกันในสัญญาถึง 29 ฉบับ และชำระไม่ตรงตามสัญญา อีกทั้งก่อความเสียหายต่อเงินเงินที่เก็บจากการส่งออกยางและหักจากเกษตรกร 2 บาทต่อกิโลกรัม (Cess)

ข้อร้องเรียนเรื่องทุจริตอีกประการ คือ การที่ กยท. ตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด กับบริษัทผู้ค้ายางพาราใหญ่ 5 แห่งได้แก่ บริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) , บริษัทเซาท์แลนด์รับเบอร์ , บริษัทไทยฮั้วยางพารา , บริษัทวงศ์บัณฑิต และบริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอเรชั่น ซึ่งออกทุนรายละ 200 ล้านบาท รวมทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท ซึ่งบอร์ด กยท. ชุดก่อนพิจารณาแล้วเห็นว่าการไปร่วมลงทุนเป็นการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.)

ขณะที่นายจิตติน วิเศษสมบัติ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กยท. (สร.กยท.) กล่าวว่า ตามพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 65 การร่วมทุนตั้งบริษัทต้องให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะดำเนินการ ไม่ใช่แค่ “รับทราบ” มองว่าความผิดในครั้งนี้เป็นความผิดของนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. ซึ่งต่อมามีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้นายธีธัชไปปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษโดยยังไม่พ้นจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นประการอื่น

ประธาน สยยท. ระบุว่า ผลการพิจารณาของบอร์ด กยท. ชุดที่หมดวาระไปที่ชี้ว่านายธีธัชไม่มีความผิดเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ควรตั้งคณะกรรมการกลางตรวจสอบ ไม่ใช่บอร์ด กยท. ตรวจสอบเองเพราะไม่มีความชอบธรรม โดยเรื่องนี้พบความเสียหายชัดเจนจากที่ราคายางแผ่นรมควันช่วงก่อนประกาศขายยางเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2559 อยู่ที่กิโลกรัมละ 81 บาท ต่อมามีกระบวนการทุบราคายางจนตกต่ำลงมาก ทำให้ไม่สามารถขายยางได้ จึงยังคงมียางค้างในสต็อก 310,000 ตันถือว่า เป็นการบริหารงานที่ล้มเหลว

ประธาน สยยท. ยังเรียกร้องให้ตรวจสอบการซื้อขายปุ๋ยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 ที่พบพิรุธว่า มีการทุจริตเนื่องจากการประกาศประมูลใช้ระยะเวลาเพียง 5 วัน โดยคร่อมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เหลือวันทำการเพียง 3 วัน จึงทำให้มีผู้ประมูลน้อย และผ่านคุณสมบัติปุ๋ยเคมี 5 รายและปุ๋ยอินทรีย์ 6 ราย โดยผู้เข้าประมูลทั้งหมด ชนะการประมูลทุกราย โดยปุ๋ยเคมีที่ประมูลได้ราคาสูงกว่าในท้องตลาด โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ราคาแพงผิดปกติ ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใด กยท. จึงตั้งราคากลางไว้สูงมากซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประมูล โดยสยยท. ส่งหลักฐานกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตรวจสอบแล้ว แต่เรียกร้องให้รัฐมนตรีเกษตรฯ เร่งสางปัญหาที่เกิดขึ้นทุกประการให้เกิดความโปร่งใสเพื่อที่เกษตรกรจะมั่นใจในการบริหารงานของกยท. ได้ต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top