Logo วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
สธ.ชี้ผู้ป่วยใหม่ 1 ใน 4 มาจากต่างประเทศ พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้ออีก 3

สธ.ชี้ผู้ป่วยใหม่ 1 ใน 4 มาจากต่างประเทศ พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้ออีก 3

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563, 18.33 น.
Tag : โคโรนา นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ โควิด-19
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

"นพ.ธนรักษ์"เผยผู้ป่วยรายใหม่ 1 ใน 4 เป็นผู้ที่มาจากต่างประเทศ เป็นเหตุให้ภาครัฐพยายามเข้มงวดกับกระบวนการสังเกตอาการ อยากให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเพราะคนใกล้ตัว-ครอบครัวเสี่ยงรับเชื้อมากที่สุด พบอัตราผู้ติดเชื้อเสียชีวิตอายุ 50 ปี ขึ้นไป 1.3% กลุ่ม 60 ปี จำนวน 3.6 % กลุ่มอายุ 70 ปี สูง 8 % และอายุ 80 ปี พุ่ง 14.8%

วันที่ 4 เมษายน 63 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในประเทศไทย( ณ วันที่ 3 เม.ย.63 เวลา 16.00 น.) มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 89 คน จะเป็นตัวเลขของคนไทย ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศถึง 18 คนและชาวต่างชาติเข้ามาในไทย 3 คน


ดังนั้น ตรงนี้อยากจะเน้นย้ำให้เห็นว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1 ใน 4 เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ดังนั้น ใครก็ตามที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และตอนนี้ทางภาครัฐพยายามที่จะเข้มงวดกับกระบวนการสังเกตอาการ ก็อยากให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ เพราะถ้าหากเรากลับมาจากต่างประเทศแล้วติดเชื้อคนที่เสี่ยงติดเชื้อจากเรามากที่สุดก็คือ  คนในครอบครัว สมาชิกที่อยู่ในบ้าน และคนที่เราไปพบปะสังสรรค์ๆ

โดยกลุ่มที่พบการระบาดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่สำคัญ ได้แก่  กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 3 คน กลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 33 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ จำนวน 29 ราย สนามมวย 2 รายสถานบันเทิง 2 ราย

ทั้งนี้ ในส่วนของการแยกเป็นรายพื้นที่จะพบว่า ผู้ติดเชื้อที่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล กทม.31 คน นนทบุรี 13 คน ปทุมธานี 5 คน ภูเก็ต 8 คน ชลบุรี 5 คน สงขลา 3 คน นราธิวาส 4 คน

สำหรับระดับความเข้มข้นมาตรการของแต่ละจังหวัดจะแตกต่างกันออกไป  โดยในจังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่จำนวนน้อย จะเน้นใช้มาตรการทางสาธารณสุขโดยพยายามตรวจพบผู้ป่วยไห้รวดเร็วที่สุดและ ตามไปสอบสวนโรค พร้อมทั้งระบุตัวผู้ที่สัมผัสให้ได้ครบถ้วนมากที่สุด ต่อจากนั้นติดตามผู้ที่สัมผัสมาตรวจเพื่อเฝ้าระวังติดตามอาการ 14 วัน ซึ่งเป็นวิธีการตัดวงจรแพร่ระบาดของโรคได้  ส่วนในจังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วย มากขึ้นว่าจะเน้นไปที่มาตรการทางสังคมโดยเน้นระยะห่างระหว่างบุคคลซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้ มาตรการสาธารณสุขจะใช้กับผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ ส่วนมาตรการทางสังคมคือใช้กรณีที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ที่ติดเชื้ออยู่บ้าง ซึ่งในที่สาธารณะมีคนหมู่มากหนาแน่นก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสพบผู้ที่ติดเชื้อมากขึ้นตามไปด้วยดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้ง 2 มาตรการในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก และในภาวะเช่นนี้จำเป็นที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องมีส่วนให้ความร่วมมือคนละไม้คนละมือในส่วนที่ตัวเองมีบทบาทหน้าที่มีความรับผิดชอบเพื่อช่วยกันดึงกราฟจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ให้ลดลงต่ำที่สุด

นพ.ธนรักษ์ กล่าวถึงความรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ผู้ป่วยมีอาการค่อนข้างน้อย หรือประมาณ 30 เปอร์เซนต์ ไม่มีอาการใดๆเลยทั้งนี้ อตราส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเสียชีวิต เฉลี่ย 1.4 เปอร์เซ็นต์ แต่หากแบ่งเป็นกลุ่มอายุจะพบอัตราเสียชีวิต ในกลุ่มอายุ 10-39 ปี จำนวน  0.2% กลุ่มอายุ 40 -49 ปี จำนวน 0.4% อายุ 50 -59 ปี จำนวน 1.3% อายุ 60-69 ปี 3.6 เปอร์เซ็นต์ อายุ70-79ปี  จำนวน 8 เปอร์เซนต์  และอายุ 80 ปีขึ้นไป จำนวนเสียชีวิต 14.8 เปอร์เซ็นต์

โดยมีรายละเอียดาการของผู้ติดเชื้อ ที่พบได้ดังนี้อาการไข้จะพบในผู้ใหญ่ 89% เด็ก 42% อาการไอในผู้ใหญ่ 68% เด็ก 49 % อาการเจ็บคอในผู้ใหญ่ 14% ส่วนอาการมีน้ำมูก พบใน ผู้ใหญ่ 5% เด็ก 8% ขณะที่ ผู้ใหญ่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 15 เปอร์เซ็นต์แต่เด็กไม่พบ รวมทั้งอาการอ่อนเพลียในผู้ใหญ่ 38 เปอร์เซ็นต์ และเด็ก 76% ขณะที่ลักษณะอาการหายใจลำบาก หรือหายใจเร็วจะพบในผู้ใหญ่ 9% แต่ในเด็กมากถึง 29 เปอร์เซ็นต์

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

หยุดภูมิใจถ้านอนน้อย! หมอวี เตือน อดนอนเรื้อรัง ไม่ใช่ความขยัน แต่คือการทำร้ายสมองเงียบๆ เสี่ยงเสื่อมไม่รู้ตัว

นายกฯ ลั่น ยุบไม่ได้ กอ.รมน. เผย ยังไม่ได้คุย วันนอร์ เชื่อ ไม่เป็นประเด็นอ่อนไหว

ชายหนุ่มเปิดใจ มีสิ่งนี้ เล็กที่สุดในโลก ทนเก็บงำมา 36 ปี ก่อนรู้ความจริงทางการแพทย์

เร่งเช็กสต็อกนมกล่อง กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเชิงรุก ดันงบ 800 ล้านเยียวยาเกษตรกรโคนมหลังชะงัก

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved