วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 มี.ค.63 ที่ห้องประชุมบุณยวงศ์ ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลก นำโดยนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์รัฐภูมิ ชามพูนท รักษาการนายแพทย์ผู้เชียวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) นายแพทย์สุชาติ พรเจริญพงษ์ ผู้อำนวยการ รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก นายแพทย์อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ รพ.พิษณุเวช พิษณุโลก และสำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เขต 2 ได้ร่วมกันแถลงข่าวพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 3 รายใน จ.พิษณุโลก
นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์ของโควิด-19 ตอนนี้ค่อนข้างอยู่ในช่วงการระบาด ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก ที่ผ่านมาได้ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด วางเข้มทุกมาตรการมาตลอดจนกระทั่งวันนี้เราได้ตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย รวมเป็น 3 ราย โดยรายที่ 2 อายุ 20 ปี เป็นลูกสาวของผู้ติดเชื้อรายแรกโดยไทม์ไลน์พบว่า เดินทางร่วมกับผู้ติดเชื้อรายแรก และมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายแรก

โดยเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.63 วันที่ 18 มี.ค.63 ไปนอนเฝ้าผู้ติดเชื้อรายแรกที่ รพ.เอกชน จากนั้นได้เข้าสอบ Take home กับเพื่อน 5 คน เดินทางไปศูนย์การค้าปทุมทอง ทำฟันที่คลินิกทำฟันเอกชน เดินทางไปห้างในจังหวัดพิษณุโลก และมีไข้เข้ารับการตรวจที่ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร จนกระทั่งวันที่ 24 มี.ค.63 เข้ารับการรักษาที่ รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก สอบสวนโรค และทราบผลเป็นบวก (positive) ในวันที่ 25 มี.ค.63
ส่วนผู้ติดเชื้อรายที่ 3 เป็นหญิงไทยอายุ 41 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ไทม์ไลน์พบต้นเดือน มี.ค.63 ไป จ.ชลบุรี กรุงเทพฯ มีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านสุขุมวิท จนกระทั่งเดินทางกลับ จ.พิษณุโลก ในวันที่ 16 มี.ค.63 ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ในวันที่ 21 มี.ค.63 มีอาการป่วย เข้าตรวจ รพ.เอกชน ร้องขอการตรวจ โควิด-19 จนกระทั่งในวันที่ 25 มี.ค.63 ทราบผลเป็นบวก (Positive) เข้ารักษาตัวที่ รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก

นายแพทย์สุชาติ พรเจริญพงษ์ ผู้อำนวยการ รพ.พุทธชินราช เปิดเผยว่า สำหรับผู้ป่วยทั้ง 3 รายที่ตรวจพบนั้นมีอาการไม่รุนแรง ผลเอ็กซ์เรย์ปอดปกติ ได้รับยาตามมาตรฐานการรักษา และจากการสอบสวนโรคพบมีผู้สัมผัสใกล้ชิด จำนวน 9 คน ทาง รพ.พุทธชินราช ได้ติดตามตัวทั้ง 9 คนและติดตามเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
ด้าน รศ.พญ.รสสุคนธ์ คชรัตน์ รองคณบดีฝ่ายบริการทางการแพทย์ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า จากการสอบสวนโรคและไทม์ไลน์ ของผู้ป่วยรายที่ 2 นั้นทราบว่าเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร พักอยู่หอพักเอกชน ด้านนอกมหาวิทยาลัย มีการเดินทางไปในหลายพื้นที่ อาทิ ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่คลินิกทันตกรรมเอกชน และเข้ารับการตรวจรักษาที่ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยทราบว่าคนไข้ไม่ได้แจ้งประวัติว่ามีไทม์ไลน์ใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยรายแรก จึงทำให้ตรวจรักษาตามอาการเท่านั้น จนกระทั่งมาทราบว่าผู้ป่วยรายที่ 2 มีผลเป็นบวก จึงทำการแยกตัวเจ้าหน้าที่ที่ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ทำการตรวจรักษาเอาไว้แล้ว และจะตามตัวผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยรายที่ 2 มาทำการประเมินความเสี่ยงตามขั้นตอนต่อไx

นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ให้สัมภาษณ์ว่าที่ผ่านมาทางจังหวัดและสาธารณะสุขได้ทำมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ คนไข้ทั้ง 3 รายนี้จากการสอบสวนโรคมั่นใจว่าสาเหตุมาจากเที่ยวสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ เมื่อทราบผลเป็นบวกทีมสอบสวนโรคได้ลงพื้นที่ ทุกแห่งอยู่ในการรับรู้และเฝ้าระวัง วางแผนจัดการร่วมกับทางจังหวัดพิษณุโลก แต่จากนี้มาตรการจะเข้มค้นเพิ่มมากขึ้น และขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ในการเสนอตัวให้ใช้สถานที่จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม คือ โรงแรมลาพาโลมา มีห้องพักจำนวน 80 ห้อง และโรงแรมเทพนคร มีห้องพักจำนวน 68 ห้อง โดยทั้ง 2 แห่งอยู่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดเตรียมสถานที่ไว้พร้อมแล้วในการจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ขณะที่โรงแรมอาคารลิไทเองได้จัดเตรียมห้องพักไว้ 10 ห้อง สำหรับอำนวยความสะดวกให้กับทีมแพทย์และพยาบาล
นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จากนี้สิ่งที่จะช่วยให้ยับยั้งการแพร่ระบาดในจังหวัดพิษณุโลกได้คือความร่วมมือของภาคประชาชนจะช่วยให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดมาก ขอความร่วมมือประชาชนชาวพิษณุโลก คือ หยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ ไม่ไปในที่ชุมชน เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ ดูแลตัวเอง และหากตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางกลับจาก กทม.หรือพื้นที่เสี่ยง ขอให้เพิ่มการระวังตัวเอง กักตัวเองอย่างน้อย 14 วัน หลีกเลี่ยงการพบปะคนอื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อให้กับคนอื่น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี