546.jpg
ตร.บุรีรัมย์แจ้ง3ข้อหาหนัก  ‘หัวโจก-พวก’จลาจลเผาคุก

ตร.บุรีรัมย์แจ้ง3ข้อหาหนัก ‘หัวโจก-พวก’จลาจลเผาคุก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผู้การบุรีรัมย์ สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน เร่งรัดคดี ผู้ต้องขังก่อจลาจลเรือนจำบุรีรัมย์ แจ้งเพิ่มอีก 3 ข้อหาหนัก ยันรู้ตัว หัวโจก-ผู้ร่วมก่อเหตุแล้ว เชื่อปมปล่อยข่าวลือมีผู้ติดโควิด-19 ก่อนสร้างความวุ่นวาย

เมื่อวันที่ 8 เมษายน พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีผู้ต้องขังก่อเหตุจลาจลวางเพลิงเผาอาคารเรือนนอน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินต่างๆ ภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ โดยบางส่วนได้ก่อเหตุหลบหนีออกจากเรือนจำด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าคดีนี้เป็นคดีที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสำคัญ รวมทั้งสื่อมวลชนและประชาชนในสังคมต่างให้ความสนใจ จึงสั่งการให้เร่งรัดสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว มีประสิทธิภาพ เกิดความเป็นธรรม และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงสั่งให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา เพื่อร่วมสอบสวนและสรุปสำนวนคดี ซึ่งขณะนี้ทราบว่าการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยทราบตัวผู้ที่เป็นแกนนำหรือหัวโจก และผู้ร่วมวางแผนก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้


พล.ต.ต.ชาญชัยกล่าวต่อว่า สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อจลาจลครั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นยังคงให้น้ำหนักไปที่กรณีผู้ต้องขังซึ่งต้องคำพิพากษาที่มีโทษหนัก หรือถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ได้ฉวยโอกาสช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปล่อยข่าวลือ ว่าภายในเรือนจำ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ต้องขังส่วนใหญ่จนเกิดความปั่นป่วน แล้วอาศัยห้วงเวลาดังกล่าวก่อจลาจล และหลบหนีออกมาจากเรือนจำ

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่ร่วมกระทำผิดที่ก่อเหตุจลาจล จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 3 ข้อหา ประกอบด้วย หลบหนีออกจากที่คุมขัง, ทำลายทรัพย์สิน และวางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งต้องรอการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบพยานหลักฐานที่แน่ชัด ว่าใครมีส่วนร่วมในการกระทำผิดข้อหาใดบ้าง

ด้าน พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนทั้งจากในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3(บช.ภ.3) และในสังกัด บก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ และวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้เป็นไปทิศทางเดียวกัน เนื่องจากคดีนี้มีผู้ต้องขังจำนวนมากกว่า 2,000 คน ภายหลังเกิดเหตุส่วนใหญ่ถูกเคลื่อนย้ายไปคุมขังในเรือนจำต่างๆ เป็นอุปสรรคและเกิดความยุ่งยากในการสอบสวน จึงจำเป็นต้องตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด กระจายกันไป เพื่อให้เกิดความสะดวกในการสอบสวนคดี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top