546.jpg
สธ.เผยมีบุคลากรทางการเเพทย์ติดเชื้อ'โควิด-19'รายแรก

สธ.เผยมีบุคลากรทางการเเพทย์ติดเชื้อ'โควิด-19'รายแรก

วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 12.49 น.

สธ.พบผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19  อีก 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์หญิง เนื่องจากไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเพื่อน 24 ราย เฝ้าติดตามอาการ เบื้องต้นไม่พบอาการผิดปกติ ขณะที่หญิงชาวจีนวัย 56 ปี รักษาหายกลับบ้านเพิ่มได้อีก 1 ราย

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคและคณะแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ของประเทศไทยกรณี โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ว่า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 63 เวลา 08.00น. มีผู้ป่วยนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 56 ปี รักษาหายแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้ 1 ราย รวมเป็นผู้ยืนยันติดเชื้อรักษาหายให้กลับบ้านได้รวม 14 ราย มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 34 ราย


อย่างไรก็ตาม วานนี้ (14ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุขพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน 1 ราย เป็นเพศหญิงอายุ 35 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งนั้น ขณะนี้ได้รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลบําราศนราดูร โดยผู้ติดเขื้อรายนี้มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 27 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่อยู่ในระบบการติดตามเฝ้าระวังของทีมสอบสวนควบคุมโรคตั้งแต่ต้น และรับการตรวจหาเชื้อตามแนวทางการเฝ้าระวังตั้งแต่ก่อนเริ่มมีอาการป่วย

ทั้งนี้ จากผลการสอบสวนโรค พบว่าผู้ป่วย เป็นบุคลากรทางการแพทย์รายนี้ขณะปฏิบัติงานไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยและ ชุดป้องกันขณะให้การดูแลผู้ป่วย ซึ่งขณะนั้นถูกวินิจฉัยเป็นโรคอื่น แต่ต่อมามีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ส่งตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทีมสอบสวนโรคได้ขยายผลการเฝ้าระวังไปยังเพื่อนร่วมงานอื่นอีก 24 คนนั้น ผลการตรวจไม่พบเชื้อและไม่มีอาการป่วย อย่างไรก็ตาม ผู้ ป่วยรายนี้ไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติมเนื่องจากผู้ป่วยอาศัยอยู่หอพักตามลำพัง

สำหรับผู้ป่วยยืนยันที่อาการหนักมี 2 ราย ซึ่งมีอาการหนักตั้งแต่แรกรับรักษาที่สถาบันบำราศฯ ขณะนี้ผู้ป่วยทั้งสองรายอาการยังทรงตัว อัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น โดยรายแรกมีภาวะวิกฤตทางระบบทางเดินหายใจ แพทย์พิจารณาใช้เครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอดหรือเครื่องเอคโม (ECMO) ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ  ส่วนรายที่ 2 มีภาวะติดเชื้อวัณโรคปอดร่วมด้วย ผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการรักษาเพิ่มเติม โดยนำน้ำเลือดจากผู้ป่วยหายดี (convalescent plasma) มาช่วยในการรักษา

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยทั้งสองรายอาการยังทรงตัว อัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น ซึ่งในวันนี้อาจจะมีการฉีดแอนตี้บอดี้ที่ได้จากแท็กซี่ที่เคยเป็นผู้ป่วยและรักษาโรคไวรัสโคโรนา-19 หายแล้วให้กับผู้ป่วยหนักเป็นครั้งที่2 พร้อมกันนี้ได้มีการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)นำเข้ายาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์(favipiravir)เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยอาการหนักรายที่เป็นวัณโรคและติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-19 ซึ่งยาดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแต่ได้มีการขึ้นทะเบียนยาในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการนำเข้าในกรณีที่เกิดโรคสำคัญในประเทศ

"สำหรับสถานการณ์บุคลากรทางการแพทย์ ที่รับความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา -19 มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1,000 716 รายหรือ 3.8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ  ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้วอย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกแต่ป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่า -19 นี้ ละอองฝอยเชื้อฯไม่แพร่กระจายลอยล่องในอากาศ แต่เชื้อดังกล่าวจะแพร่กระจายผ่านละอองฝอยเสมหะเป็นหลัก ดังนั้น ถ้าอยู่ใกล้คนที่ไอหรือจามในระยะ 1-2 เมตร ก็จะได้รับเชื้อจากสารคัดหลั่งเยื่อเมือกเชื้อไวรัสนี้ถูกปาก ตา จมูกได้ เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุดที่ประชาชนจะป้องกันตัวเองได้ดีก็คือ การใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ พร้อมทั้งกินร้อน ช้อนกลางนั่นเอง"

อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังกล่าวถึงสถานการณ์ทั่วโลกว่า ใน 27 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ พบข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 67,100 ราย เสียชีวิต 1,526 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 66,492 ราย เสียชีวิต 1,523 ราย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :สธ.ชี้แจงเพิ่มเติมบุคลากรทางการเเพทย์ติดเชื้อ'โควิด-19' ไม่ใช่สถาบันบำราศนราดูร

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top